หุ้นยุโรปปิดบวก 0.24% ตลาดยังได้แรงหนุนข้อมูลเศรษฐกิจของจีนและยูโรโซน

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 0.24% รับข่าวคืบหน้าวัคซีนโควิด-ข้อมูลเศรษฐกิจแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ และตลาดยังได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีนและยูโรโซน

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.24% ปิดที่ 361.19 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,926.94 จุด ลดลง 9.05 จุด หรือ -0.18%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,260.57 จุด ลดลง 50.36 จุด หรือ -0.41% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,157.96 จุด ลดลง 11.78 จุด หรือ -0.19%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ไฟเซอร์ อิงค์ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐเปิดเผยว่า ผลการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในมนุษย์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยไฟเซอร์ได้ดำเนินการทดลองดังกล่าวร่วมกับ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี และคาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีน 100 ล้านโดสภายในปลายปีนี้ และมากกว่า 1.2 พันล้านโดสภายในสิ้นปีหน้า

ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลสำรวจซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซินระบุว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมิ.ย.ของจีนพุ่งขึ้นแตะระดับ 51.2 จากระดับ 50.7 ในเดือนพ.ค. และแข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 50.5 โดยดัชนีที่อยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่า ภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว อ่านเพิ่มเติม

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้ แข็งค่าขึ้น 0.0085 แตะที่ระดับ 7.0710 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน  อ่านเพิ่มเติม

เคทีซีเกี่ยวก้อย 9 แบรนด์ ความงาม มอบความคุ้มค่าจัดเต็มทุกบิวตี้ไอเทม

เคทีซีเกี่ยวก้อย 9 แบรนด์ ความงาม มอบความคุ้มค่าจัดเต็มทุกบิวตี้ไอเทม

เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้สมาชิกบัตรเครดิตเติมสีสันผิวสวยสุขภาพดี พร้อมรับความคุ้มค่ากับ 9 แบรนด์ พันธมิตรความงามชั้นนำ เมื่อช้อปบิวตี้ไอเทมผ่านช่องทางออนไลน์ตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนี้ เครือลอรีอัล ลุคซ์ ประกอบด้วย 1) คีลส์ (Kiehl’s) มอบชุดของขวัญรวมมูลค่า 800 บาท เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท ขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.kiehls.co.th โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCKIEHLS” 2) อีฟแซงต์โลรองต์ (Yves Saint Laurent) มอบส่วนลด 15% เมื่อช้อปครบ 2,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.yslbeautyth.com โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCYSL15” ไม่จำกัดส่วนลดสูงสุด 3) ลังโคม (Lancome) มอบส่วนลด 15% เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.lancome.co.th โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCLC15” ไม่จำกัดส่วนลดสูงสุด ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563

Shopee Mall ประกอบด้วย 4) ลา โรช-โพเซย์ (La Roche-Posay) 5) วิชี่ (Vichy) และ 6) เซราวี (CeraVe) แบรนด์เวชสำอางที่ผสานความปลอดภัยและประสิทธิภาพเพื่อผิวบอบบางระคายเคืองง่าย มอบส่วนลดทันที 10% เมื่อ ช้อปครบ 800 บาทต่อยอดซื้อผ่าน Shopee Mall ในแอปฯ Shopee เท่านั้น โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCACD10” (1 สมาชิก Shopee รับส่วนลดได้เพียง 1 ครั้งต่อเดือน จำกัดส่วนลดสูงสุด 200 บาท) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563- 30 กันยายน 2563 7) คอนวี่ (Konvy) มอบส่วนลด 10% เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ช้อปผ่าน www.konvy.com หรือแอป “Konvy” เป็นครั้งแรก ครบ 900 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KVKTCNEW” (จำกัดส่วนลดสูงสุด 300 บาท) และมอบส่วนลด 8% สำหรับสมาชิกเคทีซีที่ช้อปครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KVKTC8” (จำกัดส่วนลดสูงสุด 400 บาท) ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563-31 สิงหาคม 2563 8) บิวติ้คูล (Beauticool) มอบ e-Voucher มูลค่า 120 บาท สำหรับการใช้ครั้งถัดไป เมื่อช้อปครบ 1,200 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อที่ www.beauticool.com (ไม่รวมสินค้าลดราคาหรือสินค้าที่ร่วมรายการพิเศษ) โดยไม่ต้องใส่โค้ดส่วนลด พิเศษมอบส่วนลดทันที 50 บาท เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ช้อปผ่าน www.beauticool.com เป็นครั้งแรก ครบ 1,500 บาทขึ้นไปต่อยอดซื้อ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTC1STBCOOL” พร้อมส่งฟรี EMS (มูลค่า 50 บาท) ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563 และ 9) โกวาบิ (Gowabi) มอบส่วนลด 10% เมื่อซื้อดีลผ่าน www.gowabi.com เท่านั้น โดยไม่ต้องใส่โค้ดส่วนลด (จำกัดส่วนลดสูงสุด 200 บาท) และพิเศษมอบส่วนลด 100 บาท เฉพาะสมาชิกเคทีซีที่ซื้อดีลผ่าน www.gowabi.com หรือแอป “Gowabi” เป็นครั้งแรก ไม่กำหนดยอดซื้อขั้นต่ำ โดยใส่โค้ดส่วนลด “KTCN100” ระหว่าง 1 กรกฎาคม 2563-30 กันยายน 2563 อ่านเพิ่มเติม

“ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น เข้า mai ลงทุน IT

“ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง”ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 300 ล้านหุ้น เข้า mai ลงทุน IT-เครื่องจักร-โรงซ่อม-คลังวัสดุ

บมจ.ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง (RT) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและหนังสืชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 300 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.27% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

RT ประกอบธุรกิจ รับเหมาก่อสร้างด้านงานวิศวกรรมโยธา และธรณีเทคนิคที่ต้องอาศัยความชำนาญและเทคโนโลยีระดับสูง ได้แก่ งานก่อสร้างอุโมงค์ งานระเบิดหิน งานขุดเจาะโดยไม่ใช้ระเบิด งานพัฒนาเหมือง งานเจาะสำรวจ งานคอนกรีตโครงสร้าง งานวิศวกรรมโยธาทั่วไปและงานด้านธรณีวิทยา อ่านเพิ่มเติม

อาร์เจนตินา-แองโกลาขึ้นแท่นตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนลงทุนสูงสุดใน Q2/63

อาร์เจนตินา-แองโกลาขึ้นแท่นตลาดเกิดใหม่ให้ผลตอบแทนลงทุนสูงสุดใน Q2/63

ข้อมูลจาก Refinitiv Datastream บ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นอาร์เจนตินาครองอันดับ 1 ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในไตรมาส 2/2563 และพันธบัตรของแองโกลาให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดในบรรดาพันธบัตรของประเทศ EM อื่นๆ ขณะที่คาดว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ จะยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

ส่วนสกุลเงินของประเทศกลุ่ม EM ที่ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ได้แก่ ดอลลาร์ไต้หวันและเปโซของฟิลิปปินส์ ขณะที่รูเปียห์ของอินโดนีเซียปรับตัวขึ้นมากที่สุดในไตรมาส 2/2563

มาตรการกระตุ้นด้านการคลังและการเงินทั่วโลกมูลค่าประมาณ 18 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งผลห้อัตราดอกเบี้ยในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ใกล้ระดับ 0% และทำให้นักลงทุนพากันมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าจากตลาด EM

พันธบัตรของจีนให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลกในปีนี้ ขณะที่พันธบัตรของแองโกลาที่เผชิญกับแรงเทขายอย่างหนักในไตรมาสแรกนั้น ให้ผลตอบแทนสูงสุดในไตรมาส 2/2563

มาตรการควบคุมเงินทุนของอาร์เจนตินาทำให้เงินเปโซของอาร์เจนตินาแข็งค่าแบบเทียมๆ แต่นักลงทุนต่างพากันเข้าซื้อหุ้นของอาร์เจนตินาที่คิดราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์กันอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาด EM อื่นๆ ในไตรมาส 2/2563  อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 217.08 จุด รับข้อมูลศก.สดใส,พาวเวล-มนูชินให้คำมั่นอุ้มศก.

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 217.08 จุด รับข้อมูลศก.สดใส,พาวเวล-มนูชินให้คำมั่นอุ้มศก.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มิ.ย.) เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่พุ่งเกินคาดในเดือนมิ.ย.นั้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 25,812.88 จุด เพิ่มขึ้น 217.08 จุด หรือ +0.85% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,100.29 จุด เพิ่มขึ้น 47.05 จุด หรือ +1.54% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,058.77 จุด เพิ่มขึ้น 184.61 จุด หรือ +1.87%

ตลอดไตรมาส 2 ปีนี้ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 17.78% ซึ่งเป็นสถิติรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2530 ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 30.63% ทำสถิติรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2542 ส่วนดัชนี S&P พุ่งขึ้นราว 19.95% ซึ่งทำสถิติรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2541

ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อคืนนี้ โดยผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือนมี.ค. โดยราคาบ้านเดือนเม.ย.ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อบ้าน, สต็อกบ้านที่ตึงตัว และอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ระดับต่ำ

ขณะที่ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 98.1 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 85.9 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 91.0 โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐต่างๆในสหรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้เริ่มมีการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่นายพาวเวลและนายมนูชินได้ให้คำมั่นในระหว่างการแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ว่า เฟดและกระทรวงการคลังจะเดินหน้าพยุงเศรษฐกิจสหรัฐให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขในครั้งนี้ไปให้ได้ อ่านเพิ่มเติม

บลจ.ทิสโก้เปิดกอง ‘ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้’ ลงทุน ‘Cloud’

บลจ.ทิสโก้เปิดกอง’ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้’ ลงทุน’Cloud’เบื้องหลังความสำเร็จของเทคโนโลยีแห่งอนาคต

บลจ.ทิสโก้เสนอขาย  สุดล้ำพาลงทุนธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี ‘Cloud’ ชี้โอกาสเติบโตสูง รับการใช้งาน Big Data, IoT, 5G และการปรับเปลี่ยนธุรกิจทั่วโลกเข้าสู่ยุค New Normal เปิด IPO 29 มิ.ย. – 13 ก.ค. 63

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan, Head of Marketing and Wealth Advisory, Mutual & Private Fund Business, TISCO Asset Management Co., Ltd.) เปิดเผยว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยี ‘คลาวด์ คอมพิวติง’ (Cloud Computing) หรือระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Google, Dropbox, Facebook, Zoom หรือกระทั่ง Netflix ก็ล้วนแต่มี Cloud มาเป็นส่วนสำคัญในการให้บริการแทบทั้งสิ้น และจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต จากการเข้ามาของ Internet of Things (IoT) ในยุค 5G เพราะจะทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่รอบตัวผู้บริโภคเชื่อมต่อและสั่งการผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อย่างหลากหลายมากขึ้น โดยมี Cloud อยู่ในระบบการทำงานดังกล่าว

นอกจากนี้ Cloud ยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจ เช่น การใช้ Big Data มาจับพฤติกรรมผู้บริโภค และปรับเปลี่ยนธุรกิจมาใช้เทคโนโลยีมากขึ้นรับกับยุค New Normal เป็นต้น ซึ่ง Cloud นอกจากจะช่วยให้ผู้ประกอบการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย เข้าถึงง่ายทุกที่ทุกเวลา การทำงานราบรื่นและยืดหยุ่นแล้ว ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันที่ดียิ่งกว่าบริษัทที่ลงทุนกับระบบจัดเก็บข้อมูลด้วยตัวเอง เพราะทำให้ต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่า และสามารถบริหารทรัพยากรบุคคลได้เต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลระบบหลังบ้านที่ไม่ถนัด

จากข้อมูลข้างต้น จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีหากได้ลงทุนในบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่ธุรกิจของ Cloud เพราะทุกบริษัทล้วนแต่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตที่ดีตามความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้น บลจ.ทิสโก้จึงเปิดเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ Cloud Computing อิควิตี้ (TCLOUD) ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) กองทุนรวมตราสารทุนที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยี Cloud Computing เช่น ธุรกิจซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน, ธุรกิจผู้พัฒนาและจัดทำแพลตฟอร์ม, ธุรกิจผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในการจัดเก็บข้อมูล, บริษัทที่เป็นเจ้าของหรือบริหารจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และธุรกิจผลิตหรือจัดจำหน่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับจัดทำ Cloud ผ่านกองทุนอีทีเอฟ Global X Cloud Computing ETF (กองทุนหลัก) ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 29 มิถุนายน – 13 กรกฎาคม 2563 ทั้งนี้ กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก อ่านเพิ่มเติม

Window Dressing-กองทุน “SSFX” “โกลเบล็ก” เฝ้าระวังงบแบงก์สกัดหุ้นไทย

เตือน!! กับดัก Window Dressing-กองทุน “SSFX” “โกลเบล็ก” เฝ้าระวังงบแบงก์หวั่นสกัดหุ้นไทย

เริ่มต้นกับการสรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่แล้ว (22-26 มิ.ย.) SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,330.34 จุด ปรับตัวลดลง 2.95% จากสัปดาห์ก่อน โดยกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ลดลง 6.6% รองลงมาคือกลุ่มธุรกิจการเงิน ลดลง 6.1% และสุดท้ายคือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ลดลง 5.8%

ปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลกยังคงอยู่ในโหมดเฝ้าระมัดระวังการทรุดตัวของเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังจากหลายประเทศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อต้องการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ในทางกลับกันก็เกิดเป็นประเด็นความเสี่ยงของการระบาดซ้ำรอบใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและจีน ตามรายงานข้อมูลล่าสุดพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 ล้านราย พร้อมคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 500,000 รายในระยะเวลาเพียง 7 เดือนเท่านั้น ส่งผลให้ทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลกหลังจากนี้เริ่มที่จะมีกรอบการฟื้นตัวที่จำกัดมากขึ้น

ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน มิ.ย. แม้ว่าในช่วงสั้นนักลงทุนจะยังคาดหวังต่อปัจจัยบวกกรณีศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เตรียมประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ระยะที่ 5 ในวันที่ 29 มิ.ย.และคาดจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป ขณะเดียวกันเองก็ยังมีประเด็นบวกจากความคาดหวังกระแสการไหลเข้าของเม็ดเงินกลุ่มนักลงทุนสถาบันที่มักจะทำ “Window Dressing ช่วงสิ้นสุดไตรมาส โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ตัวเลขทางบัญชีแสดงผลกำไรจากการถือหุ้นของแต่ละกองทุนในรอบไตรมาสนั้น รวมถึงเม็ดเงินจากกองทุนลดหย่อนภาษีวงเงินพิเศษ หรือ SSFX ที่จะสิ้นสุดระยะเวลาซื้อหน่วยลงทุนในเดือน มิ.ย.นี้ด้วย

แต่ท่ามกลางรอยต่อก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ไตรมาส 3/63 อย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์ต่างประเมินกันว่าปัจจัยบวกดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนบรรยากาศลงทุนแค่ชั่วคราวเท่านั้น พร้อมกับแนะนำให้เกาะติดกับการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ว่าจะแสดงถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังมากน้อยแค่ไหน

สอดคล้องกับความเห็นของ นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ที่ประเมินภาพรวมผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/63 จะยังมีแนวโน้มที่ไม่สดใส โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่คาดจะเริ่มทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/63 อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. เป็นต้นไป ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยลบฉุดความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกระลอก แม้ว่าก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะเผชิญกับแรงขายมาบ้างแล้วก็ตาม ทั้งนี ประเมินภาพรวม SET INDEX ในรอบสัปดาห์นี้จะแกว่งตัวในกรอบแนวรับที่ 1,300 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,350 จุด ตามลำดับ อ่านเพิ่มเติม

ก.อุต เตรียมพร้อมดันเขตเศรษฐกิจพิเศษ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน

ก.อุต เตรียมพร้อมดัน เขตเศรษฐกิจพิเศษ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน พร้อมตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมพร้อมรับลูกผลักดันการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายหลังมติ ครม. เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ มุ่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้สอดคล้องกับความต้องการและศักยภาพในแต่ละพื้นที่ หวังยกระดับคุณภาพชีวิตคนในชุมชน พร้อมตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระทรวงอุตสาหกรรมได้ผลักดันการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนด้านการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษผ่านการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะร่วมสานต่อภารกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การพัฒนาเชิงพื้นที่ตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของไทยประสบผลสำเร็จ พร้อมตั้งเป้าหมายให้เกิดการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น นักลงทุนต่างประเทศ/ในประเทศใช้ไทยเป็น Hub ของอาเซียน (Connectivity) ตลอดจนมีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำและก่อให้เกิดการเติบโตอย่างมีส่วนร่วม (Inclusive Growth) ต่อไป

โดยร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้จะเป็นกลไกในระดับนโยบายและระดับพื้นที่ในการบริหารจัดการ กำกับติดตาม และสนับสนุนการดำเนินงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 แห่ง และพื้นที่ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม ได้แก่ พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor: SEC) พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC – Creative LANNA) พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (Northeastern Economic Corridor: NeEC – Bioeconomy) และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง – ตะวันตก (Western – Central Economic Corridor: WCEC) เป็นต้น

ก้าวต่อไปของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ จะเร่งส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมรองรับนักลงทุนที่สนใจเข้าไปลงทุน เช่น นิคมอุตสาหกรรมสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว นิคมอุตสาหกรรมสงขลา (สะเดา) จังหวัดสงขลา และนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จังหวัดสงขลา นับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพและตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการรองรับผลผลิตยางพาราในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ โดยคาดว่าเมื่อมีการใช้พื้นที่เต็มประสิทธิภาพแล้วจะทำให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 7,000 อัตรา และก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้กำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมการขาย/เช่าที่ดินของนิคมอุตสาหกรรมยางพารา เช่น มาตรการส่งเสริมการขาย จะได้รับส่วนลดร้อยละ 5 ของอัตราราคาขายที่ดิน ยกเว้นค่าบริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกในปีแรก นับจากวันที่ทำสัญญาจะซื้อจะขาย/สัญญาซื้อขายที่ดิน และสามารถแบ่งชำระการซื้อที่ดินในการทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินได้ภายใน 6 เดือน โดยไม่มีดอกเบี้ย แต่ต้องยื่นขออนุญาตใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการต่อ กนอ. ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โอนที่ดินภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และแจ้งเริ่มประกอบกิจการภายในระยะเวลา 2 ปี มาตรการส่งเสริมการเช่าที่ดิน ซึ่งจะได้รับยกเว้นค่าเช่าที่ดินในปีแรก นับจากวันที่ทำสัญญาเช่าที่ดิน และยกเว้นค่าบริการบำรุงรักษาสิ่งอำนวยความสะดวกในปีแรก นับจากวันที่ทำสัญญาเช่าที่ดิน โดยผู้ที่ได้รับสิทธิดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลาย (Downstream Rubber Industry) และผู้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรมยางพาราขั้นกลาง (Midstream Rubber Industry) ทำสัญญาเช่าที่ดินภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และมีระยะเวลาการเช่าไม่น้อยกว่า 20 ปี เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนอ่อนค่าลงวันนี้ที่ 7.0808 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนอ่อนค่าลงวันนี้ที่ 7.0808 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อยู่ที่ระดับ 7.0808 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 0.0253 หยวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน อ่านเพิ่มเติม