หุ้นยุโรปปิดบวก 392.39 จุด ขานรับแนวโน้มคลายล็อกดาวน์

ตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 392.39 จุด ขานรับแนวโน้มคลายล็อกดาวน์

มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ในยุโรป และตลาดยังได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการมีวัคซีนต้านโรคโควิด-19 อย่างเร็วที่สุดในต้นปีหน้า ซึ่งเพิ่มความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.91% ปิดที่ 392.39 จุด

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,558.42 จุด เพิ่มขึ้น 66.27 จุด หรือ +1.21%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,292.44 จุด เพิ่มขึ้น 165.47 จุด หรือ +1.26% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,432.17 จุด เพิ่มขึ้น 98.33 จุด หรือ +1.55%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นปิดที่ระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.

การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งช่วยหนุนตลาดหุ้นยุโรปด้วย โดยเศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวสูงเป็นประวัติการณ์ 8.5% ในไตรมาส 3/2563

ฝรั่งเศสรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 รายวันอยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. ขณะที่นักลงทุนคาดว่านายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสอาจจะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า อิตาลีจะได้รับวัคซีนต้านโรคโควิด-19 จำนวน 16 ล้านช็อตจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าในเดือนม.ค. 2564 ภายใต้ข้อตกลงการจัดหาวัคซีนของสหภาพยุโรป

หุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการปรับตัวขึ้น ขานรับข่าวที่ว่าอังกฤษจะใช้ระบบใหม่ที่อนุญาตให้ใช้การทดสอบหาเชื้อโควิด-19 เพื่อลดข้อกำหนดในการกักกันตัวของผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสู่อังกฤษ

หุ้นบีพี พุ่ง 8.42%, หุ้นเชลล์ พุ่งขึ้น 5.73%, หุ้น IAG เจ้าของสายการบินบริติชแอร์เวย์ บวก 2.40% และหุ้นลุฟท์ฮันซ่า พุ่งขึ้น 7.11% ufa

หุ้นยุโรปปิดลบที่ 370.62 จุด วิตกโควิดระบาดรอบสอง,กังวลข้อตกลง Brexit

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบที่ 370.62 จุด วิตกโควิดระบาดรอบสอง,กังวลข้อตกลง Brexit

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (14 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของโรคโควิด-19 จะทำให้มีการล็อกดาวน์มากขึ้น และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรปหลังการแยกตัว (Brexit) นั้น ได้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายหุ้นด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.09% ปิดที่ 370.62 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,941.66 จุด ลดลง 5.94 จุด หรือ -0.12%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,028.06 จุด เพิ่มขึ้น 9.07 จุด หรือ +0.07% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,935.06 จุด ลดลง 34.65 จุด หรือ -0.58%

ตลาดถูกกดดันจากแนวโน้มที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปจะดำเนินมาตรการล็อกดาวน์เพิ่มขึ้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสัญญาณความล่าช้าเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วย

นายจูเซปเป คอนเต นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้ประกาศมาตรการใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเพื่อจำกัดกิจกรรมต่างๆ ในการรวมตัวของประชาชน, ร้านอาหาร, กีฬา และโรงเรียน

เงินปอนด์ที่แข็งค่าถ่วงหุ้นกลุ่มส่งออกในตลาดหุ้นอังกฤษ ขณะที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) ยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าหลัง Brexit ขณะที่ EU จะประชุมสุดยอดในวันที่ 15-16 ต.ค.นี้เพื่อสรุปว่ายังมีความคืบหน้าไม่มากพอที่จะบรรลุข้อตกลง และจะเตรียมการสำหรับการแยกตัวของอังกฤษแบบไร้ข้อตกลง

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซนที่ชะลอลงรุนแรงตามคาดในเดือนส.ค.

หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มเฮลธ์แคร์ และกลุ่มค้าปลีกนำตลาดปรับตัวลง โดยหุ้นเมิร์ค, หุ้นไฮเดลเบิร์กซีเมนต์ และหุ้นมิวนิค รี ที่ตลาดหุ้นเยอรมนี ร่วง 1.69%, 1.45% และ 1.24% ตามลำดับ, หุ้นแอร์บัส, หุ้นเวิลด์ไลน์และหุ้นเคอริ่ง ที่ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ร่วง 2.40%, 2.35% และ 1.56% ตามลำดับ และหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด, หุ้นแอสตร้าเซนเนก้า และหุ้นเอชเอสบีซี โฮลดิ้งส ที่ตลาดหุ้นอังกฤษ ร่วง 4.47%, 3.15% และ 2.82% ตามลำดับ