เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 13.53 จุด ตามทิศทางหุ้นเอเชียเช้านี้

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 13.53 จุด ตามทิศทางหุ้นเอเชียเช้านี้

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลงตามกันเช้านี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,503.78 จุด ลดลง 13.53 จุด หรือ -0.38% ufa

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

เวลาที่พูดถึงหุ้นจีน นักลงทุนอาจจะได้ยินคำว่า A-Shares H-Shares รวมถึง ADR หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร

สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น

อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ (Allianz Global Investors หรือ AGI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารหุ้นจีน และเป็นพันธมิตรที่กองทุนบัวหลวงมอบหมายให้เป็นผู้รับดำเนินงานการลงทุนในต่างประเทศ (Outsourced fund manager) ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นำเสนอข้อมูลตลาดไว้อย่างน่าสนใจ ว่า สาเหตุที่ควรให้ความสำคัญกับ A-Shares ก็เพราะเวลานี้ จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของโลกก็จริง แต่คาดว่าภายในปี 2030 เศรษฐกิจจีนจะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหรัฐฯ ได้ในที่สุด และตลาดหุ้น A-Shares จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโอกาสทางเศรษฐกิจนี้

ขณะที่ หุ้น A-Shares มีอยู่ประมาณ 3,800 บริษัท มีมูลค่าตลาดรวมกันประมาณ 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 70% ของมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นจีนทั้งหมด และ MSCI ก็มีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-Shares ในดัชนี MSCI Emerging Market อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของจีนที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กองทุนต่างชาติมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นจีน A-Shares กับตลาดหุ้นอื่นก็มีน้อยมาก เรียกง่ายๆ ก็คือ ผลตอบแทนของหุ้นจีน มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นอื่นน้อยมาก อันเป็นผลจากการได้รับอิทธิพลจากนโยบายเศรษฐกิจ การเมือง และการเงินในประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนก็มีรายได้หลักจากในประเทศ ดังนั้นจึงได้รับผลข้างเคียงจากความขัดแย้งทางการค้าที่จีนมีกับสหรัฐฯ น้อย ด้วยเหตุนี้เอง หากมีหุ้นจีน A-Shares อยู่ในพอร์ตลงทุนก็จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ และยังทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วเนื่องจากดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนด้วย

เศรษฐกิจใหม่ที่ว่านี้ ก็คือ การเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการบริโภคในประเทศมากขึ้น การเน้นเรื่องเพิ่มมูลค่าในกลุ่มธุรกิจต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว บันเทิง อุปกรณ์ด้านสุขภาพ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ยานพาหนะพลังงานทางเลือกใหม่ ไบโอเทค ซอฟต์แวร์ และวัตถุดิบใหม่ๆ ดังนั้น การลงทุนใน A-Shares จึงเป็นโอกาสที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตของเศรษฐกิจจีน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นกลางในจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อหุ้น A-Shares มีความน่าสนใจ หากผู้ลงทุนสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการลงทุนในต่างประเทศได้ ก็สามารถพิจารณาจัดสรรสินทรัพย์ Asset Allocation โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ได้

3 ข้อต้องรู้ก่อนลงทุน “หุ้นจีน”

หลายคนมักบอกว่า รู้จัก “ประเทศจีน” และเข้าใจเรื่องการลงทุนในประเทศนี้อย่างดีแล้ว แต่เชื่อหรือไม่? การลงทุนในหุ้นแดนมังกร ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้นจีนในตอนนี้ มีเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง 3 ข้อ

คนที่คุ้นเคยกับการลงทุนต่างประเทศ อาจจะพอเข้าใจดีอยู่แล้วว่า “หุ้นจีน” ที่กองทุนไทยส่วนใหญ่นิยมเข้าไปลงทุนอยู่นั้น มีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ “A-Shares” หรือ หุ้นที่ทำการค้าในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และ “H Share” ซึ่งก็คือ บริษัทที่ทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่มาจดทะเบียนซื้อขาย (Listed) ในฮ่องกง แต่รู้หรือไม่ว่า ทั้งสองตลาดมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างมาก

“H-Share” ตลาดหุ้นกลุ่มการเงิน

ความโดดเด่นของ “H-Share” ที่ชัดเจน คงต้องยกให้กับเรื่องของความเป็นที่สุดใน “ธุรกิจด้านการเงิน”เห็นได้จากแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งก็คือ “กลุ่มไฟแนนซ์” นั้น ครองสัดส่วนมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงถึง 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 63.5% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 23 บริษัท

อันดับที่สอง ได้แก่ “กลุ่มพลังงาน” มาร์เก็ตแคป 4.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.1 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 4 บริษัท และอันดับที่ 3 “กลุ่มไอที” มาร์เก็ตแคป 4.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.8 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 1 บริษัท ซึ่งก็คือ Tencent ผู้ประกอบธุรกิจด้านไอที ให้บริการด้านเว็บไซต์, แอพลิเคชัน เกมออนไลน์ นั่นเอง

“A-Share” ศูนย์รวมธุรกิจคลื่นลูกใหม่

การลงทุนกลุ่มหุ้น A-Share คือ โอกาสในเข้าถึงการลงทุนใน “เศรษฐกิจยุคใหม่” (New Economy) ของจีนอย่างแท้จริง โดยในแต่ละปีกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็น “เศรษฐกิจยุคใหม่” นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เห็นได้จากมาร์เก็ตแคปของธุรกิจกลุ่มนี้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา (2549–2560)

นอกจกนี้ A-Share ยังมีความหลากหลายของบริษัทจดทะเบียนมากกว่าเมื่อเทียบกับ H-Share โดย 3 อันดับแรกของธุรกิจที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด ได้แก่ 1.กลุ่มไฟแนนซ์ มาร์เก็ตแคป 12.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 33.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 58 บริษัท 2.กลุ่มอุตสาหกรรม มาร์เก็ตแคป 3.65 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.7 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 62 บริษัท 3.กลุ่มพลังงาน มาร์เก็ตแคป 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 12 บริษัท

2.ทำไมลงทุนจีนคือจังหวะที่ “ใช่” ในตอนนี้

คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ระบุว่า ปัจจุบันหากจะลงทุนหุ้นจีนถือว่าเป็นจังหวะค่อนข้างเหมาะสม เนื่องจากพื้นฐานราคาหุ้น (Valuation) ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่จีนมีความพยายามในการชะลอเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ในประเทศด้วยการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง จึงส่งผลกดดันต่อการลงทุน และทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจนค่อนข้างถูก

อย่างไรก็ตามคาดว่ารัฐบาลจีนจะกลับมาผ่อนคลาย นโยบายต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ การลดความเข้มงวดในนโยบายการคลังโดยการให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ และคาดว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) จะปรับลดอัตราส่วนเงินกันสำรองขั้นต่ำ (Reserve Requirement Ratio: RRR) ลงอีกหนึ่งครั้งในปีนี้เพื่อหนุนเศรษฐกิจ

3.ลงทุนแบบไหนตอบโจทย์เก็งกำไรสั้น-ยาว

ด้วยภาพรวมของราคาหุ้นจีนที่น่าสนใจตอนนี้ หากจะลงทุนเพื่อ “เก็งกำไรระยะสั้น” คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนTISCO ESU แนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงกับหุ้นในกลุ่ม H-Share ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐฯ เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ส่วนผู้ที่คาดหวังการลงทุนระยะยาว แนะนำลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงหุ้นในกลุ่ม A-Share ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ “เศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 5.53 จุด ตามทิศทางภูมิภาคเอเชีย

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 5.53 จุด ตามทิศทางภูมิภาคเอเชีย

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดในแดนบวก ตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ซึ่งได้แรงหนุนจากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ เนื่องจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ทะยานขึ้นอย่างมาก หลังจากนักลงทุนรายย่อยได้แห่เข้าซื้อโลหะเงินและดันราคาขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,510.81 จุด เพิ่มขึ้น 5.53 จุด หรือ +0.16% ufa

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

เวลาที่พูดถึงหุ้นจีน นักลงทุนอาจจะได้ยินคำว่า A-Shares H-Shares รวมถึง ADR หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร

สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น

อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ (Allianz Global Investors หรือ AGI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารหุ้นจีน และเป็นพันธมิตรที่กองทุนบัวหลวงมอบหมายให้เป็นผู้รับดำเนินงานการลงทุนในต่างประเทศ (Outsourced fund manager) ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นำเสนอข้อมูลตลาดไว้อย่างน่าสนใจ ว่า สาเหตุที่ควรให้ความสำคัญกับ A-Shares ก็เพราะเวลานี้ จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของโลกก็จริง แต่คาดว่าภายในปี 2030 เศรษฐกิจจีนจะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหรัฐฯ ได้ในที่สุด และตลาดหุ้น A-Shares จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโอกาสทางเศรษฐกิจนี้

ขณะที่ หุ้น A-Shares มีอยู่ประมาณ 3,800 บริษัท มีมูลค่าตลาดรวมกันประมาณ 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 70% ของมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นจีนทั้งหมด และ MSCI ก็มีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-Shares ในดัชนี MSCI Emerging Market อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของจีนที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กองทุนต่างชาติมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นจีน A-Shares กับตลาดหุ้นอื่นก็มีน้อยมาก เรียกง่ายๆ ก็คือ ผลตอบแทนของหุ้นจีน มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นอื่นน้อยมาก อันเป็นผลจากการได้รับอิทธิพลจากนโยบายเศรษฐกิจ การเมือง และการเงินในประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนก็มีรายได้หลักจากในประเทศ ดังนั้นจึงได้รับผลข้างเคียงจากความขัดแย้งทางการค้าที่จีนมีกับสหรัฐฯ น้อย ด้วยเหตุนี้เอง หากมีหุ้นจีน A-Shares อยู่ในพอร์ตลงทุนก็จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ และยังทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วเนื่องจากดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนด้วย

เศรษฐกิจใหม่ที่ว่านี้ ก็คือ การเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการบริโภคในประเทศมากขึ้น การเน้นเรื่องเพิ่มมูลค่าในกลุ่มธุรกิจต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว บันเทิง อุปกรณ์ด้านสุขภาพ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ยานพาหนะพลังงานทางเลือกใหม่ ไบโอเทค ซอฟต์แวร์ และวัตถุดิบใหม่ๆ ดังนั้น การลงทุนใน A-Shares จึงเป็นโอกาสที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตของเศรษฐกิจจีน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นกลางในจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อหุ้น A-Shares มีความน่าสนใจ หากผู้ลงทุนสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการลงทุนในต่างประเทศได้ ก็สามารถพิจารณาจัดสรรสินทรัพย์ Asset Allocation โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ได้

‘หุ้นจีน’ ว่าที่ตลาดการเงินใหม่ของโลก

พลิกทุกความคาดหมาย เมื่อหุ้น IPO ที่นักลงทุนทั่วโลกรอคอย และว่ากันว่ามีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ของ ANT Group ถูก ก.ล.ต. ของจีนสั่งระงับการซื้อขาย เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดย China Securities Regulatory Commission หรือ ก.ล.ต. จีน บอกว่า ทางผู้บริหารของ ANT Group บริษัทฟินเทคที่มี Alibaba ถือหุ้นอยู่ 33% ได้รายงานการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์เทคโนโลยีทางการเงิน ส่งผลให้ทางก.ล.ต. จีนมองว่า ANT Group ยังไม่ผ่านเงื่อนไขสำหรับแผน IPO และกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูล[1]

เราคงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของ ANT Group ต่อไป ว่าจะผลักดันแผนการ IPO ของตัวเองให้สามารถเข้าซื้อขายในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงได้หรือไม่

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร การที่หุ้นจีนจะ IPO ด้วยมูลค่าที่สูงถึง 3.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าการ IPO ที่สูงแซงบริษัทน้ำมัน Saudi Aramco และ Alibaba และสูงที่สุดในโลกนี้ สะท้อนศักยภาพของ ‘หุ้นจีน’ ได้เป็นอย่างดี ในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดการเงินของโลกในอนาคต

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 16.54 จุด ตามทิศทางภูมิภาคภาคเอเชีย

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 16.54 จุด ตามทิศทางภูมิภาคภาคเอเชีย

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดแดนบวก ตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวขึ้นในเช้าวันนี้ หลังดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืน (28 ม.ค.) ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งจำนวนคนว่างงานของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าตัวเลขคาดการณ์

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,521.72 จุด เพิ่มขึ้น 16.54 จุด หรือ +0.47% ufa

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

เวลาที่พูดถึงหุ้นจีน นักลงทุนอาจจะได้ยินคำว่า A-Shares H-Shares รวมถึง ADR หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร

สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น

อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ (Allianz Global Investors หรือ AGI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารหุ้นจีน และเป็นพันธมิตรที่กองทุนบัวหลวงมอบหมายให้เป็นผู้รับดำเนินงานการลงทุนในต่างประเทศ (Outsourced fund manager) ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นำเสนอข้อมูลตลาดไว้อย่างน่าสนใจ ว่า สาเหตุที่ควรให้ความสำคัญกับ A-Shares ก็เพราะเวลานี้ จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของโลกก็จริง แต่คาดว่าภายในปี 2030 เศรษฐกิจจีนจะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหรัฐฯ ได้ในที่สุด และตลาดหุ้น A-Shares จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโอกาสทางเศรษฐกิจนี้

ขณะที่ หุ้น A-Shares มีอยู่ประมาณ 3,800 บริษัท มีมูลค่าตลาดรวมกันประมาณ 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 70% ของมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นจีนทั้งหมด และ MSCI ก็มีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-Shares ในดัชนี MSCI Emerging Market อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของจีนที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กองทุนต่างชาติมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นจีน A-Shares กับตลาดหุ้นอื่นก็มีน้อยมาก เรียกง่ายๆ ก็คือ ผลตอบแทนของหุ้นจีน มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นอื่นน้อยมาก อันเป็นผลจากการได้รับอิทธิพลจากนโยบายเศรษฐกิจ การเมือง และการเงินในประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนก็มีรายได้หลักจากในประเทศ ดังนั้นจึงได้รับผลข้างเคียงจากความขัดแย้งทางการค้าที่จีนมีกับสหรัฐฯ น้อย ด้วยเหตุนี้เอง หากมีหุ้นจีน A-Shares อยู่ในพอร์ตลงทุนก็จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ และยังทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วเนื่องจากดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนด้วย

เศรษฐกิจใหม่ที่ว่านี้ ก็คือ การเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการบริโภคในประเทศมากขึ้น การเน้นเรื่องเพิ่มมูลค่าในกลุ่มธุรกิจต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว บันเทิง อุปกรณ์ด้านสุขภาพ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ยานพาหนะพลังงานทางเลือกใหม่ ไบโอเทค ซอฟต์แวร์ และวัตถุดิบใหม่ๆ ดังนั้น การลงทุนใน A-Shares จึงเป็นโอกาสที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตของเศรษฐกิจจีน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นกลางในจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อหุ้น A-Shares มีความน่าสนใจ หากผู้ลงทุนสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการลงทุนในต่างประเทศได้ ก็สามารถพิจารณาจัดสรรสินทรัพย์ Asset Allocation โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ได้

3 ข้อต้องรู้ก่อนลงทุน “หุ้นจีน”

หลายคนมักบอกว่า รู้จัก “ประเทศจีน” และเข้าใจเรื่องการลงทุนในประเทศนี้อย่างดีแล้ว แต่เชื่อหรือไม่? การลงทุนในหุ้นแดนมังกร ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้นจีนในตอนนี้ มีเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง 3 ข้อ

คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ระบุว่า ปัจจุบันหากจะลงทุนหุ้นจีนถือว่าเป็นจังหวะค่อนข้างเหมาะสม เนื่องจากพื้นฐานราคาหุ้น (Valuation) ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่จีนมีความพยายามในการชะลอเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ในประเทศด้วยการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง จึงส่งผลกดดันต่อการลงทุน และทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจนค่อนข้างถูก

อย่างไรก็ตามคาดว่ารัฐบาลจีนจะกลับมาผ่อนคลาย นโยบายต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ การลดความเข้มงวดในนโยบายการคลังโดยการให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ และคาดว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) จะปรับลดอัตราส่วนเงินกันสำรองขั้นต่ำ (Reserve Requirement Ratio: RRR) ลงอีกหนึ่งครั้งในปีนี้เพื่อหนุนเศรษฐกิจ

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 38.67 จุด ตามทิศทางตลาดภูมิภาคเอเชีย

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 38.67 จุด ตามทิศทางตลาดภูมิภาคเอเชีย

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดตลาดแดนลบตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวลงเช้านี้ หลังดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดเมื่อคืนนี้ (27 ม.ค.) ทำสถิติดิ่งลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ประกาศมาตรการใหม่ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้เฟดมีความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ก็ตาม

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,534.67 จุด ลดลง 38.67 จุด หรือ -1.08% ufa

3 ข้อต้องรู้ก่อนลงทุน “หุ้นจีน”

หลายคนมักบอกว่า รู้จัก “ประเทศจีน” และเข้าใจเรื่องการลงทุนในประเทศนี้อย่างดีแล้ว แต่เชื่อหรือไม่? การลงทุนในหุ้นแดนมังกร ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้นจีนในตอนนี้ มีเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง 3 ข้อ

คนที่คุ้นเคยกับการลงทุนต่างประเทศ อาจจะพอเข้าใจดีอยู่แล้วว่า “หุ้นจีน” ที่กองทุนไทยส่วนใหญ่นิยมเข้าไปลงทุนอยู่นั้น มีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ “A-Shares” หรือ หุ้นที่ทำการค้าในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และ “H Share” ซึ่งก็คือ บริษัทที่ทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่มาจดทะเบียนซื้อขาย (Listed) ในฮ่องกง แต่รู้หรือไม่ว่า ทั้งสองตลาดมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างมาก

“H-Share” ตลาดหุ้นกลุ่มการเงิน

ความโดดเด่นของ “H-Share” ที่ชัดเจน คงต้องยกให้กับเรื่องของความเป็นที่สุดใน “ธุรกิจด้านการเงิน”เห็นได้จากแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งก็คือ “กลุ่มไฟแนนซ์” นั้น ครองสัดส่วนมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงถึง 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 63.5% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 23 บริษัท

อันดับที่สอง ได้แก่ “กลุ่มพลังงาน” มาร์เก็ตแคป 4.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.1 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 4 บริษัท และอันดับที่ 3 “กลุ่มไอที” มาร์เก็ตแคป 4.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.8 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 1 บริษัท ซึ่งก็คือ Tencent ผู้ประกอบธุรกิจด้านไอที ให้บริการด้านเว็บไซต์, แอพลิเคชัน เกมออนไลน์ นั่นเอง

“A-Share” ศูนย์รวมธุรกิจคลื่นลูกใหม่

การลงทุนกลุ่มหุ้น A-Share คือ โอกาสในเข้าถึงการลงทุนใน “เศรษฐกิจยุคใหม่” (New Economy) ของจีนอย่างแท้จริง โดยในแต่ละปีกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็น “เศรษฐกิจยุคใหม่” นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เห็นได้จากมาร์เก็ตแคปของธุรกิจกลุ่มนี้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา (2549–2560)

นอกจกนี้ A-Share ยังมีความหลากหลายของบริษัทจดทะเบียนมากกว่าเมื่อเทียบกับ H-Share โดย 3 อันดับแรกของธุรกิจที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด ได้แก่ 1.กลุ่มไฟแนนซ์ มาร์เก็ตแคป 12.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 33.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 58 บริษัท 2.กลุ่มอุตสาหกรรม มาร์เก็ตแคป 3.65 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.7 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 62 บริษัท 3.กลุ่มพลังงาน มาร์เก็ตแคป 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 12 บริษัท

สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น

คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ระบุว่า ปัจจุบันหากจะลงทุนหุ้นจีนถือว่าเป็นจังหวะค่อนข้างเหมาะสม เนื่องจากพื้นฐานราคาหุ้น (Valuation) ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่จีนมีความพยายามในการชะลอเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ในประเทศด้วยการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง จึงส่งผลกดดันต่อการลงทุน และทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจนค่อนข้างถูก

อย่างไรก็ตามคาดว่ารัฐบาลจีนจะกลับมาผ่อนคลาย นโยบายต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ การลดความเข้มงวดในนโยบายการคลังโดยการให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ และคาดว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) จะปรับลดอัตราส่วนเงินกันสำรองขั้นต่ำ (Reserve Requirement Ratio: RRR) ลงอีกหนึ่งครั้งในปีนี้เพื่อหนุนเศรษฐกิจ

ด้วยภาพรวมของราคาหุ้นจีนที่น่าสนใจตอนนี้ หากจะลงทุนเพื่อ “เก็งกำไรระยะสั้น” คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนTISCO ESU แนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงกับหุ้นในกลุ่ม H-Share ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐฯ เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ส่วนผู้ที่คาดหวังการลงทุนระยะยาว แนะนำลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงหุ้นในกลุ่ม A-Share ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ “เศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 0.14 จุด  ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนขยายตัว

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 0.14 จุด  ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนขยายตัว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกเล็กน้อยเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดตลาดที่ระดับ 3,596.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.14 จุด หรือ +0.003%

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน ขยายตัว 2.3% ในปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดว่า GDP จีนจะขยายตัวเกินหลัก 2% โดยแม้ว่าจะขยายตัวไม่มากนัก แต่คาดว่าจีนจะเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศเดียวที่มีการขยายตัวในปี 2563 ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจรายอื่นๆ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ufa

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 0.38 จุด ตามหุ้นเอเชียขานรับแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 0.38 จุด ตามหุ้นเอเชียขานรับแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นขานรับการที่นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,566.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.38 จุด หรือ +0.01% ufa

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 6.10 จุด วิตกข้อพิพาทจีน-สหรัฐ

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดลบ 6.10 จุด วิตกข้อพิพาทจีน-สหรัฐ

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากตลาดพุ่งขึ้นติดต่อกัน 6 วันทำการ ขณะเดียวกันตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างจีนและสหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,570.11 จุด ลดลง 6.10 จุด หรือ -0.17%

นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐอาจคว่ำบาตรผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านกว่า 50 คนในฮ่องกง และจะส่งเอกอัครทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (UN) เดินทางไปเยือนไต้หวัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจสร้างความไม่พอใจครั้งใหม่ให้กับจีน ufa

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 12.74 จุด ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว

ภาวะตลาดหุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 12.74 จุด ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกวันนี้ หลังจีนเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการอยู่เหนือกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของจีนมีแนวโน้มขยายตัว

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,416.55 จุด เพิ่มขึ้น 12.74 จุด หรือ +0.37%

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนในเดือนส.ค. อยู่ที่ระดับ 51.0 ลดลงจากระดับ 51.1 ในเดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 51.2 อ่านเพิ่มเติม

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 3.82 จุด นลท.เทขายทำกำไรหลังตลาดดีดตัวขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 3.82 จุด นลท.เทขายทำกำไรหลังตลาดดีดตัวขึ้น

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังตลาดดีดตัวขึ้นเมื่อวานนี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,346.29 จุด ลดลง 3.82 จุด หรือ 0.11% อ่านเพิ่มเติม

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 1.77 จุด อ่อนแรงต่อเนื่องจากวานนี้

ภาวะตลาดหุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 1.77 จุด อ่อนแรงต่อเนื่องจากวานนี้

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบเล็กน้อยในวันนี้ โดยตลาดปรับตัวลงต่อเนื่องจากวานนี้ แม้สถานการณ์การค้าระหว่างจีนและสหรัฐส่งสัญญาณคืบหน้าก็ตาม

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,371.81 จุด ลดลง 1.77 จุด หรือ -0.05% อ่านเพิ่มเติม