แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นกรอบจำกัด Fund Flow ยังหนุนแต่ตลาดรับข่าวบวกมากแล้ว

ตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นกรอบจำกัด Fund Flow ยังหนุนแต่ตลาดรับข่าวบวกมากแล้ว

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับขึ้นกรอบจำกัด แม้มองว่าตลาดยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ  และนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องตามการปรับพอร์ต รับปัจจัยทั้งในส่วนของ MSCI Rebalance , FTSE Rebalance รวมถึงคาดการณ์หุ้นเข้า SET50 และ SET100 ตลอดจนการที่ธปท.อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายปันผลได้ และมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่มีออกมา รวมถึงการที่ไทยได้ร่วมทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งประเด็นต่าง ๆ ตลาดได้รับข่าวบวกไปมากแล้ว ผลักดันให้มีแรงซื้อหนุนดัชนีดีดตัวขึ้นราว 200 จุดในช่วง 3 สัปดาห์ ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปิดเมื่อคืนวันศุกร์ปรับตัวลง ก็น่าจะทำให้การปรับขึ้นของดัชนีอาจจะไม่มากนัก พร้อมให้แนวต้านที่ระดับ 1,400 และ 1,408 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,377 และ 1,370 จุด

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด ตามการเลือกลงทุนรายตัว หลังจากที่ตลาดได้ตอบรับปัจจัยบวกไปค่อนข้างมากแล้วหนุนให้ดัชนีปรับขึ้นราว 200 จุดในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตามแรงซื้อปรับพอร์ตของ Fund Flow ทั้งในส่วนของนักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาในช่วง 1-2 สัปดาห์ ตอบรับประเด็นข่าวบวกทั้งในส่วนของ MSCI Rebalance , FTSE Rebalance รวมถึงคาดการณ์หุ้นเข้า SET50 และ SET100

นอกจากนี้ยังตอบรับเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายปันผลได้ ,การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมาตรการดูแลค่าเงินบาทแล้ว รวมถึงการที่ไทยได้ร่วมทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งถือเป็นกลุ่มความตกลงทางการค้าการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นปัจจัยบวกในระยะกลางถึงยาว

ทั้งนี้ มองว่าการที่ดัชนีไต่ระดับขึ้นมาจากจุดต่ำที่ 1,187 จุด มาถึงระดับ 1,389 จุด หรือเพิ่มขึ้นมาราว 200 จุดในช่วง 3 สัปดาห์ ก็น่าที่จะทำให้การขยับขึ้นระยะต่อไปมีอัตราเร่งที่แคบลง และนักลงทุนจะเข้ามาเลือกซื้อหุ้นรายตัวมากขึ้น หลังหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน ปิโตรเคมี รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19 ได้ปรับขึ้นมาแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ จากความกังวลต่อยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นมากและการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดอาจจะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ

พร้อมให้แนวรับที่ 1,377 และ 1,370 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,400 และ 1,408 จุด ufa

ไทยพาณิชย์ หนุนสถานพยาบาลพลิกโฉมบริการสู่วิถี New Normal จับมือ Doctor A to Z

ไทยพาณิชย์ หนุนสถานพยาบาลพลิกโฉมบริการสู่วิถี New Normal จับมือ Doctor A to Z ส่งตรง Hospital Solution ยกระดับบริการแบบไร้สัมผัสครบวงจร

ธนาคารไทยพาณิชย์ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่มเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในวิถีปกติใหม่ ครั้งนี้จับมือ บริษัท ด็อกเตอร์ เอทูแซด จำกัด (Doctor A to Z) ผู้พัฒนา Virtual Care App สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการสถานพยาบาล เพื่อพลิกโฉมรูปแบบการบริการที่ทันสมัยมากขึ้นและสอดรับบริบทในปัจจุบัน ด้วยบริการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับสถานพยาบาล โดยมีฟังก์ชั่นตอบโจทย์การให้บริการทางการแพทย์ทางออนไลน์อย่างหลากหลาย อาทิ บริการนัดหมาย ปรึกษาแพทย์ จ่ายยา เป็นต้น แต่มีต้นทุนในการดำเนินการต่ำกว่าการลงทุนพัฒนาเอง อีกทั้งยังพร้อมใช้งานได้ในทันที ช่วยเติมเต็มให้สถานพยาบาลเดินหน้าสู่วิถีใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมี นางสาวอรุณี บุญเกิด ผู้อำนวยการ SME Ecosystem กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ และ นายแพทย์ อนุชา พาน้อย Chief Executive Officer บริษัท ด็อกเตอร์ เอทูแซด จำกัด ประกาศความร่วมมือ

ทั้งนี้ เพื่อช่วยส่งเสริมให้สถานพยาบาลทรานสฟอร์มธุรกิจมากยิ่งขึ้น จึงมอบส่วนลดพิเศษในการพัฒนา Virtual Care App สูงถึง 40% สำหรับผู้ประกอบการสถานพยาบาลที่สมัครบริการ “New Normal Payment Solution” กับทางธนาคารไทยพาณิชย์ โซลูชันรับชำระเงินรูปแบบดิจิทัลสำหรับโรงพยาบาล ไร้เงินสด ลดการสัมผัส สะดวก รวดเร็ว รองรับรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย พร้อมเชื่อมต่อบริการในรูปแบบ API อาทิ Payment Gateway, QR Payment, Deep Link Payment (SCB Paywise) และเครื่องรูดบัตร EDC ระยะเวลาโปรโมชั่น 20 พฤศจิกายน 2563 – 30 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ผู้ประกอบการสถานพยาบาลที่สนใจสามารถออกแบบบริการรับชำระเงินร่วมกับทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้ สมัครบริการได้ที่ https://scbsme.scb.co.th/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร.0 2722 2222 ufa

ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย เพิ่มขึ้น 0.10% เหตุนลท.ซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย เพิ่มขึ้น 0.10% เหตุนลท.ซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เนื่องจากวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากยอดติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.10% สู่ระดับ 92.3926 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 103.82 เยน จากระดับ 103.80 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9115 ฟรังก์ จากระดับ 0.9105 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3094 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3065 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1857 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1875 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.3278 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3252 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าสู่ระดับ 0.7311 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7287 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนเข้าถือดอลลาร์ในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก

ข้อมูลล่าสุดของ Worldometer ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 57,876,767 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,376,636 ราย ขณะที่สหรัฐยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 12,261,699 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 260,188 ราย  ufabet

ดาวโจนส์ปิดลบ 219.75 จุด วิตกยอดโควิดพุ่ง-ล็อกดาวน์ฉุดเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 219.75 จุด วิตกยอดโควิดพุ่ง-ล็อกดาวน์ฉุดเศรษฐกิจ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐ, การล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคระบาด, ระยะเวลาที่ยาวนานในการผลิตและแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด และความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,263.48 จุด ลดลง 219.75 จุด หรือ -0.75%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,557.54 จุด ลดลง 24.33 จุด หรือ -0.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,854.97 จุด ลดลง 49.74 จุด หรือ -0.42%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.7% และ 0.8% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนี Nasdaq สวนทางปรับตัวขึ้น 0.2%

นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาจากความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื่อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ในรัฐต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยในขณะนี้สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 12 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 258,000 ราย

สื่อรายงานว่า อัตราเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในสหรัฐอยู่ที่ 165,029 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 24% จากสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 186,329 ราย

รัฐแคลิฟอร์เนียประกาศมาตรการเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่นิวยอร์กประกาศปิดโรงเรียนรัฐบาลทุกแห่ง หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่าจะไม่ต่ออายุโครงการเงินกู้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายมนูชินกล่าวว่า โครงการเงินกู้ของเฟดเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 วงเงิน 4.55 แสนล้านดอลลาร์ จะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค. และจะไม่มีการต่ออายุโครงการดังกล่าว

หุ้นทุกกลุ่มในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง ยกเว้นกลุ่มสาธารณูปโภค โดยกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลงมากที่สุด

หุ้นกิลเลียด ไซแอนเซส ลบ 0.9% หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่แนะนำให้แพทย์ใช้ยา remdesivir ของกิลเลียดในการรักษาโรคโควิด-19 โดยระบุว่าขาดหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ยาดังกล่าวสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตหรือลดความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยหายใจกับผู้ป่วยโควิด

แต่หุ้นไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ พุ่งขึ้น 1.3% หลังแถลงว่า ทางบริษัทเตรียมยื่นเรื่องต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในวันศุกร์ เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการล็อกดาวน์และการที่ประชาชนต้องอยู่แต่ภายในบ้านเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั้น ปรับตัวขึ้นตามกัน อาทิ หุ้นซูม พุ่ง 6.11% และหุ้นเน็ตฟลิกซ์ บวก 0.74% ufabet

นิกเกอิเปิดลบ 147.51 จุด วิตกยอดติดโควิดพุ่งทั่วโลกกระทบเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 147.51 จุด วิตกยอดติดโควิดพุ่งทั่วโลกกระทบเศรษฐกิจ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลกจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 25,486.83 จุด ลดลง 147.51 จุด หรือ -0.58%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มประกัน, กลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด รวมถึงกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ  ufa

ดอลล์แข็งเทียบปอนด์,ฟรังก์ ที่ระดับ 0.9105 ฟรังก์ จับตาสหรัฐเจรจาแผนเยียวยาศก.

ตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์แข็งเทียบปอนด์,ฟรังก์ ที่ระดับ 0.9105 ฟรังก์ จับตาสหรัฐเจรจาแผนเยียวยาศก.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินปอนด์และฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจามาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 ในสหรัฐ และการประชุมเพื่อเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษ และสหภาพยุโรป (EU)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9105 ฟรังก์ จากระดับ 0.9102 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3065 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3047 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 103.80 เยน จากระดับ 103.81 เยน

เงินปอนด์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3252 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3280 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1875 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1864 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ 0.7287 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7320 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนจับตาการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษในการแยกตัวออกจาก EU จะสิ้นสุดลงในปลายปีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อังกฤษต้องแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)

นักวิเคราะห์ระบุว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ปอนด์จะดิ่งลง 5-10% แต่หากมีการบรรลุข้อตกลง ปอนด์จะดีดตัวขึ้น 1-4%

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเจรจามาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐสังกัดพรรคเดโมแครต เปิดเผยว่า นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกัน ได้ตกลงที่จะกลับมาเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายรัฐในสหรัฐประกาศใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ที่ผ่านมานั้น การเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้หยุดชะงักลงเนื่องจากทั้งสองพรรคมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงวงเงินของมาตรการดังกล่าว โดยพรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่พรรครีพับลิกันเสนอวงเงินเพียง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 742,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับ 709,000 รายที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 710,000 ราย

ทางด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยดีดตัวขึ้น 4.3% สู่ระดับ 6.85 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. หลังจากแตะระดับ 6.57 ล้านยูนิตในเดือนก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายบ้านจะลดลง 1.2% สู่ระดับ 6.45 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. ufa

หุ้นยุโรปปิดบวกปรับตัวขึ้น 0.44% ขานรับข่าวคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19

ตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวกปรับตัวขึ้น 0.44% ขานรับข่าวคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวดีเกี่ยวกับความคืบหน้าในเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และกิจกรรมการควบรวมกิจการในยุโรป ซึ่งช่วยบดบังความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของโรคโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.44% ปิดที่ 390.54 จุด

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,511.45 จุด เพิ่มขึ้น 28.45 จุด หรือ +0.52%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,201.89 จุด เพิ่มขึ้น 68.42 จุด หรือ +0.52% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,385.24 จุด เพิ่มขึ้น 19.91 จุด หรือ +0.31%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 เดือนอีกครั้งหลังจากเข้าทดสอบเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยหุ้นที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ พุ่งขึ้นมากกว่า 1% อาทิ กลุ่มรถยนต์, กลุ่มธนาคาร, กลุ่มเหมืองแร่และกลุ่มค้าปลีก

ตลาดหุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ผลการทดลองขั้นสุดท้ายจากบริษัทไฟเซอร์ของสหรัฐบ่งชี้ว่า วัคซีนต้านโรคโควิด-19 มีประสิทธิภาพ 95% และข้อมูลความปลอดภัยในระยะเวลา 2 เดือนจะเปิดทางให้ไฟเซอร์ยื่นขออนุมัติการใช้วัคซีนฉุกเฉินได้ในสหรัฐ

บรรดานักลงทุนคาดว่า เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายล้านดอลลาร์ และความหวังเกี่ยวกับวัคซีนต้านโรคโควิด-19

ข่าวการควบกิจการธุรกิจในยุโรปช่วยหนุนตลาดด้วย โดยบริษัทอาร์เอสเอ อินชัวรันซ์ของอังกฤษ พุ่ง 4.6% หลังสนับสนุนข้อเสนอซื้อหุ้นด้วยเงินสด 7.2 พันล้านปอนด์จากบริษัทอินแทค ไฟแนนเชียลของแคนาดา และบริษัท Tryg ของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในการเสนอเทคโอเวอร์ธุรกิจการเงินรายใหญ่ที่สุดของยุโรปในปีนี้

หุ้น Deutsche Boerse ของเยอรมนี บวก 2.4% หลังเปิดเผยว่าจะซื้อหุ้น 80% ในบริษัท Institutional Shareholder Services (ISS) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านบรรษัทภิบาลเป็นวงเงินราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ ufa

ฟุตซี่ปิดบวก 19.91 จุด ขานรับคืบหน้าข้อตกลงการค้า-วัคซีนโควิด

ตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 19.91 จุด ขานรับคืบหน้าข้อตกลงการค้า-วัคซีนโควิด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (18 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับความหวังเกี่ยวกับการทำข้อตกลงการค้าหลัง Brexit และข่าวความคืบหน้าในเชิงบวกเกี่ยวกับวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งได้ช่วยคลายความวิตกเกี่ยวกับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของโรคโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,385.24 จุด เพิ่มขึ้น 19.91 จุด หรือ +0.31%

ตลาดได้แรงหนุนหลังจากคณะกรรมาธิการการค้าของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยในวันพุธว่า อังกฤษและ EU อยู่ในช่วงสุดท้ายที่จะบรรลุข้อตกลงการค้าหลัง Brexit

นอกจากนี้ ตลาดยังปรับตัวขึ้นขานรับข่าวว่าบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ของสหรัฐเปิดเผยผลการทดลองขั้นสุดท้ายพบว่า วัคซีนต้านโรคโควิด-19 มีประสิทธิภาพ 95%

หุ้นที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจ อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคาร, กลุ่มสร้างบ้าน และกลุ่มพลังงาน ปรับตัวขึ้น แต่เงินปอนด์ที่แข็งค่าสกัดกั้นการปรับตัวขึ้นของตลาด

หุ้นอาร์เอสเอ อินชัวรันซ์ กรุ๊ป พุ่ง 4.6% หลังตกลงรับข้อเสนอซื้อหุ้นด้วยเงินสดวงเงิน 7.2 พันล้านปอนด์จากบริษัทคู่แข่งต่างชาติ

หุ้นเชลล์ บวก 0.45%, หุ้นบีพี เพิ่มขึ้น 0.1%, หุ้นเอชเอสบีซี ปรับตัวขึ้น 2.18% และหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ดบวก 1.65% ufa

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์เงินกองทุนเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่อง

ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์เงินกองทุนเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสภาพคล่องของนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาล่วงหน้า

ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (NC) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาล่วงหน้า มีเครื่องมือบริหารจัดการสภาพคล่องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ปรับปรุง
ค่าความเสี่ยงให้สอดคล้องกับภาวะตลาดในปัจจุบัน และรองรับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมทั้ง
รวมประกาศเกี่ยวกับเงินกองทุนไว้ด้วยกัน เพื่อลดภาระของผู้ประกอบธุรกิจ ตามแนวทาง Regulatory Guillotine

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ หลังสิ้นสุดการรับฟังความเห็นจากผู้ประกอบธุรกิจและผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2563 โดยสาระสำคัญของหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุง ได้แก่ (1) เพิ่มให้ใช้วงเงินกู้ด้อยสิทธิทดแทนการดำรงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ เฉพาะกรณีที่ธุรกรรมหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น (2) เพิ่มให้นับสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินกองทุนได้ และ (3) ปรับปรุงค่าความเสี่ยงของลูกหนี้บัญชีเงินสด ความเสี่ยงจากธุรกรรมการรับประกันการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้

การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบธุรกิจมีเครื่องมือบริหารจัดการสภาพคล่องรองรับกรณีที่ปริมาณธุรกรรมหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปรับปรุงค่าความเสี่ยงให้สะท้อนฐานะทางการเงินอย่างแท้จริงโดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็นและรองรับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ ยังได้รวมประกาศเกี่ยวกับเงินกองทุนไว้ด้วยกัน เช่น ในด้านการคำนวณ การรายงาน และข้อกำหนดกรณีที่ไม่สามารถดำรงเงินกองทุนได้ เพื่อลดภาระของผู้ประกอบธุรกิจในการทำความเข้าใจและง่ายต่อการนำไปปฏิบัติ (ease of doing business) ตามแนวทาง Regulatory Guillotine*

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ซึ่งจะมีผลสำหรับการจัดทำแบบรายงานที่เกี่ยวข้องสำหรับข้อมูลงวดเดือนมกราคม 2564 เป็นต้นไป ufa

GEL เตรียมลงทุนโครงการเสาเข็มเจาะ 129.06 ลบ.รองรับขยายไลน์ธุรกิจ

GEL เตรียมลงทุนโครงการเสาเข็มเจาะ 129.06 ลบ.รองรับขยายไลน์ธุรกิจ

บมจ.เจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง (GEL) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ได้มีมติอนุมัติการลงทุนโครงการเสาเข็มเจาะ (Bored pile) ในงบประมาณรวม 129.06 ล้านบาท (รวมมูลค่าการลงทุนโครงการเสาเข็มเจาะ มูลค่ารวม 13.52 ล้านบาท ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2562 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2562) เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าเพิ่มมากขึ้น โดยมีแหล่งเงินทุนที่ใช้มาจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

และการเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตำบลบางกะดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เป็นระยะเวลา 3 ปี มูลค่ารวม 54.00 ล้านบาท (รวมระยะเวลา 3 ปี) เนื่องจากสัญญาเช่าเดิมกำลังจะหมดอายุในวันที่ 31 ธันวาคม 2563  ufa