ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 34.30 จุด ผิดหวังยอดค้าปลีกเพิ่มน้อยกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลดลง หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,931.02 จุด เพิ่มขึ้น 34.30 จุด หรือ +0.12% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,372.85 จุด ลดลง 0.58 จุด หรือ +0.02% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,019.30 จุด ลดลง 23.20 จุด หรือ -0.21%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์บวก 1.8%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 0.6% และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้น 0.1%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางตั้งแต่การซื้อขายในช่วงเช้า หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นเพียง 1.2% ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 1.9% หลังจากที่ดีดตัวขึ้น 8.4% ในเดือนมิ.ย. อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 104.53 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถ่วงตลาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 104.53 จุด แรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถ่วงตลาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (11 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่การเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังคงชะงักงัน ซึ่งกดดันให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมา โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,686.91 จุด ลดลง 104.53 จุด หรือ -0.38% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,333.69 จุด ลดลง 26.78 จุด หรือ -0.80% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,782.82 จุด ลดลง 185.54 จุด หรือ -1.69%

ตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดัน หลังจากนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐเปิดเผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า ผู้เจรจาของทำเนียบขาวยังไม่ได้พูดคุยกับผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสเกี่ยวกับกฎหมายเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 หลังจากที่การเจรจาล้มเหลวในสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 46.50 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานเพิ่มเกินคาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 46.50 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานเพิ่มเกินคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) และดัชนี S&P500 ปิดขยับขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ค. แต่ดัชนี Nasdaq ปิดลดลงโดยถูกกดดันจากการเจรจาที่ยังคงชะงักงันเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,433.48 จุด เพิ่มขึ้น 46.50 จุด หรือ +0.17% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,351.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.12 จุด หรือ +0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,010.98 จุด ลดลง 97.09 จุด หรือ -0.87%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 3.8% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq บวก 2.5%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.763 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% จากระดับ 11.1% ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.6%

บรรดานักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ของสหรัฐ แต่สมาชิกสภาสหรัฐก็ยังคงไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับขนาดและขอบเขตของมาตรการเยียวยาดังกล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมุ่งความสนใจไปที่ความขัดแย้งรอบใหม่ของสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อแบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกและวีแชทของจีน ขณะที่จีนออกมาระบุว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้

หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดบวก โดยกลุ่มการเงิน พุ่งขึ้นมากที่สุด 2.18% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี ร่วง 1.56% โดยเป็นกลุ่มที่ร่วงลงมากที่สุด

หุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงมากที่สุด และฉุดดัชนี Nasdaq ปิดตลาดปรับตัวลง

หุ้นที-โมบาย ยูเอส อิงค์ พุ่งขึ้น 6.47% หลังเปิดเผยยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดือนสูงกว่าคาด และแซงหน้าคู่แข่งอย่างเอทีแอนด์ทีขึ้นเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของสหรัฐ

หุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวขึ้น 1.19% หลังจากเปิดตัว Reels ซึ่งเป็นบริการใหม่ของอินสตาแกรมในสหรัฐ โดยเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีขึ้นเพื่อแข่งกับแอปพลิเคชันแชร์คลิปวิดีโอสัญชาติจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

หุ้นยูพีเอส พุ่ง 7.9% หลังประกาศเก็บค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้นสำหรับช่วงฤดูกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตอกย้ำว่าบริษัทได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น

หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ปรับตัวขึ้น 1.6% หลังเปิดเผยว่า บริษัทจะยังคงรายงานผลประกอบการที่เป็นกำไรได้ในไตรมาส 2 หลังยุติคดีกับรัฐบาลมาเลเซียเกี่ยวกับกองทุน 1MDB

ส่วนหุ้นเทนเซ็นต์ มิวสิก เอ็นเทอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป ร่วง 3.32% หลังปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อแบนวีแชท (WeChat) ของเทนเซ็นต์ในข้อหาเป็นภัยคุกคามข้อมูลส่วนบุคคล

หุ้นไมโครซอฟท์ คอร์ป ร่วง 1.79% ขณะที่กำลังเจรจาเพื่อซื้อกิจการของติ๊กต็อก (TikTok) ในสหรัฐ

หุ้นบริษัทจีนในสหรัฐปรับตัวลง อาทิ ไป่ตู้ ลบ 0.46%, อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ร่วง 5.11% และเจดี.คอม อิงค์ ร่วง 4.39%

หุ้นอูเบอร์ ร่วง 5.21% หลังเปิดเผยยอดขาดทุนรายไตรมาสที่ 5.2 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

แทงบอล

ดาวโจนส์ปิดบวก 185.46 จุด รับมาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 185.46 จุด รับมาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า,ข้อมูลแรงงานดีกว่าคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 5 เมื่อคืนนี้ (6 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ทำสถิติพุ่งขึ้นเหนือระดับ 11,000 จุดเป็นครั้งแรก เนื่องจากนักลงทุนขานรับความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐที่ออกมาต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,386.98 จุด เพิ่มขึ้น 185.46 จุด หรือ +0.68% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,349.16 จุด เพิ่มขึ้น 21.39 จุด หรือ +0.64% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,108.07 จุด เพิ่มขึ้น 109.67 จุด หรือ +1.00%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยล่าสุดนายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า เขาคาดหวังว่าสภาคองเกรสจะบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในไม่ช้า พร้อมกับกล่าวว่า ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต่างก็มีความต้องการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นายมาร์ค มีโดว์ส หัวหน้าคณะทำงานของทำเนียบขาว และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า หากทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตยังไม่สามารถทำข้อตกลงกันได้ภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เตรียมที่จะใช้สิทธิอำนาจของประธานาธิบดีในการขยายโครงการช่วยเหลือคนตกงาน หลังจากที่โครงการดังกล่าวได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกจำนวน 1.186 ล้านรายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.42 ล้านราย และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้นแข็งแกร่งและเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด โดยหุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 3.49% หุ้นเฟซบุ๊ก ทะยานขึ้น 6.49% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ บวก 1.39% หุ้นอัลฟาเบท เพิ่มขึ้น 1.75% หุ้นไมโครซอฟท์ บวก 1.6% หุ้นแอมะซอนดอทคอม บวก 0.62%

หุ้นบริสตอล-ไมเยอร์ สควิบบ์ พุ่งขึ้น 2.75% หุ้นเวียคอมซีบีเอส พุ่งขึ้น 3.42% หลังจากทั้งสองบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดในไตรมาส 2

หุ้นเรสโตรองท์ แบรนด์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (RBI) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเบอร์เกอร์ คิง ร่วงลง 4.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ดิ่งลง 25% แตะระดับ 1.05 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไร 33 เซนต์/หุ้น สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 31 เซนต์/หุ้น

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

แทงบอล

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 373.05 จุด รับผลประกอบการสดใส,มาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 373.05 จุด รับผลประกอบการสดใส,มาตรการกระตุ้นศก.คืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (5 ส.ค.) ขานรับผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งรวมถึงบริษัทวอลท์ ดิสนีย์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลดัชนีภาคบริการของสหรัฐที่ขยายตัวแข็งแกร่ง รวมทั้งความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,201.52 จุด พุ่งขึ้น 373.05 จุด หรือ +1.39% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,327.77 จุด เพิ่มขึ้น 21.26 จุด หรือ +0.64% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,998.40 จุด เพิ่มขึ้น 57.23 จุด หรือ +0.52%

หุ้นวอลท์ ดิสนีย์ พุ่งขึ้น 8.8% หลังบริษัทเปิดเผยว่ามีกำไร 8 เซนต์/หุ้นในไตรมาส 3 ตามปีงบการเงินของบริษัท สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าบริษัทจะขาดทุน 64 เซนต์/หุ้น นอกจากนี้ ดิสนีย์ยังเปิดเผยจำนวนสมาชิกที่รับบริการสตรีมมิ่งผ่านทาง Disney+, Hulu และ ESPN+ มากถึง 100 ล้านราย

หุ้นสแควร์ อิงค์ (Square Inc) ผู้ให้บริการระบบจ่ายเงินผ่านอุปกรณ์พกพา พุ่งขึ้น 7.1% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 2 พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 64% เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใช้บริการซื้อของทางออนไลน์อย่างคึกคักในช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด

หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ดีดตัวขึ้น 0.8% ขานรับข่าวที่ว่า รัฐบาลสหรัฐได้ทำข้อตกลงวงเงินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์กับ J&J เพื่อพัฒนาและส่งมอบวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 จำนวน 100 ล้านโดส ทันทีที่วัคซีนดังกล่าวได้รับการรับรองว่ามีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในมนุษย์

หุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใส โดยหุ้นโกลด์แมน แซคส์ บวก 1.43% หุ้นเจพีมอร์แกน เชส พุ่งขึ้น 1.74% หุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา บวก 1.52% ส่วนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น หุ้นโบอิ้ง พุ่งขึ้น 5.58% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ปรับตัวขึ้น 2.62% หุ้น 3M พุ่งขึ้น 2.74% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก พุ่งขึ้น 4.23%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากข้อมูลภาคบริการที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยผลสำรวจของสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) พบว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 58.1 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 57.1 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55.0

ขณะที่ไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 50.0 ในเดือนก.ค. จากระดับ 47.9 ในเดือนมิ.ย. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพ หลังจากหดตัวติดต่อกัน 5 เดือน

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ โดยนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวและแกนนำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส ได้ตกลงกันว่าจะพยายามบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ภายในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ หลังจากที่การเจรจายืดเยื้อมาเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 167,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1 ล้านตำแหน่ง และต่ำกว่าอย่างมากจากระดับ 4.314 ล้านตำแหน่งในเดือนมิ.ย.

ทางด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐลดลง 7.5% สู่ระดับ 5.07 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกพุ่งขึ้น 9.4% สู่ระดับ 1.583 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2558 ส่วนการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้น 4.7% สู่ระดับ 2.089 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย.

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

แทงบอล

ดาวโจนส์ปิดบวก 164.07 จุด รับแรงซื้อหุ้นพลังงานรพุ่งขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 164.07 จุด รับแรงซื้อหุ้นพลังงานรพุ่งขึ้น  , จับตามาตรการกระตุ้นศก. 

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (4 ส.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยมีกระแสข่าวออกมาเป็นระยะว่า การเจรจามีความคืบหน้า

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,828.47 จุด เพิ่มขึ้น 164.07 จุด หรือ +0.62% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,306.51 จุด เพิ่มขึ้น 11.90 จุด หรือ +0.36% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,941.17 จุด เพิ่มขึ้น 38.37 จุด หรือ +0.35%

หุ้น 9 กลุ่มจากทั้งหมด 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุด โดยหุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 2.89% หุ้นเชฟรอน เพิ่มขึ้น 1.97% หุ้นเบเกอร์ ฮิวจ์ พุ่งขึ้น 3.58% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ทะยานขึ้น 3.92% หุ้นอ็อคซิเดนเชียล ปิโตรเลียม พุ่งขึ้น 3.21%

หุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 0.7% เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดของแอปเปิล โดยบริษัทระบุว่า กำไรต่อหุ้นในไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2563 อยู่ที่ระดับ 2.58 ดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.04 ดอลลาร์ แม้ธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการปิดแอปเปิลสโตร์หลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา

หุ้นราล์ฟ ลอเรน ผู้ผลิตและจำหน่ายแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของสหรัฐ ร่วงลง 4.32% หลังจากบริษัทเปิดเผยรายได้ลดลงในไตรมาส 2 เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ทางบริษัทต้องปิดร้านค้าหลายแห่ง และยังทำให้ความต้องการสินค้าแบรนด์หรูทั่วโลกชะลอตัวลงด้วย

หุ้นอเมริกัน อินเตอร์เนชันแนล กรุ๊ป (AIG) ร่วงลง 7.47% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขกำไรลดลงในไตรมาส 2

หุ้นไมโครซอฟท์ ปรับตัวลง 1.5% ขณะที่นักลงทุนจับตาความคืบหน้าของไมโครซอฟท์ในการเจรจาซื้อกิจการ TikTok ในสหรัฐ ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่คัดค้านการที่ไมโครซอฟท์ คอร์ปจะเข้าซื้อกิจการของ TikTok แต่หากการซื้อกิจการดังกล่าวไม่เกิดขึ้นภายในวันที่ 15 ก.ย. เขาก็จะสั่งแบนการให้บริการของ TikTok ในสหรัฐ

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อคืนนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 6.2% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 5.0% โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยนายชัค ชูเมอร์ แกนนำของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภาสหรัฐเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “เรามีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง และใกล้จะบรรลุข้อตกลง โดยแม้ว่ายังมีหลายประเด็นที่ยังไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ แต่เราพยายามที่จะผลักดันให้มีการบรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”

ทางด้านปธน.ทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า คณะบริหารของรัฐบาลสหรัฐ “มีการเจรจาที่ดีมาก” ร่วมกับนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายชูเมอร์ แต่ปัญหาก็คือว่า พรรคเดโมแครตต้องการรวมเงินช่วยเหลือเมืองและรัฐต่างๆ ในด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับโรคระบาดไว้ในมาตรการเยียวยานี้ ซึ่งปธน.ทรัมป์มองว่าไม่ยุติธรรม

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ค.จาก ADP, ดุลการค้าเดือนมิ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนก.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย.

แทงบอล

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 236.08 จุด ขานรับข่าวซื้อกิจการ,ภาคการผลิตสหรัฐสดใส

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 236.08 จุด ขานรับข่าวซื้อกิจการ,ภาคการผลิตสหรัฐสดใส

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ขานรับดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 1 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวการซื้อกิจการในภาคธุรกิจ ซึ่งรวมถึงข่าวไมโครซอฟท์เจรจาซื้อกิจการ TikTok และกูเกิลเข้าซื้อหุ้นในบริษัท ADT ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในสหรัฐ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ของสหรัฐซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,664.40 จุด พุ่งขึ้น 236.08 จุด หรือ +0.89% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,294.61 จุด เพิ่มขึ้น 23.49 จุด หรือ +0.72% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,902.80 จุด เพิ่มขึ้น 157.53 จุด หรือ +1.47%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นหลังจากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจซึ่งระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 54.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีที่แล้ว จากระดับ 52.6 ในเดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 53.6 โดยได้รับปัจจัยบวกจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ หลังจากมีการปิดเศรษฐกิจก่อนหน้านี้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทางด้านไอเอชเอส มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงิน เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.9 ในเดือนก.ค. จากระดับ 49.8 ในเดือนมิ.ย. โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ถึงภาวะขยายตัวของภาคการผลิตของสหรัฐ

หุ้นไมโคซอฟท์ พุ่งขึ้น 5.62% หลังโมโครซอฟท์ยืนยันว่าทางบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาซื้อกิจการ TikTok ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เวลา 45 วันแก่บริษัท ByteDance ของจีนในการเจรจาเพื่อขายกิจการ TikTok ให้แก่ไมโครซอฟท์

หุ้น ADT ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยในบ้าน ทะยานขึ้น 56.56% หลังจากกูเกิลประกาศเข้าซื้อหุ้นเกือบ 7% ใน ADT คิดเป็นมูลค่า 450 ล้านดอลาร์

หุ้นมาราธอน ปิโตรเลียม บวก 0.97% หลังจากเซเว่น อีเลฟเว่น อิงค์ ประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทสปีดเวย์ แอลแอลซี ซึ่งเป็นเครือร้านสะดวกซื้อและสถานีบริการน้ำมันของมาราธอน ปิโตรเลียม ในวงเงิน 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์

หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.5% หลังจากแอปเปิลเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพ Mobeewave ในวงเงิน 100 ล้านดอลลาร์

หุ้นไทสัน ฟู้ดส์ ปรับตัวขึ้น 0.9% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาดในไตรมาส 2

หุ้น Eli Lilly & Co ซึ่งเป็นบริษัทยาของสหรัฐ ดีดตัวขึ้น 1.7% ขานรับข่าวที่ว่าทางบริษัทกำลังเริ่มต้นทดสอบยา LY-CoV555 ในเฟสสุดท้าย โดย Eli Lilly พัฒนายา LY-CoV555 ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสโควิด-19 ร่วมกับบริษัท AbCellera ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของแคนาดา โดยจะมีการทดลองในอาสาสมัครจำนวน 2,400 ราย

นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งได้หมดอายุแล้วในช่วงสิ้นเดือนก.ค. ขณะที่ยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวงเงินที่จะให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค.ของสหรัฐซึ่งกระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 1.36 ล้านตำแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 10.7%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมิ.ย., ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนก.ค.จาก ADP, ดุลการค้าเดือนมิ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนก.ค.จากมาร์กิต, ดัชนีภาคบริการเดือนก.ค.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย.

แทงบอล

ดาวโจนส์ปิดบวก 114.67 จุด รับอานิสงส์หุ้นเทคโนฯพุ่งจากผลประกอบการแกร่ง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 114.67 จุด รับอานิสงส์หุ้นเทคโนฯพุ่งจากผลประกอบการแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (31 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ แอปเปิล, แอมะซอน.คอม และเฟซบุ๊ก หลังจากบริษัทเหล่านี้เปิดเผยรายได้และผลกำไรสูงเกินคาดในไตรมาส 2/2563 อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการรอบใหม่ของรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 นั้น ยังคงทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,428.32 จุด เพิ่มขึ้น 114.67 จุด หรือ +0.44%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,271.12 จุด เพิ่มขึ้น 24.90 จุด หรือ +0.77% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,745.27 จุด เพิ่มขึ้น 157.46 จุด หรือ +1.49%

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 0.15%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.73% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.69%

ส่วนในรอบเดือนก.ค. ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 2.39%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 5.52% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 6.83%

ตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นแอปเปิล ทะยานขึ้น 10.47%, หุ้นแอมะซอน.คอม พุ่ง 3.70% และหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 8.17% หลังบริษัทเหล่านี้เปิดเผยผลกำไรไตรมาส 2/2563 ที่สูงเกินคาด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับมาตรการรอบใหม่ในการเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 หลังนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตยังคงเจรจากันเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้

บรรดานักลงทุนยังคงรอผลการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งจะหมดอายุในสิ้นเดือนก.ค. โดยมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวงเงินที่จะให้ความช่วยเหลือคนว่างงาน ซึ่งพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

ส่วนการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อวันศุกร์ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 72.5 ในเดือนก.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 72.7 โดยร่วงลงจากระดับ 78.1 ในเดือนมิ.ย.

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.6% ในเดือนมิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 5.5% หลังจากพุ่งขึ้น 8.5% ในเดือนพ.ค. โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ขณะที่รายได้ส่วนบุคคล ลดลง 1.1% ในเดือนมิ.ย. หลังจากดิ่งลง 4.2% ในเดือนพ.ค. และลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าอาจลดลง 0.5%

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนพ.ค. และเมื่อเทียบรายปี ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.9% หลังจากดีดตัวขึ้น 1.0% ในเดือนพ.ค.

แทงบอล

ดาวโจนส์ปิดบวก 114.67 จุด รับอานิสงส์หุ้นเทคโนฯพุ่งจากผลประกอบการแกร่ง

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 114.67 จุด รับอานิสงส์หุ้นเทคโนฯพุ่งจากผลประกอบการแกร่ง

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (31 ก.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ แอปเปิล, แอมะซอน.คอม และเฟซบุ๊ก หลังจากบริษัทเหล่านี้เปิดเผยรายได้และผลกำไรสูงเกินคาดในไตรมาส 2/2563 อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการรอบใหม่ของรัฐบาลสหรัฐในการเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 นั้น ยังคงทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,428.32 จุด เพิ่มขึ้น 114.67 จุด หรือ +0.44%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,271.12 จุด เพิ่มขึ้น 24.90 จุด หรือ +0.77% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,745.27 จุด เพิ่มขึ้น 157.46 จุด หรือ +1.49%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลง 0.15%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.73% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 3.69%

ส่วนในรอบเดือนก.ค. ดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 2.39%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 5.52% และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 6.83%

ตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นชั้นนำในกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นแอปเปิล ทะยานขึ้น 10.47%, หุ้นแอมะซอน.คอม พุ่ง 3.70% และหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 8.17% หลังบริษัทเหล่านี้เปิดเผยผลกำไรไตรมาส 2/2563 ที่สูงเกินคาด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับมาตรการรอบใหม่ในการเยียวยาผลกระทบของโรคโควิด-19 หลังนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเปิดเผยว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตยังคงเจรจากันเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 205.49 จุด วิตกมาตรการกระตุ้นศก.ไม่คืบหน้า

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 205.49 จุด วิตกมาตรการกระตุ้นศก.ไม่คืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในประเด็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวลงในเดือนก.ค. รวมทั้งผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดร่วงลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,379.28 จุด ลดลง 205.49 จุด หรือ -0.77% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,218.44 จุด ลดลง 20.97 จุด หรือ -0.65% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,402.09 จุด ลดลง 134.18 จุด หรือ -1.27%

ตลาดได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐ โดยนายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า มาตรการฉบับใหม่นี้จะมุ่งเน้นในการช่วยเหลือเด็กๆให้กลับเข้าเรียนในโรงเรียนอีกครั้ง และช่วยเหลือพนักงานให้สามารถกลับเข้าทำงาน อีกทั้งปกป้องบริษัทเอกชนไม่ให้ถูกฟ้องร้องทางกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สิน

อย่างไรก็ดี พรรคเดโมแครตได้คัดค้านข้อเสนอการปกป้องบริษัทเอกชนไม่ให้ถูกฟ้องร้องทางกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สิน ในขณะที่นายแมคคอนเนลยืนกรานว่า เขาจะไม่ยื่นร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับนี้ต่อวุฒิสภาหากไม่รวมข้อเสนอดังกล่าวเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ ทั้งสองพรรคยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวงเงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวเอาไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ สภาคองเกรสสหรัฐมีเวลาอีกไม่นานก่อนที่โครงการช่วยเหลือคนว่างงานจำนวน 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ก.ค.นี้

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบหลังจากคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 92.6 ในเดือนก.ค. จากระดับ 98.3 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.5 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รวมถึงสถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน อ่านเพิ่มเติม