ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่อง Roma

Roma

ROMA ฉายภาพชีวิตของผู้หญิง 2คนต่างชนชั้นแต่ร่วมชายคาเดียวกันฝ่ายแรกคือ เคลโอ (ยาลิซา อปาริชิโอ) สาวใช้ในบ้านของครอบครัวคุณหมอชนชั้นกลางที่ชีวิตของเธอผกผันหลังจากตั้งท้องกับชายหนุ่มที่หนีจากเธอไป ส่วนฝ่ายหลังคือ โซเฟีย (มารินา เดอ ทาวิรา) ภรรยาของคุณหมอที่นอกใจเธอ โดยทั้งสองชีวิตต้องดูแลเด็กๆและคุณย่าในบ้านภายใต้สถานการณ์การเมืองอันคุกรุ่นในเมืองโรมา ประเทศเม็กซิโกยุค 70

ROMA พิจารณาจากต้นธารที่ กัวรอง นำชีวิตวัยเด็กมานำเสนอในรูปแบบสัจนิยมแล้วก็ดูเหมือนว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากงานชื่อเดียวกันอย่าง Roma หนังปี 1972 ของ เฟรดเดอริโก เฟลลินี หนึ่งในผู้นำความเคลื่อนไหวของยุค Italian Neo-Realism หรือ กลุ่มนวสัจนิยมอิตาเลียนไม่น้อย ทั้งการที่หนังเลือกแนวทางสัจนิยมสำรวจชีวิตแบบไม่มีพลอตเรื่องชัดเจนในการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของชนชั้นกลางและชั้นล่าง ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองหลังยุคสงครามหรือวิกฤติการเมืองทั้งการทิ้งให้คนดูเห็นความเคลื่อนไหวในภาพเป็นเวลานานเพื่อให้พินิจพิเคราะห์ตีความสัญลักษณ์ต่างๆ การใช้สถานที่ถ่ายทำเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินเรื่อง-และดัดแปลงมันให้น้อยที่สุดเพื่อคงความจริงของสถานที่ รวมถึงการคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ยาลิซา อปาริชิโอ (ตรงนี้ถือว่าใกล้เคียงกับการทำหนังแนวนวสัจนิยมที่มักเลือกคนท้องถิ่นมาเป็นนักแสดง) นั่นทำให้เราได้ติดตามชีวิตของ เคลโอ และ โซเฟีย แบบผู้สังเกตการณ์และค่อยๆซึมซับเรื่องราวทั้งสุขและเศร้าของพวกเธอท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มคุกคามชีวิตของผู้หญิงทั้งสองคนอย่างค่อยเป็นค่อยไป น่าเชื่อถือและนำพาให้เกิดอารมณ์ร่วม

และด้วยสายตาและมันสมองของ กัวรอง หนังจึงไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาลอกการบ้านงานชั้นครูแบบทื่อๆ ตรงกันข้าม กัวรอง สามารถนำศิลปะภาพยนตร์อันหลากหลายมาใช้งานได้อย่างลุ่มลึกนำเทคนิคมารับใช้เนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอบคารวะมาสเตอร์ออฟซีนีม่าหลายท่านโดยนอกจาก เฟลลินี ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจหลักแล้วที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็น อากิระ คุโรซาว่า ในแง่การวางความเคลื่อนไหวในกรอบภาพ การมิกซ์เสียงให้เกิดมิติสอดคล้องกับภาพ ฉากเด่นสุดคือฉากที่ เคลโอ ไปตามหา แฟร์มิน ถึงสนามฝึกที่ใครดูก็น่าจะถึงงานมาสเตอร์พีซอย่าง Seven Samurai (1954) ของคุโรซาว่าแน่ๆ

เอาล่ะเชือเถอะว่าอ่านมาสองย่อหน้าก็ยังไม่เด่นชัดอยู่ดีว่า ทำไมเราจะต้องถ่อไปถึงโรงหนังทั้งที่เราสามารถเปิด Netflix อยู่บ้านดูแบบสบายๆได้ แต่หากจะพอโน้มน้าวด้วยตัวอย่างของกลวิธีทางภาพยนตร์ที่กัวรองนำมาใช้ก็คงต้องเป็นสองฉากสำคัญ โดยฉากแรกที่อยากจะยกคงหนีไม่พ้นฉากจลาจลในเมืองโรม่า ที่ต้องบอกว่ากัวรองสามารถนำเทคนิคด้านการถ่ายแบบลองเทคมารับใช้เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งน่าสะพรึงกลัวด้วยเนื้อหาของหนังที่นำเสนอความขัดแย้งสุดขั้วเมื่อ เคลโอ กำลังเลือกซื้อเตียงเด็กเพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองอันโหดร้ายก็บุกเข้ามาถึงในร้านที่สำคัญมันยังเป็นจุดแตกหักของชีวิตที่สำคัญที่สุดของเธอในเวลาต่อมาเมื่อได้พบว่าชีวิตนี้เธอคงไม่มีหวังพบความสุขในชีวิตครอบครัวอีกแล้วรวมถึงฉากที่ เคลโอ ซึ่งว่ายน้ำไม่เป็นเสี่ยงตายลงไปช่วยชีิวิตเด็กๆในทะเลที่คลื่นกำลังซัดสาดอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างจากมรสุมชีวิตของคนในครอบครัวที่กล้องได้ติดตามเคลโอจากบนฝั่งลงไปในทะเลพร้อมงานมิกซ์เสียงที่ถือว่าเป็นหนึ่งในงานเสียงที่ดีที่สุดของปีนี้ที่นำเสนอเสียงระลอกคลื่นได้มิติสมจริงจนคนดูสัมผัสได้ถึงแรงคลื่นที่ค่อยๆโถมเข้าใส่ตัวเคลโอและเด็กๆจนอดลุ้นตามไม่ได้จริงๆ

ซึ่งไม่เพียงเทคนิคทางภาพยนตร์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงการแสดงแบบเหมือนไม่ได้แสดงของยาลิซา อปาริชิโอ ที่กัวรองเสี่ยงใช้นักแสดงที่ไม่ใช่มืออาชีพมาถ่ายทอดบทบาทสาวใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือ เปี่ยมเสน่ห์เฉพาะตัวและสามารถนำพาอารมณ์ให้เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจและชื่นชม ฉายภาพพี่เลี้ยงของกัวรองบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของเขาได้อย่างเห็นภาพ สมศักดิ์ศรีนักแสดงหน้าใหม่ที่เริ่มกวาดรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเป็นว่าเล่น และอาจจะได้ “ยืนหนึ่ง” บนเวทีออสการ์ปีหน้าก็เป็นได้

ด้วยการนำเสนอเรื่องราวในแนวทางสัจนิยมที่สามารถนำเทคนิคมารับใช้เนื้อหาได้อย่างลุ่มลึก ความงดงามของงานภาพที่แต่ละเฟรมคืองานศิลปะเคลื่อนไหวที่ต่อไปคงได้บันทึกในตำราเรียนภาพยนตร์แน่ๆ รวมถึงการแสดงอันเป็นธรรมชาติและถือว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งปี2018 จึงแทบไม่มีข้อแม้ใดๆที่เราจะไม่ไปสัมผัสประสบการณ์นี้ในโรงภาพยนตร์  โดยหนังจะฉายที่โรงภาพยนตร์ เฮาส์ อาร์ซีเอ และ สกาล่า พร้อมลงสตรีมมิงทาง Netflix วันนี้เลย

ดูหนังออนไลน์

หนังเรื่อง The wolf of wall street

The Wolf of Wall Street

The Wolf of Wall Street เรื่องราวการขึ้นสู่จุดสูงสุดและลงสู่จุดต่ำสุดของโบรคเกอร์หนุ่มที่ถูกทุกคนในวงการเรียกว่า “หมาป่าแห่งวอลล์สตรีท” จอร์แดน เบลฟอร์ต (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) นายหน้าค้าหุ้นหนุ่มไฟแรงในวอลล์สตรีท ตั้งแต่ช่วงเวลาที่เขาทำเงินได้อย่างมหาศาล

ก่อนที่จะผลาญเงินไปมหาศาลยิ่งกว่ากับปาร์ตี้ เหล้ายา เซ็กส์ จนในที่สุดก็ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงหลักทรัพย์และฟอกเงินในปี 1998 ถูกขัง 22 เดือนในเรือนจำของรัฐ และถูกแบนจากตลาดหุ้นไปตลอดชีวิต โดยปัจจุบัน เบลฟอร์ต ก็กลายเป็นนักเขียนหนังสือขายดี และเป็นนักพูดที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของสหรัฐ ดูหนังออนไลน์

The Wolf of Wall Street

ซีรีส์ไตรภาค 7 ตอนของ Netflix เรื่อง The Queen’s Gambit 

The Queen’s Gambit

The Queen’s Gambit

The Queen’s Gambit หรือในชื่อการเล่นหมากรุกไม่ใช่แค่จับหมากย้ายไปมาบนกระดาน แต่ยังต้องพึ่งพาการคิด วิเคราะห์ การจำ การประเมินเพื่อคาดเดาฝ่ายตรงคาด และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็ว หลายคนหลงใหลการเล่นหมากรุก ดำดิ่งจนกลายเป็นเซียน ทว่าก็มีหลายคนที่มองว่าหมากรุกเป็นเรื่องน่าเบื่อที่เข้าถึงยากเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้น ซีรีส์เรื่องนี้ ก็สามารถพาคนที่หลงใหลการเล่นหมากรุกจนหมดใจกับคนที่ไม่สนหมากรุกมาก่อนได้มาพบกันภาษาไทยว่า ‘เกมกระดานแห่งชีวิต’ เล่าเรื่องราวของเด็กสาวกำพร้านามว่า ‘เบธ’ หรือ เอลิซาเบธ ฮาร์มอน (Elizabeth Harmon) ที่ถูกส่งตัวไปอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า เรื่องราวน่าสลดของเด็กสาวพูดน้อยผู้ไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนต้องพลิกผันอีกครั้งเมื่อเบธมีโอกาสได้รู้จักกับหมากรุกเป็นครั้งแรกผ่าน ‘ไชเบล’ ภารโรงเฒ่าคนหนึ่งได้หัดให้เธอเล่นหมากรุก การได้สัมผัสหมาก พาเบี้ย ม้า เรือ คิง และควีนเดินบนกระดาน ทำให้ตัวเองกับไชเบลรู้ถึงพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เกิดที่กำลังรอวันจะได้เฉิดฉาย

การเล่นหมากรุกไม่ใช่แค่จับหมากย้ายไปมาบนกระดาน แต่ยังต้องพึ่งพาการคิด วิเคราะห์ การจำ การประเมินเพื่อคาดเดาฝ่ายตรงคาด และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างรวดเร็ว หลายคนหลงใหลการเล่นหมากรุก ดำดิ่งจนกลายเป็นเซียน ทว่าก็มีหลายคนที่มองว่าหมากรุกเป็นเรื่องน่าเบื่อที่เข้าถึงยากเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้น ซีรีส์เรื่องนี้  ก็สามารถพาคนที่หลงใหลการเล่นหมากรุกจนหมดใจกับคนที่ไม่สนหมากรุกมาก่อนได้มาพบกัน

หากเด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะเล่นหมากรุกในยุค 2000s ก็คงจะไม่มีอะไรแปลกประหลาดน่าสนใจนัก ทว่าเบธกลับกลายเป็นเด็กที่ใช้ชีวิตอยู่ในอเมริกายุค 60-70s ในช่วงเวลาที่เด็กสาวจะต้องร้องรำทำเพลง หัดทำงานบ้าน เย็บปักถักร้อย ถ้าเด็กผู้หญิงจะเล่นหมากรุก พวกเธอก็เป็นได้แค่นักเล่นปลายแถว ไม่มีวันกลายเป็นเซียนหมากระดับจังหวัดหรือระดับประเทศได้อย่างแน่นอน หรือถ้าเป็นแชมป์ ก็จะเป็นแชมป์ประเภทหญิงไม่มีวันเทียบเท่าแชมป์ผู้ชาย ทว่าพรสวรรค์ที่ติดตัวเธอมากลับทำให้ค่านิยมเก่าฝังหัวเหล่านี้ต้องสั่นคลอน เพราะด้วยวัยเพียงสิบกว่าขวบสามารถเล่นหมากรุกทีเดียว 11 กระดาน เอาชนะนักเล่นชายในชมรมหมากรุกมัธยมฯ ได้อย่างสบาย ๆ

เด็กผู้ชายบางคนหัดเล่นหมากรุกตั้งแต่อายุ 4 ขวบ มีพ่อแม่ซื้อกระดานให้ตั้งแต่แรก แต่เด็กกำพร้าอย่างเบธไม่สามารถซื้อได้แม้กระทั่งนิตยสารหมากรุกราคาไม่กี่เหรียญ เมื่อเธอบอกกับครอบครัวอุปการะว่าอยากจะทำงานพิเศษ เป็นเด็กล้างจานหรืออะไรก็ได้เพื่อเก็บเงินซื้อหมากรุกหรือเพื่อเป็นเงินค่าเดินทางไปแข่งขัน เบธกลับถูกห้ามเพราะเด็กสาวที่ทำงานก็มีแต่เด็กผู้หญิงผิวดำเท่านั้น รวมถึงอาการติดยาหลอนประสาทและการติดแอลกอฮอล์ก็อาจทำให้ความฝันของเธอห่างไกลขึ้นไปทุกที

“เธออายุเท่าไหร่เนี่ย.. แต่อย่าบอกเลย รู้ไปก็เจ็บใจตัวเองเล่นเปล่า ๆ” ประโยคข้างต้นคือสิ่งที่เบธได้ยินบ่อยในเรื่อง การเล่นหมากรุกที่ถือเป็นงานอดิเรกของผู้ชายแพ้เด็กสาวตัวเล็ก ๆ คือสิ่งที่ค่อนข้างสะเทือนใจต่อชายสมัยนั้น

เมื่อเบธเริ่มไต่ระดับในวงการเซียนหมาก สื่อก็ให้ความสนใจแค่เพราะว่าเป็นเด็กผู้หญิง ส่วนสมาคมหมากรุกแห่งสหรัฐก็ไม่ค่อยนิยมชมชอบเธอเท่าไหร่นัก ซึ่งตัวของเบธเองก็ไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมการที่ผู้หญิงเล่นหมากรุกเก่งถึงต้องเป็นเรื่องแปลกที่ทำให้สังคมตื่นเต้นได้ขนาดนี้

นอกจากประเด็นสังคมที่ทำให้เรามองเห็นภาพชีวิตของผู้คนในยุค 60s ทั้งชายหญิง หนังเรื่องนี้ ยังเผยให้เห็นความตึงเครียดทางอุดมการณ์ทางการเมืองในช่วงสงครามเย็นระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต ทั้งสองฝั่งพยายามเอาชนะกันตลอดเวลา รวมถึงการเล่นหมากรุกที่โซเวียตมักได้ยิ้มเยาะฝั่งอเมริกาเสมอ เพราะเซียนหมากรุกที่เก่งที่สุดในโลกคือ วาซิลี บอร์กอฟ ที่เป็นชาวโซเวียต และเขาคือคนที่เบธพยายามจะก้าวข้ามไปให้ได้

เกมหมากรุกดุเดือดที่ถึงแม้จะไม่มีการต่อสู้กันแบบหนังแอกชัน มีเพียงการนั่งเฉย ๆ สบตา ตัดสลับไปกับการดูหมากบนกระดาน แต่ก็สร้างความรู้สึกลุ้นระทึกได้น่าประทับใจ คนที่รู้วิธีการเล่นหมากรุกอาจจะตื่นเต้นมาก แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ไม่รู้วิธีเล่นหมากรุกหรือไม่เคยรู้จักคลุกคลีกับสิ่งนี้มาก่อนก็สามารถอินตามได้ง่าย ๆ เพราะแสง สี ดนตรี อารมณ์ของโทนหนัง และการแสดงของเหล่านักแสดงก็กล่อมเกลาให้เราตั้งใจดูแบบไม่รู้ตัว

นอกเหนือเราจะได้ติดตามเบธที่พยายามไต่เต้าไปถึงจุดสูงสุดของวงการหมากรุก ระหว่างทางที่เอลิซาเบธกำลังก้าวเดินก็สำคัญไม่แพ้กัน หากไม่มีคนรอบข้างคอยช่วยเหลือ เชื่อได้เลยว่าต่อให้เป็นสุดยอดอัจฉริยะหรือสมองใสแค่ไหนก็ต้องมีเป๋ไปไม่น้อย หนังเรื่องนี้ ทำให้เราเห็นว่าโลกแห่งความจริงมันไม่ง่าย การจะทำอะไรสักอย่างต้องมีทั้งเงิน ความสามารถ ความทะเยอทะยาน และมิตรภาพ แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องรู้จักผ่อนคลาย ให้เวลาตัวเองได้พักหายใจบ้าง ซึ่งการพักนั้นอาจเป็นการพักที่ดีหรือถลำลึกไปกับสิ่งมัวเมาจนตกหลุมลึกขึ้นไม่ได้ ประสบการณ์ ความสัมพันธ์เพื่อนและครอบครัว และความมุ่งมั่นของตัวเองคือสิ่งที่จะกล่อมเกลาเพื่อพาเธอไปถึงเส้นชัย

หนังเรื่องนี้ ดัดแปลงจากนวนิยายของ วอลเธอร์ เทวิส โดยได้ สก็อต แฟรงค์ (Scott Frank) นั่งแท่นเป็นผู้กำกับ เขาทำให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของอเมริกาและโซเวียตยุคเก่า ที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือคอสตูมสุดอลังกับแฟชั่นยุควินเทจของเอลิซาเบธ ฮาร์มอน ที่สวยงามจัดเต็มในทุกช่วงทุกตอน รวมถึงฝีมือการแสดงที่เรียกว่าเอาอยู่ของ อันยา เทเลอร์-จอย (Anya Taylor-Joy) นักแสดงสาวมาแรงมากความสามารถ ประกอบกับหน้าตาชวนค้นหาของเธอ ทั้งหมดตราตรึงเราให้ดูซีรีส์ 7 ตอน ให้จบบริบูรณ์ได้อย่างไม่ยากเย็น และเก็บไว้เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะบอกต่อกับคนอื่นว่าลองเปิดใจดูสักครั้ง แม้ว่าคุณจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับหมากรุกเลยก็ตาม

 

ภาพยนต์เรื่อง The Midnight Sky

The Midnight Sky

The Midnight Sky เป็นเรื่องราวหลังจากหายนะลึกลับที่ทำลายล้างโลกและเผ่าพันธุ์มนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ประจำสถานีอาร์กติก (จอร์จ คลูนีย์) พยายามที่จะเตือนนักบินอวกาศที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ในห้วงอวกาศ (เฟลิซิตี โจนส์) และลูกเรือของเธอ ถึงอันตรายในการย้อนกลับมายังโลก ในช่วงเวลาที่กำลังเผชิญหน้ากับการสูญสิ้นของเผ่าพันธุ์ ความเป็นมนุษย์ได้กระตุ้นให้พวกเขาติดต่อกัน แม้จะอยู่ห่างไกลกันหลายปีแสง เพื่อเชื่อมโยงผู้รอดชีวิตของมนุษยชาติไว้ด้วยกัน

The Midnight Sky
.
นอกจาก จอร์จ คลูนีย์ จะนำแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว เขายังรับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกด้วย และได้ มาร์ค แอล.สมิธ (Mark L. Smith) รับหน้าที่เขียนบท โดยดัดแปลงมาจากนิยายของ ลิลลี่ บรูคส์-ดาลตัน (Lily Brooks-Dalton) เรื่อง Good Morning, Midnight ที่ได้รับรางวัลนิยายแนว Post-Apocalyptic (วรรณกรรมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกหลังภัยพิบัติหรือสงคราม) เมื่อปี 2016
.
นี่คือผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของ Netflix จาก Smokehouse Pictures บริษัทผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดยจอร์จ คลูนีย์และแกรนท์ เฮสลอฟ โดยเป็นบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากเรื่อง Argo
.
นอกจากนี้  (สัญญาณสงัด) ยังรวบรวมนักแสดงมากฝีมือไว้อีกคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) นักแสดงสาวผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง The Theory of Everything, เดวิด โอเยโลโว (David Oyelowo) ผู้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ จากเรื่อง Selma, ไคล์ แชนด์เลอร์ (Kyle Chandler) เจ้าของรางวัลเอมมี่ อวอร์ด จากเรื่อง Friday Night Lights และ เดเมียน บิเชอร์ (Demián Bichir) ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง A Better Life ร่วมด้วย ทิฟฟานี บูน (Tiffany Boone)