ใคร?รูนี่ย์เผยใช้เรื่องราวของ1แข้งแมนยูปลุกใจดาร์บี้

เวย์น รูนี่ย์ กุนซือ ดาร์บี้

เวย์น รูนี่ย์ กุนซือ ดาร์บี้ ระบุ ก่อนที่จะพาทีมรอดจากการตกชั้นในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้นั้น ตนพูดปลุกใจลูกทีมด้วยการเอาเรื่องของ มาร์คัส แรชฟอร์ด มาใช้ให้เป็นประโยชน์ หลังจาก แรชฟอร์ด เคยเป็นแข้งโนเนมก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นคนดังในวงการฟุตบอลอังกฤษได้อย่างในทุกวันนี้

สุดเซอร์ไพรส์! "รูนี่ย์" เปิดตัวเป็น ผู้เล่นและโค้ชให้กับ "ดาร์บี้" -  workpointTODAY

เวย์น รูนี่ย์ ผู้จัดการทีม ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เปิดเผยว่าตนเอาเรื่องราวของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาใช้พูดปลุกใจลูกทีม ก่อนหน้าที่เขาจะพา “แกะเขาเหล็ก” อยู่รอดในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ได้

รูนี่ย์ เริ่มเส้นทางการเป็นกุนซือของ ดาร์บี้ จากการได้เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว โดยที่ในขณะเดียวกันก็ยังลงเล่นให้ทีมไปด้วย ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดเพื่อไปเป็นกุนซือแบบถาวรของ ดาร์บี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคมทึ่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดเขาก็เพิ่งพาทีมอยู่รอดปลอดภัยในลีกรองของอังกฤษได้สำเร็จ

รูนี่ย์ เผยระหว่างออกรายการของ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ร่วมกับ แรชฟอร์ด ว่า “ที่จริงเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อนฉันเพิ่งเอาเรื่องราวของ มาร์คัส ที่ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้มาใช้พูดปลุกใจทีมของฉัน เรามีปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างหนักที่ ดาร์บี้ จนฉันจำเป็นต้องใช้งานแข้งดาวรุ่งบางคน พวกเขายังไม่เคยได้ซ้อมร่วมกับเราด้วยซ้ำไป ดังนั้นฉันเลยเอาเรื่องของ มาร์คัส มาใช้ให้เป็นประโยชน์”

“มาร์คัส เองน่ะตอนแรกก็เป็นเด็กโนเนม เขาไม่เคยได้ซ้อมกับเราแบบจริงจังมาก่อนเลย แต่แล้วเขาก็เข้ามาอยูกับทีมชุดใหญ่และสร้างผลกระทบได้ทันที ลองดูสิว่าจากวันนั้นเขามาถึงจุดไหนแล้ว คนเป็นนักเตะดาวรุ่งน่ะต้องพยายามตามรอยคนอื่นในทีมให้ได้ในตอนที่ได้รับโอกาส แล้วหลังจากนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเองว่าจะคว้าโอกาสทองที่หล่นมาหาเอาไว้ได้หรือไม่ ซึ่งเขา (แรชฟอร์ด) น่ะทำอย่างนั้นได้”

แทงบอลออนไลน์

ผิดหวังไปทุกสิ่งอย่างนะครับสำหรับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ผิดหวังไปทุกสิ่งอย่างนะครับสำหรับ “ไก่เดือยทอง” ในซีซั่นนี้ ซึ่งเราสามารถสรุปได้แล้วล่ะว่าทีมยักษ์ใหญ่แห่งกรุงลอนดอนมีปัญหาที่จิตใจ

ถ้าทีมมีจิตใจแข็งแกร่งรับรองได้เลยว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในฤดูกาลเดียวกันหรอก

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์1.สเปอร์ส เคยนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยฟอร์มที่แข็งแกร่งและโดดเด่นมากในเดือนพฤศจิกายน แล้วดูสิ ผ่านไปราวครึ่งปี พวกเขาไม่ได้ลุ้นแม้กระทั่งพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

2.ในถ้วยเอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมที่ กูดิสัน ปาร์ค คุณยิงได้ถึง 4 ประตู แต่สุดท้ายกลับลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ 4-5

3.ในถ้วย ยูโรปา ลีก รอบ 16 ทีม สเปอร์ส นำ ดินาโม ซาเกร็บ 2-0 ในเกมแรก การที่คุณเป็นบอลของประเทศอังกฤษ นำ 2 ประตูในนัดแรก และเป็นเต็ง 1 ไม่มีทีมไหนที่จะกลับมาแพ้ง่าย 2-3 เมื่อรวมสกอร์ 2 นัดแบบนี้หรอก

4.รอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ สเปอร์ส แพ้ แมนฯซิตี้ 0-1 ก็จริง แต่นั่งดูตลอด 90 นาที น้าแมวกลับไม่รู้สึกเลยว่า ไก่เดือยทอง จะมีโอกาสชนะอะไรกับเขา

มันก็เหมือนกับรอบชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ลิเวอร์พูล เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนที่ สเปอร์ส แพ้ง่ายเหลือเกิน ทั้ง 2 เกมที่ว่านี่ สเปอร์ส เล่นไม่ดีเลย เรียกว่าเล่นแย่ที่สุดนัดหนึ่งก็ว่าได้ ซึ่งถ้าทีมที่จิตใจแข็งแกร่งมันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก

แล้ว แฮร์รี่ เคน ก็คือ “บิ๊กเนม” ที่หายไปจากเกมทั้ง 2 เกม

เอาจริงๆ ตอนนี้ เคน จะย้ายทีมออกไปน้าแมวก็สนับสนุนแล้วล่ะ เพราะต่อให้อยู่กับสโมสรต่อไปก็ไม่มีทางได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับเขาหรอก ฤดูกาล 2015-16 ตอนที่บี้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมใหญ่อย่าง สเปอร์ส ยังแพ้เล๊ย

นอกจากจิตใจจะหน่อมแน้มแล้ว เรื่องของ โชค, วาสนา, ดวง ฯลฯ พวกเขาก็จัดว่าแย่ด้วย ในรอบ 40 ปีที่น้าแมวตามเชียร์มา บอกเลยว่า สเปอร์ส ทีมนี้คือสโมสรที่ดวงไม่ดีเป็นอันดับ 1 เลยล่ะ

ยิ่งได้ทีมบริหารของ ENIC ที่เขี้ยวเหลือเกิน จ่ายค่าเหนื่อยนักเตะแบบเอาเปรียบเขาสตาร์ใหญ่ที่ไหนจะอยากมา นี่ 20 ปีก็ได้แค่แชมป์เดียวคือ ลีก คัพ ปี 2008 ถ้าเป็นน้าแมวไม่หน้าด้านหน้าทนอยู่หรอก ให้คนอื่นที่เขาเก่งกว่าทำไปเหอะ

สเปอร์ส จึงถึงช่วงเวลาที่จะถอยหลังเข้าคลองแล้ว เพราะกำลังจะเสีย แฮร์รี่ เคน ออกไป ซึ่งถ้าน้าแมวเป็น เคน ก็จะไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้รู้แล้วรู้รอด ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกแน่นอน ฮ่า ฮ่า ฮ่า !

ในรอบ 10 ปี สเปอร์ส ดีเทียบเท่ากับ เชลซี นะ และดีกว่า อาร์เซน่อล ด้วย แต่ เชลซี กับ อาร์เซน่อล เขาได้แชมป์ว่าเล่น แต่ สเปอร์ส ไม่ได้อะไรเลย

อธิบายได้ง่ายๆว่าใจอ่อนปวกเปียก และ ดวงอ่อนแอครับ แทงบอลออนไลน์

ฆาบี มาร์ตีเนซ อีกหนึ่งแข้งประวัติศาสตร์ของบาเยิร์น

ฆาบี มาร์ตีเน่ซ มิดฟิลด์ชาวสเปนวัย

ฆาบี มาร์ตีเน่ซ มิดฟิลด์ชาวสเปนวัย 32 ปีเตรียมก้าวลงจากหลังเสือในช่วงซัมเมอร์นี้ปิดฉากการค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมตั้งแต่ซัมเมอร์ปี 2012

จากนักเตะที่คนส่วนใหญ่ในมิวนิคไม่รู้จักมาก่อน ฆาเบียร์ มาร์ตีเนซ ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชาวสเปนที่ประสบความสำเร็จมากสุดในประวัติศาสตร์ จากการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีการ่วมกับ บาเยิร์น มิวนิค 8 สมัยติดต่อกันและกำลังจะซิวแชมป์สมัยที่ 9 ในวันเสาร์นี้

มิดฟิลด์วัย 32 ปีกวาดแชมป์กับ บาเยิร์น มิวนิค รวมกัน 23 รายการ ทั้ง บุนเดสลีกา 8 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 5 สมัย, เดเอฟแอล ซูเปอร์ คัพ 4 ครั้ง, ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ 2 ครั้ง และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2 ครั้ง

ฆาบี ยังกด ‘ทริเปิ้ลแชมป์’ ร่วมกับทีมยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรีย 2 ครั้ง ในซีซั่น 2012-2013 และ 2019-2020

เขากำลังจะก้าวลงหลังเสือเตรียมอำลาสโมสรหลังสิ้นสุดสัญญาในช่วงซัมเมอร์นี้ตามรอย ดาวิด อลาบา และ เยโรม บัวเต็ง ปิดฉากการเล่นกับทีมเสือใต้นาน 9 ปี นับตั้งแต่ย้ายมาจาก แอธเลติก บิลเบา ในช่วงซัมเมอร์ปี 2012

ฆาบี มาร์ตีเน่ซ มิดฟิลด์ชาวสเปนวัย

‘ผมภูมิใจและมีความสุขมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว เอฟซี บาเยิร์น เป็นเวลา 9 ปี ผมขอขอบคุณสโมสรที่ยอดเยี่ยมแห่งนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟนๆของเรา คุณทำให้มิวนิคเป็นบ้านของผม! ผมจะไม่มีวันลืม 9 ปีนี้ ตั้งแต่วันแรกผมรู้สึกถึง ‘เราคือสิ่งที่เราเป็น’ และลักษณะพิเศษของ เอฟซี บาเยิร์น ผมอยู่เพื่อสโมสรนี้, มอบทุกอย่างเพื่อสโมสรนี้เสมอและมีความสุขมากกับแชมป์หลายรายการที่พวกเราคว้ามาด้วยกัน’

‘เอฟซี บาเยิร์น และแฟนบอลจะอยู่ในใจผมตลอดไป ขอบคุณมาก (ภาษาสเปน), ขอบคุณมาก (ภาษาเยอรมัน) ด้วยความยินดี แล้วพบกันใหม่!’

ขณะที่สองผู้บริหารระดับสูงของ บาเยิร์น มิวนิค ทั้ง แฮร์เบิร์ต ไฮเนอร์ ประธานสโมสร, คาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ ซีอีโอ, โอลิเวอร์ คาห์น บอร์ดบริหาร และ ฮาซาน ซาลิฮามิดชิช ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของทีมเสือใต้ต่างกล่าวยกย่อง ฆาบี มาร์ตีเนซ เช่นกัน

‘ฆาบี มาร์ตีเนซ เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ชัดเจนว่า เอฟซี บาเยิร์น หมายถึงอะไร เมื่อนักเตะชั้นนำระดับนานาชาติยืนยันตัวตนกับสโมสรของเราในแบบที่เขาทำ คุณจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ได้ ฆาบี กลายเป็นหนึ่งในพวกเขาอย่างรวดเร็วและความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อที่เราได้รับจากเขานั้นพูดได้ด้วยตัวมันเอง’

‘ฆาบี มาร์ตีเนซ จะมีสถานที่พิเศษในประวัติศาสตร์ของสโมสรนี้เสมอ เราอวยพรให้เขาได้รับสิ่งดีที่สุดในอนาคตของเขา’ ไฮเนอร์ กล่าว

‘มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากตอนที่เราเซ็นสัญญากับ ฆาบี มาร์ตีเนซ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 เพราะจำนวนเงิน 40 ล้านยูโรเป็นค่าตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของเราในช่วงเวลานั้น การตัดสินใจเกิดขึ้น ฆาบี มอบคุณภาพที่ยอดเยี่ยมให้กับทีมของเราในแง่ของการเล่นและเป็นแบบอย่างส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมมาตลอด’

‘ไฮไลท์ของหลากหลายรายการที่เขาคว้าแชมป์ร่วมกับเรา แน่นอนคือการคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย ในปี 2013 กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และในปี 2020 กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และเราทุกคนยังจดจำสองประตูของเขาในช่วงท้ายเกมใน ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ กับ เชลซี ในปี 2013 และเกมกับ เซบีย่า ในปี 2020’

‘ผมขอขอบคุณ ฆาบี สำหรับช่วงเวลาที่สนุกสนานและประสบความสำเร็จอย่างมาก ฆาบี คุณจะเป็นส่วนสำคัญของครอบครัว เอฟซี บาเยิร์น เสมอ’ รุมเมนิกเก้ กล่าวถึงมิดฟิลด์วัย 32 ปี

‘เอฟซี บาเยิร์น สามารถฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้วยการขอบคุณ ฆาบี มาร์ตีเนซ, ฆาบี เป็นรากฐานสำคัญของทีมเราเป็นเวลา 9 ปี ซึ่งในช่วงเวลานั้น เราได้สร้างประวัติศาสตร์ การคว้าแชมป์บุนเดสลีกาทุกปีจนถึงตอนนี้ แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย, ทริเปิ้ลแชมป์ 2 ครั้ง นั่นคือสิ่งที่พูดด้วยตัวมันเอง ขอบคุณมาก, ฆาบี!’ คาห์น กล่าวยกย่อง

ตบท้ายด้วยคำพูดจาก ซาลิฮามิดซิช ว่า ‘ฆาบี เป็นนักเตะที่สำคัญมากสำหรับ เอฟซี บาเยิร์น ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา นักเตะที่มีบทบาทสำคัญไม่ใช่แค่ในสนาม แต่ยังรวมถึงในห้องแต่งตัวและรอบๆสโมสรด้วย สถิติของเขาแทบจะไม่มีใครเทียบได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมใหญ่ที่เขาเป็นคนหนึ่งที่สร้างความแตกต่าง เริ่มต้นด้วยนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2013 เขาเป็นคนที่มีความสามารถรอบตัว, รับใช้ทีมและมอบทุกอย่างของเขาให้เสมอ ฆาบี มีตำแหน่งถาวรในครอบครัว เอฟซี บาเยิร์น และจะรักษามันไว้’

ตลอด 9 ปีที่ค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค, ฆาบี มาร์ตีเน่ซ ลงเล่นทุกรายการรวมกัน 266 เกม ทำ 14 ประตู เขาลงเล่นบุนเดสลีกาเพียง 163 เกมและทำ 9 ประตู เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนหลายครั้ง

ส่วน 5 ไฮไลท์ที่น่าจดจำของ ฆาเบียร์ มาร์ตีเนซ กับ เอฟซี บาเยิร์น มีดังนี้

1.การเซ็นสัญญาด้วยค่าตัวสถิติสูงสุดของสโมสร

มันเกิดขึ้นหลังจากการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยติดต่อกันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นั่นทำให้ จุ๊ปป์ ไฮยน์เกส เทรนเนอร์ทีมเสือใต้ในขณะนั้นรู้ดีว่าต้องทำอะไรบางอย่างและหนึ่งในแนวทางการแก้ปัญหาของเขาคือการเซ็นสัญญากับ ฆาบี มาร์ตีเนซ จาก แอธเลติก บิลเบา แม้ว่าหลายคนในมิวนิคยังไม่รู้ถึงความสามารถของเขาก็ตาม ‘ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครตอนที่เราเซ็นสัญญากับเขา’ ไฮยน์เกส กล่าว ‘ฟร้านซ์ เบ็คเคนบาวเออร์ คิดว่าเขาเป็นคนชอบกาแฟ!’

ฆาบี มาร์ตีเนซ เป็นนักเตะที่คนในมิวนิคแทบไม่รู้จัก แม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสเปนชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2010 กับ แชมป์ยูโร 2012 ก็ตาม แต่ เอฟซี บาเยิร์น ยอมควักทุนสูงถึง 40 ล้านยูโรเพื่อฉีกสัญญาของนักเตะกับทีมดังแคว้นบาสก์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรในขณะนั้น

มิดฟิลด์ตัวรับชาวสเปนเหมือนเป็นคาเฟอีนที่ บาเยิร์น มิวนิค ต้องการ ในซีซั่นแรกของเขาในมิวนิคช่วยให้ทีมเสือใต้เสียเพียง 18 ประตูในฤดูกาล 2012-2013 น้อยสุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกา ดีกว่าผลงานในซีซั่น 2011-2012 ที่เสีย 22 ประตู

‘เขาเป็นนักเตะที่น่าเชื่อถือที่เล่นด้วยความฉลาดในตำแหน่งของเขา’ ไฮยน์เกส กล่าว ‘นั่นหมายความว่าคุณไม่มีความเสี่ยงในการเล่นเกมป้องกัน เขาเป็นนักเตะที่เล่นเกมรับโดดเด่นที่ครองบอลดี, ครอบคลุมพื้นที่จำนวนมากและเข้าปะทะแข็งแกร่งดุดัน’

2.กุญแจสำคัญสู่’ทริเปิ้ลแชมป์’

คำพูดของ ไฮยน์เกส ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริงและมีฤดูกาลที่น่าจดจำตั้งแต่ปีแรก หลัง บาเยิร์น มิวนิค วืดแชมป์บุนเดสลีกา 2 ปีติดต่อกัน ขณะที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สร้างสถิติใหม่เก็บ 81 คะแนนในปี 2012

แม้ว่า ฆาบี มาร์ตีเนซ ยังต้องดิ้นรนเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงในช่วงแรก เนื่องจาก ไฮยน์เกส เลือกใช้งาน บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ กับ ลุยซ์ กุสตาโว่ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางในระบบ 4-2-3-1 จนกระทั่งถึงช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนปี 2012 ฆาบี เบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงมาจากมิดฟิลด์ชาวบราซิเลียน ท้ายที่สุดมิดฟิลด์ชาวสเปนลงเล่น 27 เกม สตาร์ท 21 เกมในฤดูกาลนั้น ก่อน บาเยิร์น มิวนิค จะทวงถาดแชมป์กลับคืนมาจากทีมเสือเหลืองพร้อมสร้างสถิติใหม่เก็บได้ถึง 91 คะแนน

อดีตมิดฟิลด์ บิลเบา ยังลงเล่น 5 จาก 6 เกมในรายการ เดเอฟเบ โพคาล ซึ่งรวมถึงรอบชิงชนะเลิศที่สอย สตุ๊ตการ์ท 3-2 และลงสนาม 11 จาก 12 เกมบนเส้นทางแชมเปี้ยนส์ลีกจนถึงรอบชิงชนะเลิศกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และสิ่งที่ ฆาบี มาร์ตีเนซ ทำในสนามเวมบลีย์พิสูจน์ให้เห็นถึงความถูกต้องการในยืนกรานของ ไฮยน์เกส ที่ต้องการเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์ชาวสเปน

‘ดอร์ทมุนด์ เป็นทีมที่ดีกว่าในช่วงเริ่มเกม’ ไฮยน์เกส กล่าว ‘แต่แล้ว ฆาบี ชนะแท็คเกิ้ล 3 จาก 4 ครั้ง และจากนั้นเครื่องก็เริ่มทำงาน เขาเป็นนักเตะที่สำคัญมากในระบบของผม’ หลังจากคว้า ‘ทริเปิ้ลแชมป์’ ครั้งแรกของสโมสรก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆเกิดขึ้น

3.จากมิดฟิลด์สู่เซนเตอร์

เมื่อ ไฮยน์เกส ก้าวลงจากตำแหน่งพร้อมการมาของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในมิวนิคของ ฆาบี มาร์ตีเนซ ด้วยการที่ กวาร์ดิโอล่า ต้องการให้นักเตะเล่นบอลทั่วทุกพื้นที่ของสนาม ฆาบี จึงถูกจับมาเล่นเซนเตอร์บ่อยกว่าที่เขาลงเล่นตำแหน่งถนัด แต่นั่นไม่ใช่บทบาทใหม่สำหรับเขาเนื่องจากเคยเล่นตำแหน่งนี้มาก่อน

ฆาบี มาร์ตีเนซ เคยถอยมาเล่นเซนเตอร์กับ แอธเลติก บิลเบา ภายใต้การทำทีมของ มาร์เซโล่ บีเอลซ่า กุนซือคนปัจจุบันของ ลีดส์ ยูไนเต็ด นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ เป๊ป จับเขาลงเล่นตำแหน่งดังกล่าวเป็นส่วนใหญ่ โดยลงสนาม 22 จาก 38 เกมและเป็นหัวใจสำคัญในเกมป้องกันของทีมเสือใต้ในปีแรกของ กวาร์ดิโอล่า

‘เราทำงานด้านแท็คติกมากมายและเขาสอนผมด้วยการการดูวิดีโอเทปถึง 200 รายการ’ มาร์ตีเนซ เคยบอกกับ สปอร์ต1 ‘เขาสอนให้ผมเล่นเซนเตอร์ด้วยวิธีที่แตกต่างจากที่ผมคุ้นเคยภายใต้ มาร์เซโล่ บีเอลซ่า ที่ต้องการให้ผมเล่นแบบ ‘แมน-ทู-แมน”

หลัง กวาร์ดิโอล่า อำลาทีมเสือใต้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2016 คาร์โล อันเชล็อตติ ยังใช้งาน ฆาบี มาร์ตีเนซ ในแนวรับเช่นเดียวกัน แต่เมื่อ ไฮยน์เกส กลับมาคุมทีมชั่วคราวในซีซั่น 2017-2018 ยังกล่าวชื่นชมนักเตะที่ลงเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แล้วทำได้ดีเช่นกัน ‘คนก่อนหน้าผมคิดถูกแล้วที่ส่งเขาเล่นเซนเตอร์เพราะเขาสามารถเล่นที่นั่นได้เช่นกัน’

4.ดีสุดของลีกเมืองเบียร์จากการลงเล่นเกมนอกบ้าน 100 นัด 

ฆาบี มาร์ตีเนซ อาจลงสนามแบบจำกัดในช่วง 3 ปีภายใต้การดูแลของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เขายังมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนหลายครั้งหลายหน ผ่าตัดโคนขาหนีบ, เอ็นไขว้เข่าฉีกขาด, ปัญหาข้อเข่า และ ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อต่างๆ ที่พรากเกมไป 1 ใน 4 จากการลงสนามมากกว่า 200 นัดของ บาเยิร์น มิวนิค

ดังนั้นมันจึงเป็นโอกาสที่น่ายินดีอย่างยิ่งในวันที่ 21 มกราคม 2018 ที่เขาสร้างสถิติใหม่ของบุนเดสลีกาในเกมชนะ แวร์เดอร์ เบรเมน 4-2 ซึ่งเป็นการลงเล่นเกมนอกบ้านนัดที่ 100 พร้อมคว้าชัยชนะเกมที่ 85 เป็นสถิติดีที่สุดของลีกเมืองเบียร์

5.ผู้ชนะตัวจริง 

มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ ฆาบี มาร์ตีเนซ กำลังจะจากไปพร้อมมรดกที่เขาทิ้งไว้ โดยมีเพียง ฟร้องค์ ริเบรี่, โธมัส มุลเลอร์ กับ ดาวิด อลาบา ที่คว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกามากกว่าเขา (คนละ 9 สมัย)

แต่มิดฟิลด์ชาวสเปนสร้างผลงานที่น่าจดจำด้วยการคว้าแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 8 สมัยติดต่อกันและกำลังจะกดแชมป์สมัยที่ 9 ในวัเนสาร์นี้

เขายังคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 5 สมัย, 4 ซูเปอร์ คัพ, 2 แชมเปี้ยนส์ลีก, 2 ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ และ 2 ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาประสบความสำเร็จมากเพียงใด โดยเฉพาะ

อย่างยิ่งการโหม่งทำประตูชัยของเขาในช่วงต่อเวลาพิเศษนำ บาเยิร์น มิวนิค ชนะ เซบีย่า 2-1 ในเกม ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ ปี 2020

ไม่เพียงแค่นั้น ตอนเขามาถึงเยอรมันมีอายุเพียง 23 ปีและมีส่วนทำให้นักเตะสเปนหลั่งใหลมาค้าแข้งในลีกเมืองเบียร์มากขึ้น หลังมีนักเตะสเปนเพียง 11 คนที่เคยมเล่นบุนเดสลีกาก่อน ฆาบี

มาร์ตีเนซ จะเซ็นสัญญากับ เอฟซี บาเยิร์น และมี 37 คนย้ายตามมาหลังจากเขาอาทิ ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ชาเบียร์ อลอนโซ่, ฆวน เบร์นาต, เปเป้ เรน่า, อัลบาโร่ โอดรีโอโซล่า และ มาร์ก โรก้า ที่เล่นกับทีมเสือใต้ทั้งหมด  แทงบอลออนไลน์

โค้ชใหม่ ‘ไก่’ ใครดี?

นับตั้งแต่โชเซ่มูรินโญ่แยกทางกัน

นับตั้งแต่โชเซ่มูรินโญ่แยกทางกัน เมื่อกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ตกเป็นข่าวกับกุนซือหลายคน

Julian Nagelsmann (จูเลียนนาเกลส์มันน์) เป็นชื่อแรกที่ปรากฏ แต่ตอนนี้เอเยนต์วัย 33 ปีตกลงย้ายไปบาเยิร์นมิวนิกหลังจบฤดูกาลซึ่งทำให้ไก่เดือยทองต้องรู้สึกหงุดหงิด เอริกเทนฮากคนดังตกลงต่อสัญญากับอาแจ็กซ์ที่ไหนจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะย้ายไปลอนดอน

นับตั้งแต่โชเซ่มูรินโญ่แยกทางกันยังมีอีกหลายคนที่เชื่อมโยงกับสเปอร์สมาดูกันว่ามีใครน่าสนใจบ้าง … 

บรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์)

หนึ่งในตัวเต็งที่ถูกที่สุดคือเป้าหมายของ Daniel Levy เนื่องจากประธานสเปอร์สหลงใหลในความสามารถในการทำงานเป็นทีมของโค้ชชาวไอร์แลนด์เหนือ

แต่ความยากในการนำ “ไบรอด” มาร่วมทีมคือการดึงดูดโค้ช นอกจากนี้เขายังต้องจ่ายค่าผิดสัญญาของเลสเตอร์ซึ่งสื่ออังกฤษระบุว่าอาจรวมมูลค่าสูงถึง 70 ล้านปอนด์

ที่สำคัญ ท่าที่ของ ร็อดเจอร์ส ก็ดูจะไม่มีอาการลังเลหรืออยากไปคุม สเปอร์ส เพราะที่ผ่านมาเขายืนยันว่ามีความสุขกับการทำงานที่ เลสเตอร์

แกรม พ็อตเตอร์ (ไบรท์ตัน)

กุนซือที่สร้างชื่อในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้จะอยู่กับทีมเล็กอย่าง ไบรท์ตัน แต่รูปแบบการทำทีมของเขาน่าดูชมและมีสไตล์ที่น่าติดตาม

เทรนเนอร์วัย 45 ปีเจอจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพเมื่อตอนพาทีม ออสเตอร์ซุนด์ ของสวีเดนโลดแล่นในยูโรปา ลีก ก่อนจะกลับมาทำหน้าที่ในลีกผู้ดีให้ สวอนซี เมื่อปี 2018

ผลงานของเขาเข้าตา ไบรท์ตัน อย่างจังก่อนจะโยกไปยังทางตอนใต้ของอังกฤษในปีต่อมา และที่นั่นผลงานของเขาถูกจับตามองมากขึ้น พร้อมกับทำให้ นกนางนวล เป็นทีมที่มีระบบการเล่นเป็นของตัวเอง

แม้ว่าผลการแข่งขันในบางนัดจะออกมาไม่ดี แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำทีมของ พ็อตเตอร์ น่าจับตามองและถูกยกให้เป็นอนาคตของกุนซือชาวอังกฤษ

ราล์ฟ รังนิก 

แม้จะหยุดคุมทีมมาตั้งแต่ปี 2019 และหันไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหารให้กับ แอร์เบ ไลป์ซิก

แต่ผลงานการทำทีมในอดีตของ รังนิก ถือว่าไม่ธรรมดาและได้รับคำชมอย่างมากในเยอรมนี โดยเฉพาะสมัยที่ทำหน้าที่กุนซือให้กับ ชาลเก้ 04 ซึ่งจบลงด้วยการคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล ปี 2011

แนวคิดการทำงานของ รังนิก ถือว่าน่าสนใจ เพราะเขาเป็นกุนซือที่เน้นการพัฒนาทีมไปพร้อมกัน กระนั้นทาง สเปอร์ส จะอดทนไหวหรือไม่ เพราะสิ่งที่แฟนบอลและทีมต้องการคือความสำเร็จแบบทันท่วงที

ราฟาเอล เบนีเตซ 

กุนซือชาวสเปนรายนี้คุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างดีเพราะเขามีประสบการณ์กับทั้ง ลิเวอร์พูล และ เชลซี ที่จบลงด้วยการคว้าแชมป์

หรือแม้แต่ นิวคาสเซิ่ล ที่ ‘ราฟา’ เข้าไปช่วยผลักดันจนกลับเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกได้ทันที ก็ถือเป็นผลงานที่จับต้องได้ของเขา

รูปแบบการทำทีมของ เบนีเตซ อาจจะเป็นคำถามสำคัญของเหล่าแฟนบอลไก่เดือยทอง เพราะอย่างที่ทราบกันว่าเทรนเนอร์จากสเปนรายนี้เป็นกุนซือจอมแท็กติกและเน้นการโรเตชั่น ซึ่งสิ่งนี้แฟนบอลจะรับได้หรือไม่

นูโน่ เอสปีรีโต้ ซานโต้ (วูล์ฟแฮมป์ตัน)

ผลงานของ นูโน่ เป็นที่ประจักษ์สายตาแฟนบอลอังกฤษ ด้วยรูปแบบการเล่นที่น่าตื่นตาโดยเฉพาะการเล่นในรังที่ดุดันและพร้อมท้าชนทุกทีม

เกมสวนกลับที่มีประสิทธิภาพและการดึงศักยภาพนักเตะออกมาใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม นั่นคือจุดแข็งของเทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสที่ทำมาตลอดตั้งแต่รับงานคุมทีมหมาป่า

แต่ปัญหาคงไม่ต่างจากุนซือคนอื่นๆ ที่มีสังกัด เพราะชัดเจนว่า วูลฟส์ ไม่อยากเสีย นูโน่ ให้กับคู่แข่งร่วมลีก ที่ยากไปกว่านั้นคือการตัวแทนที่ทัดเทียมเพื่อมาสานต่อแผนงานของพวกเขา

สกอตต์ พาร์เกอร์ (ฟูแล่ม

พาร์เกอร์ อาจจะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่แฟนบอล สเปอร์ส เพราะเขาเคยเป็นนักเตะไก่เดือยทองมาก่อน แถมยังเคยทำหน้าที่โค้ชในทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

การทำงานกับ ฟูแล่ม ในช่วงแรกน่าสนใจเพราะเขาพาเจ้าสัวน้อยเลื่อนชั้นคืนลีกสูงสุด แม้ตอนนี้กำลังดื้นรนหนีตายอย่างหนัก แต่ผลงานในหลายๆ เกมกลับออกมาดีสวนทางกับผลการแข่งขัน

คำถามสำคัญคือ เลวี่ จะกล้าเสี่ยงหรือไม่ กับอายุอานามที่ไม่มาก ประสบการณ์ถือว่าเป็นรองกุนซือคนอื่นๆ เรื่องนี้มีเพียงประธานไก่เดือยทองเท่านั้นที่ต้องตัดสินใจ

มักซ์ อัลเลกรี

กุนซือมากฝีมือชาวอิตาลีว่างงานมาตั้งแต่แยกทางกับ ยูเวนตุส เมื่อปี 2019

นี่ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของ สเปอร์ส เพราะทั้งฝีไม้ลายมือบวกกับประสบการณ์ของเขาน่าจะช่วยยกระดับสโมสรได้อย่างมาก

ที่สำคัญการได้อกาสทำงานในเวทีพรีเมียร์ลีกอาจจะเป็นเป้าหมายและความท้าทายของกุนซือวัย 53 ปี ที่อยากพิสูนจ์ตนเองในต่างแดน

แกเร็ธ เซาธ์เกต (ทีมชาติอังกฤษ)

เซาธ์เกต ช่วยพัฒนาทีมชาติอังกฤษจนเป็นทีมที่อันตรายและสร้างผลงานยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลกหนล่าสุด

โดยทางสื่อมองว่า สเปอร์ส เล็งกุนซือวัย 50 ปีรายนี้ไว้เช่นกัน ส่วนหนึ่งเพราะอยากมัดใจ แฮร์รี่ เคน ไปในตัวเนื่องจากศูนย์หน้าตัวเก่งดูจะให้ความเคารพ เซาธ์เกต อยู่มากพอสมควร

ที่สำคัญรูปแบบการทำทีมของ เซาธ์เกต น่าสนใจ เพราะเป็นบอลที่ดูสนุก แถมยังสามารถใช้งานนักเตะได้ดี ดึงศักยภาพของผู้เล่นออกมาเพื่อให้เข้ากับระบบของตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ

แทงบอลออนไลน์

ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมสำคัญแบบต้องหมายดอกจัน 100 ตัว

ลิเวอร์พูล
ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมสำคัญแบบต้องหมายดอกจัน 100 ตัวสุดสัปดาห์นี้ในการเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยความหวังไปคว้าชัยเพื่อต่อลมหายใจลุ้นพื้นที่ชปล. ทว่าปัญหาเรื่องกองหน้าปืนฝืดคืออุปสรรคสำคัญที่จะทำให้ภารกิจลุล่วงแล้ว 2 ศิษย์เก่าอย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ กับ โฆเซ่ เอ็นรีเก้ เสนอมุมมองน่าสนใจในเรื่องเดียวกัน

พันธกิจสำคัญของผจก.ทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ คือปลุกวิญญาณเพชฌฆาตในตัว โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กลับคืนมาให้ได้หากยังต้องการตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก

แน่นอนหากเก็บชัยก็คงดี แต่หากไปแพ้ต่ออริตัวเอ้ที่กำลังฟอร์มเข้าฝัก ส่งผลให้ ‘หงส์แดง’ มีความเป็นไปได้ที่จะตามหลังพื้นที่ชปล.มากสุดถึง 7 คะแนน กับคิวแข่งสี่เกมสุดท้ายซีซั่น

แล้วจากสถิติก็มีโอกาสสูงว่าแชมป์เก่าคงแต้มหล่นยังแมนเชสเตอร์เพราะตั้งแต่ คล็อปป์ กุมบังเหียนไม่เคยคว้าชัยยัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด แบ่งเป็นผลเสมอ 4 และแพ้สอง

ดังนั้นนอกจากเกมรับที่ต้องขันให้แน่นแล้ว แดนหน้าจำเป็นต้องไม่ใช้โอกาสเปลืองอย่างที่ผ่านมา

ยกตัวอย่าง ซาลาห์ ยิงไป 29 เม็ดฤดูกาลนี้ก็จริง แต่โอกาสที่ทำพลาดไปก็ไม่น้อย ส่วนอีกสองคนนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องฟอร์มเพราะบู่เหลือเกิน มาเน่ ทำไป 13 ลูก และ ฟีร์มีโน่ ยิงหลักเดียว 6 เม็ด

ฐานะคนอาบน้ำร้อนมาก่อนทาง คาร์ราเกอร์ แสดงความเห็นผ่าน สกาย สปอร์ตส์ มองว่าถึงเวลาผ่าตัดใหญ่ 3 กองหน้า ลิเวอร์พูล เพราะครบวัฏจักรแห่งการเปลี่ยนแปลงแล้ว

ลิเวอร์พูล

 

“คนส่วนใหญ่เอาแต่พูดว่ากองหน้า ลิเวอร์พูล หลุดฟอร์ม แต่เรื่องดังกล่าวมันเรื้อรังมานานเกินกว่าจะมานั่งถกเถียงใดอีก” ความเห็นอดีตรองกัปตัน

“หรือก็มักถกเรื่องปัญหาเซนเตอร์แบ็กของ ‘หงส์แดง’ แต่เอาจริงๆปัญหาใหญ่สุดมันอยู่อีกฝั่งของสนามต่างหาก” 

“พวกเขาถือว่าได้โบนัสกับการมาถึง ดิโอโก้ โชต้า ที่ช่วยแบกหน้าที่ยิงประตูได้บ้าง แต่ความจริงคือผมเคยพูดในรายการ มันเดย์ไนท์ ฟุตบอล ตั้งแต่เมื่อ 6 เดือนก่อนแล้วว่า ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องแยกวง 3 กองหน้าออกจากกันเพราะมันไม่มีก๊วนไหนเข้าท่าไปยาวนาน” 

“เมื่อคุณย้อนไปดูสุดยอดสามประสานแดนหน้าในอดีต เต็มที่ร่วมงานกันไม่เกิน 3 ปีก็แยกย้าย – แต่ ลิเวอร์ ใช้งานชุดนี้ด้วยกันมา 4-5 ปีได้ ดังนั้นซัมเมอร์ซึ่งจะถึงคงต้องเปลี่ยนแปลง” 

ไปที่ความเห็นจาก เอ็นรีเก้ อดีตแบ็กซ้ายหัวใจนักสู้บ้างซึ่งมองไปในทำนองเดียวกันว่า ‘หงส์แดง’ จะต้องเขย่าสูตรกองหน้าใหม่

แต่ทั้งนี้คงไม่ใช่การขาย ซาลาห์ ออกไปเพราะหมอนั่นคืออาวุธอันตรายสุดทีม แม้มีความสนใจจากหลายค่ายยุโรป

กองหลังสแปนิชยังยกตัวอย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับ หลุยส์ ซัวเรซ เมื่อปี 2013 ตอนกำลังพุ่งๆแล้ว อาร์เซน่อล มาติดต่อขอซื้อแล้ว ลิเวอร์ ก็ปฏิเสธไป จนซีซั่นต่อมาค่อยขายไป บาร์เซโลน่า ค่าตัวสูงลิบ

อดีตดาวเตะเบอร์#3 เชื่อว่าผู้บริหารที่แอ็กซ่า เทรนนิ่งเซนเตอร์ จะยังเก็บแข้งอียิปต์ไว้ใช้ซีซั่นหน้า แต่คนที่ย้ายออกหรือถูกลดบทบาทอาจเป็น ฟีร์มีโน่ มากกว่า

“ซาลาห์ เหลือเวลาผูกมัดอีก 2 ปีในสัญญา – ฐานะที่ผมเป็นเอเยนต์ฟุตบอลโลดแล่นบนโลกลูกหนัง บางครั้งพวกนักเตะเชื่อว่าหากทีมไม่ได้ไปเล่นชปล.พวกเขาสามารถย้ายออกได้” การเสนอความเห็นกับ ‘ทอล์กสปอร์ต’

“แต่ความจริงคือคุณจะออกได้เมื่อสโมสรต้องการขายด้วย ผมยังจำได้กรณี หลุยส์ ซัวเรซ อยากย้ายไป อาร์เซน่อล แต่สโมสรปฏิเสธ” 

“ผมก็ไม่แน่ใจว่า ซาลาห์ อยากเผ่นด้วยหรือเปล่า ไม่รู้จริงๆ แต่ทีมไหนจะกล้าจ่ายก้อนโตเอาแข้งวัยย่าง 29 ปีไปร่วมทัพ?” 

“ไม่คิดว่าหมอนั่นจะย้ายออก หวังให้ต่อสัญญาใหม่ด้วยซ้ำเพราะเขาคู่ควรได้รับมัน ผลงานทีมอาจไม่ดีแต่เจ้าตัวคงยิงเอาๆ ถ้าบั้นปลายทีมจบท็อป 4 สำเร็จต้องยกความดีความชอบแก่ โม” 

“แต่เรื่องพรรค์นี้เงินคือตัวแปร เขาอยากได้มากเท่าไหร่? สโมสรจ่ายไหวแค่ไหน? หากซีซั่นหน้าเราได้ไปเตะชปล.เรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาเลย” 

“ส่วนตัวไม่คิดว่าเขาจะออกไปต่อให้ทีมอดเตะ ชปล.ไม่คิดว่าหมอนั่นจะชิ่งไปไหนทั้งสิ้น” 

โดยสิ่งที่ เอ็นรีเก้ เสนอแนะทีมคือหากองหน้าสไตล์เบอร์#9 คนใหม่แทน ‘บ็อบบี้’ที่ฟอร์มฝืด 43 นัดลงแข่งมีเพียง 6 ประตู “เราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหากองหน้าเบอร์ 9 ต้องเป็นบิ๊กเนมที่ผ่านการพิสูจน์ตัวเองว่าพร้อมใช้งานตำแหน่งนั้น” 

“ผมรัก ฟีร์มีโน่ หมอนั่นเป็นตำนานสโมสรแต่เวลานี้สิ่งที่เขาทำได้มันไม่พอสำหรับการขับเคี่ยวแย่งแชมป์ลีก” 

“ก็นับเป็นสัญญาณบอกสโมสรว่าเราจำเป็นต้องหาใครสักคนไปแทนเขา จุดนี้คือความจำเป็นเร่งด่วนตลาดซัมเมอร์ตามความเห็นผม” 

รอดูว่าท้ายที่สุดแล้ว ผจก.ทีม คล็อปป์ กับผอ.กีฬา ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ จะแก้ปัญหาอย่างไร – ซึ่งมันคงช็อกมากหากไปเซ็นฟรีเอเยนต์ เซร์คีโอ อเกวโร่ ‘กุน’ ที่หมดสัญญาออกจาก แมนฯ ซิตี้ มาได้ แทงบอลออนไลน์