ปตท. ประสบความสำเร็จ ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท

ปตท. ประสบความสำเร็จ ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท หลังเสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ 5 รุ่น มูลค่า 20,000 ล้านบาท

ปตท. เผยผลสำเร็จของการเสนอขายหุ้นกู้ ภายใต้โครงการออกตราสารหนี้ (MTN Program) ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ เพื่อใช้เป็นเงินลงทุน เงินทุนหมุนเวียน และชำระคืนเงินกู้ที่ครบกำหนด ยอดจองหุ้นกู้มากกว่า 65,000 ล้านบาท หรือ 4.2 เท่าของมูลค่าการเสนอขาย ขณะที่อายุหุ้นกู้สูงสุดยาว 25 ปียังเป็นที่นิยมอย่างมาก สะท้อนความเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำกลุ่มธุรกิจพลังงานครบวงจร โดยหุ้นกู้นี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AAA (tha) จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดสำหรับตราสารหนี้ที่ออกในประเทศไทย

วันนี้ (2 กรกฎาคม 2563) – นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า แม้ว่าปตท. จะห่างหายจากการออกหุ้นกู้มาตั้งแต่ปี 2558 แต่ปตท. ก็ยังคงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดียิ่งในการเสนอขายหุ้นกู้ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยมีความต้องการจากนักลงทุนสูงมากกว่า 65,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.2 เท่าของมูลค่าการเสนอขาย ส่งผลให้ปตท. เพิ่มหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติม (Exercise Greenshoe) อีก 5,000 ล้านบาท จากมูลค่าการออกหุ้นกู้เดิม 15,000 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการเสนอขายทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อปตท. โดยการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ประกอบด้วย หุ้นกู้จำนวน 5 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี และ 25 ปี ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ ที่ 1.21% 2.05% 2.84% 3.20% และ 3.74% ต่อปี ตามลำดับ มีนักลงทุนที่ให้ความสนใจจองซื้อครอบคลุมทุกประเภท อาทิ กองทุนภายใต้การบริหารของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกันชีวิต กลุ่มสหกรณ์ ธนาคารพาณิชย์ รวมถึงผู้ลงทุนรายใหญ่ (ไม่รวมถึงบุคคลธรรมดา) และมีกำหนดการออกหุ้นกู้ในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563

“การออกและเสนอขายหุ้นกู้ของปตท. แก่ผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ ในครั้งนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะสม หลังจากภาวะตลาดเริ่มกลับมาเอื้ออำนวย ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับนักลงทุนยังคงมองหาช่องทางการลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีสถานะการเงินที่มั่นคง ทำให้หุ้นกู้ของปตท. ได้รับอัตราดอกเบี้ยและอายุหุ้นกู้ที่เหมาะสม โดยเฉพาะหุ้นกู้ที่มีอายุยาวที่สุด 25 ปี ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยเห็นหุ้นกู้ระยะยาวในตลาดมากนัก ซึ่งปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนดีมาก ดังนั้น การนำเสนอหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นที่มีความหลากหลายของทั้งอายุหุ้นกู้และผลตอบแทน จึงเป็นโอกาสของปตท. ในการบริหารจัดการต้นทุนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอรรถพล กล่าว อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดลบ 77.91 จุด แต่ S&P500 – Nasdaq บวก

 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 77.91 จุด แต่ S&P500 – Nasdaq บวกรับความหวังวัคซีนต้านโควิด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมิ.ย.ซึ่งนักลงทุนมองว่า เฟดไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับแนวทางการสื่อสารให้ตลาดรับรู้เรื่องสัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายการเงิน (Forward Guidance) อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,734.97 จุด ลดลง 77.91 จุด หรือ -0.30% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,115.86 จุด เพิ่มขึ้น 15.57 จุด หรือ +0.50% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,154.63 จุด เพิ่มขึ้น 95.86 จุด หรือ +0.95%

ดัชนีดาวโจนส์ปิดในแดนลบ หลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมเดือนมิ.ย.เมื่อวานนี้ ซึ่งใจความส่วนหนึ่งระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ควรสื่อสารให้ตลาดรับรู้ “สัญญาณชี้นำทิศทางนโยบายการเงิน (Forward Guidance) เกี่ยวกับการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ขณะที่กรรมการเฟดส่วนหนึ่งกล่าวว่า เฟดจำเป็นต้องผลักดันให้มีการใช้เครื่องมืออื่นๆ ที่มีความเป็นไปได้ เช่น การควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทน (yield curve control) ซึ่งจะช่วยควบคุมอัตราดอกเบี้ยระยะยาว

รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่มองว่า มีโอกาสอย่างมากที่จะเกิดการแพร่ระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 และยังระบุว่า มีความเสี่ยงที่มาตรการการคลังในการให้ความช่วยเหลือภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และรัฐบาลท้องถิ่น อาจจะไม่เพียงพอ

นักวิเคราะห์จากบริษัทแคปิตอล อิโคโนมิกส์กล่าวว่า รายงานการประชุมเดือนมิ.ย.ของเฟดไม่ได้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินในระยะใกล้ และยังแสดงให้เห็นว่า เฟดยังต้องใช้เวลาอีกนานในการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวก 0.24% ตลาดยังได้แรงหนุนข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและยูโรโซน

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 0.24% รับข่าวคืบหน้าวัคซีนโควิด-ข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ และตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีนและยูโรโซน

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.24% ปิดที่ 361.19 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,926.94 จุด ลดลง 9.05 จุด หรือ -0.18%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,260.57 จุด ลดลง 50.36 จุด หรือ -0.41% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,157.96 จุด ลดลง 11.78 จุด หรือ -0.19%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ไฟเซอร์ อิงค์ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐเปิดเผยว่า ผลการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในมนุษย์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยไฟเซอร์ได้ดำเนินการทดลองดังกล่าวร่วมกับ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี และคาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีน 100 ล้านโดสภายในปลายปีนี้ และมากกว่า 1.2 พันล้านโดสภายในสิ้นปีหน้า

ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลสำรวจซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซินระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.ของจีนพุ่งขึ้นแตะระดับ 51.2 จากระดับ 50.7 ในเดือนพ.ค. และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 50.5 โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว อ่านเพิ่มเติม

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้ แข็งค่าขึ้น 0.0085 แตะที่ระดับ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน  อ่านเพิ่มเติม

เคทีซีเกี่ยวก้อย 9 แบรนด์ ความงาม มอบความคุ้มค่าจัดเต็มทุกบิวตี้ไอเทม

เคทีซีเกี่ยวก้อย 9 แบรนด์ ความงาม มอบความคุ้มค่าจัดเต็มทุกบิวตี้ไอเทม

เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้สมาชิกบัตรเครดิตเติมสีสันผิวสวยสุขภาพดี พร้อมรับความคุ้มค่ากับ 9 แบรนด์ พันธมิตรความงามชั้นนำ เมื่อช้อปบิวตี้ไอเทมผ่านช่องทางออนไลน์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้ เครือลอรีอัล ลุคซ์ ประกอบด้วย 1) คีลส์ (Kiehl’s) มอบชุดของขวัญรวมมูลค่า 800 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท ขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.kiehls.co.th โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCKIEHLS” 2) อีฟแซงต์โลรองต์ (Yves Saint Laurent) มอบส่วนลด 15% เมื่อช้อปครบ 2,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.yslbeautyth.com โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCYSL15” ไม่จำกัดส่วนลดสูงสุด 3) ลังโคม (Lancome) มอบส่วนลด 15% เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.lancome.co.th โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCLC15” ไม่จำกัดส่วนลดสูงสุด ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563

Shopee Mall ประกอบด้วย 4) ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) 5) วิชี่ (Vichy) และ 6) เซราวี (CeraVe) แบรนด์เวชสำอางที่ผสานความปลอดภัยและประสิทธิภาพเพื่อผิวบอบบางระคายเคืองง่าย มอบส่วนลดทันที 10% เมื่อ ช้อปครบ 800 บาทต่อยอดซื้อผ่าน Shopee Mall ในแอปฯ Shopee เท่านั้น โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCACD10” (1 สมาชิก Shopee รับส่วนลดได้เพียง 1 ครั้งต่อเดือน จำกัดส่วนลดสูงสุด 200 บาท) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563- 30 กันยายน 2563 7) คอนวี่ (Konvy) มอบส่วนลด 10% เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ช้อปผ่าน www.konvy.com หรือแอป “Konvy” เป็นครั้งแรก ครบ 900 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KVKTCNEW” (จำกัดส่วนลดสูงสุด 300 บาท) และมอบส่วนลด 8% สำหรับสมาชิกเคทีซีที่ช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KVKTC8” (จำกัดส่วนลดสูงสุด 400 บาท) ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563-31 สิงหาคม 2563 8) บิวติ้คูล (Beauticool) มอบ e-Voucher มูลค่า 120 บาท สำหรับการใช้ครั้งถัดไป เมื่อช้อปครบ 1,200 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.beauticool.com (ไม่รวมสินค้าลดราคาหรือสินค้าที่ร่วมรายการพิเศษ) โดยไม่ต้องใส่โค้ดส่วนลด พิเศษมอบส่วนลดทันที 50 บาท เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ช้อปผ่าน www.beauticool.com เป็นครั้งแรก ครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTC1STBCOOL” พร้อมส่งฟรี EMS (มูลค่า 50 บาท) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563 และ 9) โกวาบิ (Gowabi) มอบส่วนลด 10% เมื่อซื้อดีลผ่าน www.gowabi.com เท่านั้น โดยไม่ต้องใส่โค้ดส่วนลด (จำกัดส่วนลดสูงสุด 200 บาท) และพิเศษมอบส่วนลด 100 บาท เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ซื้อดีลผ่าน www.gowabi.com หรือแอป “Gowabi” เป็นครั้งแรก ไม่กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCN100” ระหว่าง 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563 อ่านเพิ่มเติม

“ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น เข้า mai ลงทุน IT

“ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น เข้า mai ลงทุน IT-เครื่องจักร-โรงซ่อม-คลังวัสดุ

บมจ.ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง (RT) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสืชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 300 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

RT ประกอบธุรกิจ รับเหมาก่อสร้างด้านงานวิศวกรรมโยธา และธรณีเทคนิคที่ต้องอาศัยความชำนาญและเทคโนโลยีระดับสูง ได้แก่ งานก่อสร้างอุโมงค์ งานระเบิดหิน งานขุดเจาะโดยไม่ใช้ระเบิด งานพัฒนาเหมือง งานเจาะสำรวจ งานคอนกรีตโครงสร้าง งานวิศวกรรมโยธาทั่วไปและงานด้านธรณีวิทยา อ่านเพิ่มเติม

อาร์เจนตินา-แองโกลาขึ้นแท่นตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนลงทุนสูงสุดใน Q2/63

อาร์เจนตินา-แองโกลาขึ้นแท่นตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนลงทุนสูงสุดใน Q2/63

ข้อมูลจาก Refinitiv Datastream บ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นอาร์เจนตินาครองอันดับ 1 ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในไตรมาส 2/2563 และพันธบัตรของแองโกลาให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในบรรดาพันธบัตรของประเทศ EM อื่นๆ ขณะที่คาดว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ จะยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ส่วนสกุลเงินของประเทศกลุ่ม EM ที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ได้แก่ ดอลลาร์ไต้หวันและเปโซของฟิลิปปินส์ ขณะที่รูเปียห์ของอินโดนีเซียปรับตัวขึ้นมากที่สุดในไตรมาส 2/2563

มาตรการกระตุ้นด้านการคลังและการเงินทั่วโลกมูลค่าประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลห้อัตราดอกเบี้ยในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ใกล้ระดับ 0% และทำให้นักลงทุนพากันมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าจากตลาด EM

พันธบัตรของจีนให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลกในปีนี้ ขณะที่พันธบัตรของแองโกลาที่เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในไตรมาสแรกนั้น ให้ผลตอบแทนสูงสุดในไตรมาส 2/2563

มาตรการควบคุมเงินทุนของอาร์เจนตินาทำให้เงินเปโซของอาร์เจนตินาแข็งค่าแบบเทียมๆ แต่นักลงทุนต่างพากันเข้าซื้อหุ้นของอาร์เจนตินาที่คิดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์กันอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาด EM อื่นๆ ในไตรมาส 2/2563  อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 217.08 จุด รับข้อมูลศก.สดใส,พาวเวล-มนูชินให้คำมั่นอุ้มศก.

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 217.08 จุด รับข้อมูลศก.สดใส,พาวเวล-มนูชินให้คำมั่นอุ้มศก.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่พุ่งเกินคาดในเดือนมิ.ย.นั้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,812.88 จุด เพิ่มขึ้น 217.08 จุด หรือ +0.85% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,100.29 จุด เพิ่มขึ้น 47.05 จุด หรือ +1.54% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,058.77 จุด เพิ่มขึ้น 184.61 จุด หรือ +1.87%

ตลอดไตรมาส 2 ปีนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 17.78% ซึ่งเป็นสถิติรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2530 ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 30.63% ทำสถิติรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2542 ส่วนดัชนี S&P พุ่งขึ้นราว 19.95% ซึ่งทำสถิติรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2541

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อคืนนี้ โดยผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือนมี.ค. โดยราคาบ้านเดือนเม.ย.ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อบ้าน, สต็อกบ้านที่ตึงตัว และอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ระดับต่ำ

ขณะที่ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 98.1 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 85.9 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 91.0 โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐต่างๆในสหรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้เริ่มมีการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นายพาวเวลและนายมนูชินได้ให้คำมั่นในระหว่างการแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ว่า เฟดและกระทรวงการคลังจะเดินหน้าพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ไปให้ได้ อ่านเพิ่มเติม

บลจ.ทิสโก้เปิดกอง ‘ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้’ ลงทุน ‘Cloud’

บลจ.ทิสโก้เปิดกอง’ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้’ ลงทุน’Cloud’เบื้องหลังความสำเร็จของเทคโนโลยีแห่งอนาคต

บลจ.ทิสโก้เสนอขาย  สุดล้ำพาลงทุนธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ‘Cloud’ ชี้โอกาสเติบโตสูง รับการใช้งาน Big Data, IoT, 5G และการปรับเปลี่ยนธุรกิจทั่วโลกเข้าสู่ยุค New Normal เปิด IPO 29 มิ.ย. – 13 ก.ค. 63

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Head of Marketing and Wealth Advisory, Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co., Ltd.) เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี ‘คลาวด์ คอมพิวติง’ (Cloud Computing) หรือระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Google, Dropbox, Facebook, Zoom หรือกระทั่ง Netflix ก็ล้วนแต่มี Cloud มาเป็นส่วนสำคัญในการให้บริการแทบทั้งสิ้น และจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต จากการเข้ามาของ Internet of Things (IoT) ในยุค 5G เพราะจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวผู้บริโภคเชื่อมต่อและสั่งการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อย่างหลากหลายมากขึ้น โดยมี Cloud อยู่ในระบบการทำงานดังกล่าว

นอกจากนี้ Cloud ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ เช่น การใช้ Big Data มาจับพฤติกรรมผู้บริโภค และปรับเปลี่ยนธุรกิจมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นรับกับยุค New Normal เป็นต้น ซึ่ง Cloud นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย เข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา การทำงานราบรื่นและยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันที่ดียิ่งกว่าบริษัทที่ลงทุนกับระบบจัดเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง เพราะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่า และสามารถบริหารทรัพยากรบุคคลได้เต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลระบบหลังบ้านที่ไม่ถนัด

จากข้อมูลข้างต้น จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีหากได้ลงทุนในบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจของ Cloud เพราะทุกบริษัทล้วนแต่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตที่ดีตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้น บลจ.ทิสโก้จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้ (TCLOUD) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing เช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน, ธุรกิจผู้พัฒนาและจัดทำแพลตฟอร์ม, ธุรกิจผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูล, บริษัทที่เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และธุรกิจผลิตหรือจัดจำหน่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับจัดทำ Cloud ผ่านกองทุนอีทีเอฟ Global X Cloud Computing ETF (กองทุนหลัก) ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 29 มิถุนายน – 13 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก อ่านเพิ่มเติม

Window Dressing-กองทุน “SSFX” “โกลเบล็ก” เฝ้าระวังงบแบงก์สกัดหุ้นไทย

เตือน!! กับดัก Window Dressing-กองทุน “SSFX” “โกลเบล็ก” เฝ้าระวังงบแบงก์หวั่นสกัดหุ้นไทย

เริ่มต้นกับการสรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่แล้ว (22-26 มิ.ย.) SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,330.34 จุด ปรับตัวลดลง 2.95% จากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 6.6% รองลงมาคือกลุ่มธุรกิจการเงิน ลดลง 6.1% และสุดท้ายคือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ลดลง 5.8%

ปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลกยังคงอยู่ในโหมดเฝ้าระมัดระวังการทรุดตัวของเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังจากหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อต้องการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ในทางกลับกันก็เกิดเป็นประเด็นความเสี่ยงของการระบาดซ้ำรอบใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ตามรายงานข้อมูลล่าสุดพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านราย พร้อมคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 500,000 รายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น ส่งผลให้ทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกหลังจากนี้เริ่มที่จะมีกรอบการฟื้นตัวที่จำกัดมากขึ้น

ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มิ.ย. แม้ว่าในช่วงสั้นนักลงทุนจะยังคาดหวังต่อปัจจัยบวกกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เตรียมประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ระยะที่ 5 ในวันที่ 29 มิ.ย.และคาดจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ขณะเดียวกันเองก็ยังมีประเด็นบวกจากความคาดหวังกระแสการไหลเข้าของเม็ดเงินกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่มักจะทำ “Window Dressing ช่วงสิ้นสุดไตรมาส โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ตัวเลขทางบัญชีแสดงผลกำไรจากการถือหุ้นของแต่ละกองทุนในรอบไตรมาสนั้น รวมถึงเม็ดเงินจากกองทุนลดหย่อนภาษีวงเงินพิเศษ หรือ SSFX ที่จะสิ้นสุดระยะเวลาซื้อหน่วยลงทุนในเดือน มิ.ย.นี้ด้วย

แต่ท่ามกลางรอยต่อก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ไตรมาส 3/63 อย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์ต่างประเมินกันว่าปัจจัยบวกดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนบรรยากาศลงทุนแค่ชั่วคราวเท่านั้น พร้อมกับแนะนำให้เกาะติดกับการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ว่าจะแสดงถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังมากน้อยแค่ไหน

สอดคล้องกับความเห็นของ นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ที่ประเมินภาพรวมผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/63 จะยังมีแนวโน้มที่ไม่สดใส โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดจะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. เป็นต้นไป ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยลบฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกระลอก แม้ว่าก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเผชิญกับแรงขายมาบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี ประเมินภาพรวม SET INDEX ในรอบสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวในกรอบแนวรับที่ 1,300 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,350 จุด ตามลำดับ อ่านเพิ่มเติม