แนวโน้มดัชนีเช้านี้อ่อนลงตามภูมิภาคจากขายทำกำไรก่อนเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้อ่อนลงตามภูมิภาคจากขายทำกำไรก่อนเจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะอ่อนตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวในแดนลบ ยกเว้นตลาดหุ้นออสเตรเลีย จากแรงขายทำกำไรออกมาก่อนในช่วงรอดูการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งมองเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อเศรษฐกิจโลก และรอดูตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) งวดไตรมาส 2/63 ของไทยที่จะออกมาในวันจันทร์หน้าที่จะถึงนี้ (17 ส.ค.) ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ -0.3%  รอดูตัวเลขจ้างงาน-แผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ -0.3%  รอดูตัวเลขจ้างงาน-แผนกระตุ้นศก.ของสหรัฐ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้น ขณะเดียวกันก็รอดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯคืนนี้ ซึ่งตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.48 ล้านคน และรอดูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯด้วย ซึ่งวงเงินขั้นต่ำ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ราว -0.3% ถึง -0.6% คาดว่าจะเป็นผลจากปัจจัยการเมือง โดยทางสหรัฐฯได้มีการเปลี่ยนกฏระเบียบเข้มขึ้นสำหรับบริษัทที่จะจดทะเบียนในตลาด ทำให้มีโอกาสที่จะเพิกถอนบริษัทจีนได้ ซึ่งคงจะต้องติดตามความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนต่อไป รวมถึงใกล้เข้าฤดูกาลการเลือกตั้งในสหรัฐฯด้วย

สำหรับบ้านเราก็ให้ทยอยติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป โดยงบฯของ ADVANC ก็ออกมาดีกว่าคาด แต่ BH ออกมาต่ำกว่าคาด ดังนั้น นักลงทุนคงจะระมัดระวังการเล่นเก็งกำไรตามงบฯมากขึ้น

พร้อมให้แนวรับ 1,320-1,325 จุด ส่วนแนวต้าน 1,345-1,350 จุด

แทงบอล

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้น คาดหวังมาตรการกระตุ้นศก.เงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ

ภาวะตลาดหุ้นไทย: แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับขึ้นตามภูมิภาครับ PMI ทั่วโลกดี-สหรัฐใกล้สรุปมาตรการกระตุ้นศก.เงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างเคลื่อนไหวในแดนบวก ตอบรับปัจจัยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการทั่วโลกออกมาดีกว่าคาด ไม่ว่าจะเป็นจีน, ญี่ปุ่น, สหรัฐ และยุโรป อีกทั้งยังคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯ จะได้ข้อสรุปในช่วงสุดสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ดี ตลาดฯ ยังมีปัจจัยถ่วงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน ต้องติดตามดูความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างใกล้ชิด และติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ส่วนบ้านเราเกาะติดการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยวันนี้จะมี ADVANC, GPSC ประกาศงบการเงินไตรมาส 2/63

พร้อมให้แนวรับ 1,328 จุด ส่วนแนวต้าน 1,345-1,356 จุด

แทงบอล

แนวโน้มดัชนีเช้านี้เปิดบวกต หลังดอลลาร์ฯอ่อนค่าหนุนลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้เปิดบวกตามตลาดทั่วโลก หลังดอลลาร์ฯอ่อนค่าหนุนลงทุน สินทรัพย์เสี่ยง

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสที่จะเปิดปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อยตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวก ตามตลาดสหรัฐฯที่ปรับตัวขึ้น รับผลจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าทำให้มีการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงกันมากขึ้น และราคาน้ำมันดิบก็ปรับตัวขึ้นได้ อีกทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ 1 ล้านล้านดอลลาร์ฯก็ใกล้จะบรรลุแล้ว

อย่างไรก็ดี ภาพรวมตลาดฯวันนี้คงจะเป็นลักษณะของการแกว่งตัวทั้งในแดนบวก-ลบ ตามผลประชุมคณะกรรมการการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะมีขึ้นในวันนี้ ซึ่งส่วนใหญ่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.5% แต่สิ่งที่น่าจับตาในเรื่องการปรับประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) จะออกมาอย่างไร

ทั้งนี้ ให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียนต่อไป โดยวันนี้ THCOM จะประกาศงบฯ และพรุ่งนี้ก็จะมี ADVANC, LPN เป็นต้น ที่จะประกาศงบฯออกมา นอกจากนี้ให้ติดตามการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ได้มีการกำหนดมาแล้วว่าเป็นวันที่ 15 ส.ค.นี้ เพื่อประเมินเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศลงนามกันไปเมื่อต้นปีนี้ ขณะที่ช่วงหลังจีนไม่ได้ซื้อสินค้าเกษตรตามข้อตกลง อีกทั้ง ให้ติดตามการปรับน้ำหนักลงทุนของ MSCI ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 ส.ค.นี้ด้วย

พร้อมให้แนวรับ 1,313-1,320 จุด ส่วแนวต้าน 1,338-1,345 จุด

แทงบอล

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นกรอบจำกัด ทิศทางตปท.เป็นบวกแต่ยังเกาะติดงบฯบจ.

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ ขึ้นกรอบจำกัด ทิศทางตปท.เป็นบวกแต่ยังเกาะติดงบฯบจ.-ประชุมกนง.

นักวิเคราะห์ฯ คาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับขึ้น กรอบจำกัด ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศเป็นบวก โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับขึ้นเมื่อคืนนี้ขานรับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่ง และความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ด้านสัญญาณทางเทคนิคยังบ่งชี้ถึงโอกาสการปรับขึ้นและน่าจะผลักดันให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามา ขณะที่นักลงทุนยังรอดูปัจจัยในประเทศ ทั้งการทยอยประกาศผลประกอบการ บจ. การปรับครม. และ การประชุม กนง.วันพรุ่งนี้ พร้อมมองแนวรับในกรอบ 1,312-1,308 จุด และแนวต้านที่ 1,335-1,340 จุด

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่ส่วนใหญ่แกว่งในแดนบวก หลังจากที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับเพิ่มขึ้นเมื่อวานนี้ จากคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ ขานรับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่ปรับขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 1 ปี รวมถึงยังมีความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐ

สัญญาณทางเทคนิคของดัชนีหุ้นไทยยังบ่งชี้ถึงโอกาสการปรับขึ้นได้บ้าง หลังจากการปรับตัวลงของดัชนีหุ้นไทยเมื่อวานนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 6 วันทำการไม่ได้ทำระดับต่ำสุดใหม่ ทำให้น่าจะยังรักษาฐานดังกล่าวได้ แท้สัญญาณเทคนิคบางอย่างอาจจะยังกดอยู่ก็ตาม โดยดัชนีมียอดสูงบริเวณ 1,322 และ 1,324 จุด ขณะที่นักลงทุนบางส่วนอาจรอ Break Out ซึ่งก็จะผลักดันให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามา อย่างไรก็ตาม วานนี้มีแรงขายออกมาค่อนข้างมากในกลุ่ม TIP ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ก็อาจจะยังทำให้การปรับขึ้นของดัชนีหุ้นไทยที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันยังอยู่ในกรอบจำกัด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามสถานการณ์ภายในประเทศ ทั้งการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันพรุ่งนี้ (5 ส.ค.) ,การทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ,การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นต้น

พร้อมให้แนวรับที่บริเวณ 1,312-1,308 จุด และแนวต้านที่ 1,335-1,340 จุด

แทงบอล

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ถึงอ่อนลง กังวลโควิดรอบ 2

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ถึงอ่อนลง กังวลโควิดรอบ 2 หวั่นกดดันการฟื้นตัวศก.

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ถึงอ่อนตัวลง จากความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ทำให้กดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ จากหลายสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน ยกเว้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ปรับตัวขึ้นได้ดี หลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่นออกมาดีกว่าคาด

อย่างไรก็ดีให้ติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของทั่วโลกที่จะทยอยออกมา ซึ่งโดยรวมทางฝั่งยุโรปน่าจะทรงตัว แต่ฝั่งสหรัฐฯน่าจะออกมาดีขึ้น อีกทั้งติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ขณะนี้ยังไม่ออกมา หากไม่ออกมาก็จะเป็นความเสี่ยงในระยะถัดไป

พร้อมให้แนวรับ 1,320 ถัดไป 1,305-1,300 จุด ส่วนแนวต้าน 1,330-1,340 จุด

แทงบอล

หุ้นไทยปิดร่วง 18.73 จุด ตามตปท.จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน

ภาวะตลาดหุ้นไทย : ปิดร่วง 18.73 จุด ตามตปท.จากความตึงเครียดสหรัฐฯ-จีน/สัปดาห์หน้าลุ้นขึ้น

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,340.92 จุด ลดลง 18.73 จุด (-1.38%) มูลค่าการซื้อขาย 46,529.79 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,350.93 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,337.21 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 398 หลักทรัพย์ ลดลง 1,097 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 293 หลักทรัพย์

นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงตามตลาดต่างประเทศ ทั้งตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ติดลบ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ก็ปรับตัวลง เหมือนกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ติดลบ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจีนมีการตอบโต้สหรัฐฯด้วยการสั่งปิดสถานกงสุลสหรัฐที่เมืองเฉิงตู ซึ่งมองว่าเป็นประเด็นการเมือง และมีความกังวลว่าจะลุกลามไปอย่างอื่นอีก

นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งในสหรัฐฯ และบราซิล ก็ยังมีผู้ติดเชื้อที่มีจำนวนสูงอยู่มาก รวมถึงเริ่มเห็นแรงขายจากหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ทั้งที่กำไรก็ออกมาดีกว่าคาด แต่การที่ถูกขายออกมาอาจเป็นการมองถึงแนวโน้มที่กังวลว่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ตรงนี้ส่งผลให้ตลาดหุ้นไต้หวัน และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ต่างปรับตัวลงไปด้วย

ส่วนตลาดบ้านเราจะปิดทำการระยะยาว ดังนั้น ตลาดฯจึงเป็นลักษณะของ Wait & See โดยนักลงทุนบางรายเลือกที่ขายทำกำไรและถือเงินสดไว้ก่อน เพื่อรอดูหลายปัจจัยในสัปดาห์หน้าที่จะต้องติดตาม เป็นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2563 ของสหรัฐฯ รวมถึงรอดูการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะประกาศออกมาหลายบริษัทในสัปดาห์หน้า อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลงตามต่างประเทศ วิตกสถานการณ์โควิด – ราคาน้ำมันร่วง

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับลงตาม ต่างประเทศ วิตกสถานการณ์โควิด – ราคาน้ำมันร่วง ,ขัดแย้งจีน – สหรัฐ

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ต่างติดลบกันเกือบทุกตลาด เช่นเดียวกับดาวโจนส์ที่ปรับตัวลงเมื่อคืนที่ผ่านมากว่า 300 จุด จากความกังวลการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมากถึงกว่า 7 หมื่นคนรายต่อวัน

นอกจากนี้ ยังผิดหวังตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯที่ออกมาสูงกว่าตลาดคาดไว้ และยังกังวลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ด้วย รวมถึงต่างก็ยังรอดูว่าสหรัฐฯจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมาหรือไม่ อีกทั้งตลาดฯได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว ก็ทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง  อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ใน “แดนบวก-ลบ”ภูมิภาคหวั่นถ่วงกำไรกลุ่มแบงก์

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ใน “แดนบวก-ลบ” คล้ายภูมิภาคหวั่นรับแรงถ่วงกำไรกลุ่มแบงก์แย่กว่าคาด

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์ทั้งใน แดนบวก-ลบ คล้ายกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ โดยยังคงตอบรับเรื่องสหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 7.5 แสนล้านยูโรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และความคืบหน้าวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ยังเป็นปัจจัยบวก รวมถึงมีความคาดหวังทางฝั่งสหรัฐฯจะมีมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมา

อย่างไรก็ดี บ้านเราขณะนี้กลุ่มแบงก์ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 2/63 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ากำไร -35% yoy ซึ่งแย่กว่าเราและตลาดคาดไว้ โดยมีแค่ SCB และ BAY เท่านั้นที่งบฯออกมาดี ส่วน BBL ที่ออกมาวานนี้ก็ต่ำกว่าคาดเช่นกัน เป็นผลจากเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว ทำให้กังวลว่าอาจมีการปรับลดประมาณการกำไรทั้งปีนี้ลงอีก ซึ่งก็คงจะกระทบตลาดฯไปด้วย

อย่างไรก็ดี วันนี้ต้องติดตามการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดใหญ่ที่จะพิจารณาการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไปอีก 1 เดือน และการปลดล็อกดาวน์เฟส 6 รวมถึงให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป อ่านเพิ่มเติม

หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.72 จุด ขานรับนายกฯเปิดโผครม.ยอมรับทาบ”ปรีดี ดาวฉาย”

ภาวะตลาดหุ้นไทย : หุ้นไทยปิดพุ่ง 11.72 จุด ขานรับนายกฯเปิดโผครม.ยอมรับทาบ”ปรีดี ดาวฉาย”/สัปดาห์หน้าแกว่งไซด์เวย์

ตลาดหลักทรัพย์ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,359.58 จุด เพิ่มขึ้น 11.72 จุด (+0.87%) มูลค่าการซื้อขาย 41,354.56 ล้านบาท

การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำระดับสูงสุดที่ 1,361.39 จุด และทำระดับต่ำสุด 1,350.10 จุด

ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 714 หลักทรัพย์ ลดลง 581 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 449 หลักทรัพย์

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงท้าย หลังนายกรัฐมนตรีออกมายอมรับว่าได้ทาบทามนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เข้าร่วมทีมเศรษฐกิจในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำตอบ พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่คุมทีมเศรษฐกิจด้วยตนเอง ซึ่งความคืบหน้าการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นปัจจัยบวกของตลาดฯ

นอกจากนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทย ก็ยังไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ แต่ราคาน้ำมัน และการท่องเที่ยวก็ยังไม่กลับมา ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังและเลือกหุ้นลงทุนเป็นรายตัวลักษณะเทรดดิ้งสั้น ๆ โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่ม Deomestic plays ที่มาช่วยพยุงตลาดไว้ พร้อมให้ติดตามการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 ของกลุ่มแบงก์ที่จะทยอยออกมาในช่วงนี้

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเคลื่อนไหวในแดนบวก-ลบคละกัน ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ส่วนใหญ่จะติดลบ สวนทางดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่บวกได้เล็กน้อย

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์หน้า นายมงคล กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,320-1,370 จุด ซึ่งหากดัชนีฯยังไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,370 จุด ก็ถือว่ายังไม่จบการปรับฐาน

สัปดาห์หน้าให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เนื่องจากจะมีผลต่อราคาน้ำมัน และการท่องที่ยว รวมถึงให้ติดตามการทยอยประกาศงบฯของกลุ่มแบงก์ต่อไป และติดตามความคืบหน้าการปรับครม. รวมถึงตัวเลขส่งออกของไทยที่จะออกวันที่ 22 ก.ค.นี้ อีกทั้งเกาะติดความสัมพันธ์สหรัฐและจีน อย่างใกล้ชิด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

STGT มูลค่าการซื้อขาย 2,076.56 ล้านบาท ปิดที่ 85.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท

EA มูลค่าการซื้อขาย 1,824.69 ล้านบาท ปิดที่ 49.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

STA มูลค่าการซื้อขาย 1,433.13 ล้านบาท ปิดที่ 29.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,266.57 ล้านบาท ปิดที่ 66.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,071.17 ล้านบาท ปิดที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

แทงบอล