12 Strong หนังน่าดู Netflix

12 STRONG  อีกหนึ่งวีรกรรมของทหารอเมริกันที่เป็นผลพวงจากเหตุการณ์ 9/11 ที่เครื่องบินโดยสาร 2 ลำพุ่งเข้าชนตึกเวิร์ลด์เทรด เซนเตอร์และเพนตากอน ทำให้มีการส่งทหารกรีน เบเรท์ 12 นายไปในอัฟกานิสถานเพื่อช่วยเหลือพันธมิตรทางเหนือที่นำโดยนายพลอับดุล

โดสตุม ยึดเมืองสำคัญคืนจากฝ่ายตาลีบัน ซึ่งเป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเหตุการณ์จริง ที่ด้วยพล็อตอาจทำให้นึกถึงหนังอย่าง Lone Survivor ของปีเตอร์ เบิร์ก ที่นำแสดงโดย มาร์ค วอห์ลเบิร์ก ซึ่งว่าด้วยการรบของทหารหน่วยเล็กๆ ในอัฟกานิสถานเหมือนกัน

แต่ที่แตกต่างก็คือ ภารกิจของทหารหน่วยนี้เป็นเรื่องลับ และเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ 911 ไม่นาน แล้วพวกเขายังทำการรบบนหลังม้า ไม่ต่างไปจากเหล่าพันธมิตรทางเหนือ ซึ่งทำให้ฉากรบมีความแตกต่างไปจาก Lone Survivor หรือว่าหนังสงครามยุคใหม่หลายๆ เรื่อง

12 Strong เป็นงานสร้างของ เจอร์รี บรัคไฮเมอร์ ผู้อำนวยการสร้างเจ้าของผลงานติดอันดับสูงๆ บนบ็อกซ์ ออฟฟิศมากมาย อาทิ Top Gun, Bad Boys, The Rock, Coyote Ugly, Con Air, Armageddon หรือหนังชุด Pirates of the Caribbean ที่แม้หนังจะหลากหลายสไตล์ ยุคสมัยแตกต่าง แต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงกัน

ในแบบหนังของบรัคไฮเมอร์ ถึงเขาจะเป็นผู้อำนวยการสร้าง ไม่ใช่ผู้กำกับหรือคนเขียนบทก็ตามที เช่น การเป็นงานที่เข้าถึงได้ง่าย ดูสนุก มีโปรดัคชันที่เป็นสูตรสำเร็จ ดนตรีประกอบรุกเร้า เพลงในหนังที่ฟังแล้วฮิตไม่ยาก มีนักแสดงระดับแม่เหล็กที่มักจะประกบกับนักแสดงขายฝีมือ รวมไปถึงใช้ผู้กำกับที่กำลังพุ่งขึ้นมารับงาน

12 STRONG

และเรื่องนี้บรัคไฮเมอร์เลือกใช้บริการของเนโกไล ฟูก์ลซี ผู้กำกับและช่างภาพข่าว เจ้าของรางวัลถ่ายภาพข่าวมากมาย และกำกับหนังสารคดีความยาว 15 นาทีเรื่อง Return of the Exiled ซึ่งเกี่ยวกับสงครามโคโซโว แล้วยังเป็นเจ้าของรางวัลอีกมากมายจากงานโฆษณา ซึ่ง 12 Strong ก็คือหนังใหญ่ในฮอลลีวูดเรื่องแรกของเขา

ที่แม้จะเป็นมือใหม่ แต่งานของฟูก์ลซีก็ถือว่าดูพอเพลิน มีองค์ประกอบแบบงานบรัคไฮเมอร์ครบ มีฉากแอ็คชันให้ชมเป็นระยะตลอดทั้งเรื่องในแบบที่ค่อยๆ ทวีความเข้มข้นมากขึ้น มีความขัดแย้งของตัวละคร เงื่อนไข อุปสรรค

ที่ตัวละครต้องเอาชนะและแก้ไข แต่หนังก็นำเสนอทุกอย่างโดยผิวเผิน ไม่มีการลงลึกไปในแง่มุมต่างๆ มากนัก ทั้งแผนการรบ, ความสัมพันธ์ของตัวละครโดยเฉพาะ มิทช์ เนลสัน หัวหน้าทหารหน่วยนี้กับนายพลโดสตุม ผู้นำพันธมิตรฝ่ายเหนือที่ต้องร่วมรบด้วยกัน ตลอดจนปมความขัดแย้งของเหล่าผู้นำทหารอัฟกันฯ

12 Strong เลยเป็นเหมือนบันทึกภารกิจของทหารกรีน เบเรท์หน่วยนี้ ที่เล่าเรื่องตามสูตรสำเร็จหนังสงครามทั่วๆ ไป ไม่มีการบีบคั้นอารมณ์ ฉากรบอาจจะดูตื่นเต้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่ถึงกับลุ้นระทึก ส่วนฉากรบบนหลังม้าถึงแปลกตาแต่ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษที่หวือหวา ที่ได้การแสดงในระดับมาตรฐานมาอุ้มเอาไว้ โดยเฉพาะไมเคิล แชนนอน ที่ให้อะไรๆ กับหนังมากเหลือเกิน ขณะที่คริส เฮมสเวิร์ธ ก็ไม่ได้ดูเป็นธอร์ แต่เป็นผู้นำหน่วยที่มุ่งมั่น ฉลาด และมีครบทั้งบุ๋น-บู๊ในตัว ซึ่งเล่นรับ-ส่งกับแชนนอนได้อย่างลงตัว

หากอย่างน้อยการพูดถึงปัญหาต่างๆ และสิ่งที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินอัฟกานิสถานก่อนหน้านี้ ที่เป็นพื้นที่ที่ใครๆ ก็ต้องการยึดครองไม่ว่าจะเป็น เจงกิสข่าน หรือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ มหาราช การแปรเปลี่ยนจากเพื่อนร่วมรบกลายเป็นศัตรูของชนชาติต่างๆ

ที่เข้ามา ก็ทำให้พอมองเห็นความทุกข์ยากที่ผู้คนบนผืนแผ่นดินนี้ได้รับ ที่มักจะถูกลากถูลู่ถูกังไปตามการรุกรานหรือการครอบครองของผู้ที่มีอำนาจ ถือว่าเป็นบางส่วนเสี้ยวที่แสดงถึงความเจ็บปวดที่พวกเขาได้รับ และวันหนึ่งทหารอเมริกันที่เป็นมิตรก็อาจจะกลายเป็นศัตรูเช่นกัน

ท้ายที่สุดคนที่จะทำให้พวกเขาอยู่บนแผ่นดินของตัวเองได้มั่นคง ประสบชัยชนะในการศึกก็คือพวกเขาเองไม่ใช่ใครที่ไหน แต่พวกเขาก็ต้องวางข้อกินแหนงแคลงใจ การหวังเป็นผู้มีอำนาจทิ้งไป แล้วร่วมรบกันอย่างจริงๆ จังๆ แต่ที่แสบที่สุดก็คือ ขณะที่เหล่าทหารหาญอเมริกันต่างอาสาไปรบ เพื่อทำลายตาลีบัน อัลเคดา หรืออะไรก็แล้วแต่ให้สิ้นซาก หวังยุติเหตุการณ์แบบ 9/11 ไม่ให้เกิดขึ้นอีก มาถึงวันนี้แม้จะยึดอัฟกานิสถานได้เรียบร้อย โอซามา บิน ลาเดนถูกสังหาร จากที่เห็นในรายงานข่าวต่างๆ คงตอบได้ดีว่าทุกอย่างนั้นจบลงอย่างที่พวกเขาคิด หรือที่ถูกนายทหารระดับสูง หรือชนชั้นปกครองบอกไหม?

ในหนังเชิดชูวีรกรรมธรรมดาๆ เล่าเรื่องแบบไม่ได้หวือหวา ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของแง่มุม ประเด็นบางอย่างที่น่าขบคิดขึ้นมาได้ กลายเป็นความคมคาย ที่ไม่ได้ถูกบอกเล่าในเรื่องราวของหนัง ซึ่งหากเป็นชาวอเมริกันผู้สูญเสียญาติพี่น้องไปในสงครามนี้ และได้คิดถึงสิ่งที่ผู้นำทั้งหลายบอกไว้ บางทีพวกเขาอาจเจ็บปวดยิ่งกว่าชาวอัฟกันฯ เพราะที่สุดแล้วก็ยากตัดสินเหมือนกันว่าจุดเริ่มต้นของสงครามนั้นเกิดจากใคร? และนี่คือสงครามของพวกเขาจริงไหม?

ดูหนังออนไลน์ฟรี

The X-Files: Fight the Future หนังที่มีซีรีส์ติดต่อกันมาอย่างยาวนาน

The X Files (แฟ้มลับคดีพิศวง)

The X Files (แฟ้มลับคดีพิศวง)

The X Files (แฟ้มลับคดีพิศวง) ซีรีส์สุดฮิตของยุค 90 ที่นำเรื่องราวจากข่าวแปลกๆ ที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าวต่างๆ ทั่วโลก หรือจากเอกสารลับที่ว่ากันว่าเป็นข้อมูลที่ทางรัฐบาลสหรัฐปกปิดเอาไว้ เช่น เรื่องของการพบเห็นจานบิน, การทดสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาว, เรื่องของบุคคลที่คาดกันว่าเป็นผู้เดินทางข้ามเวลา, เรื่องวิญญาณ หรือสัตว์ประหลาดต่างๆ เป็นต้น มาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยดำเนินเรื่องผ่านเจ้าหน้าพิเศษ FBI ที่เป็นตัวละครหลัก 2 ตัวคือ Agent Fox Mulder (รับบทโดย David Duchovny) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา และ Agent Dana Scully (รับบทโดย Gillian Anderson) ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และฟิสิกส์

เรื่องย่อ/เนื้อเรื่อง
ในวัยเด็ก โมลเดอร์ ได้พบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตไปต่อหน้าต่อตา นั่นคือ น้องสาวของเขา ซาแมนธ่า ได้ถูกลักพาตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นเอง ที่ทำให้เขาเชื่อมาตลอดว่า น้องสาวของเขาถูกลักพาตัวไปโดยมนุษย์ต่างดาว จึงทำให้เขามีความเชื่อในเรื่องของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกและหมกมุ่นอยู่กับการตามหาปริศนาในครั้งนี้

และจากความหมกมุ่นนั่นเอง ทำให้เขาได้เข้ามาทำงานเป็น FBI ในแผนกที่เกี่ยวกับคดีแปลกๆ ที่ยังไม่สามารถปิดคดีลงได้ หรือคดีปิดลงแบบไม่ชัดเจน  และจากบุคลิกนิสัยที่ชอบขุดคุ้ยเรื่องราวในคดีต่างๆ ทำให้เบื้องบน ได้ส่งเจ้าหน้าพิเศษ เดน่า สกัลลี่ มาคอยจับตาดูและรายงายการทำงานของ โมลเดอร์

คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ ซึ่ง “ธีม” ของเรื่อง จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ

  • เส้นเรื่องหลัก ที่จะเกี่ยวกับการสืบสวนถึงกลุ่มองค์กรลับที่มีส่วนพัวพันกับการสบคบคิดกับมนุษย์ต่างดาว ในการตั้งอานานิคมบนโลก
  • แบบจบในตอน ที่มีเนื้อหาหลากหลายเกี่ยวกับเเหตุการณ์แปลกๆ ที่ดัดแปลงจากเนื้อหาตามหน้าข่าว หรือตามความเชื่อของชาวพื้นถิ่นของเมืองต่างๆ

ส่วน “โทน” ของเรื่อง ก็จะมีทั้งตลก ดราม่า และแอ็คชั่น ผสมผสานกันไปในแต่ละตอน โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องหลัก ดำเนินเรื่องได้เข้มข้นและน่าติดตามอย่างมาก

ความคิดเห็นหลังจากดูจบ
สนุกมากฮะ มีหลากหลายอารมณ์ ทั้งดราม่า ตลก และซีเรียสจริงจัง ซึ่ง คริส คาร์เตอร์ สามารถบาลานซ์มันออกมาได้อย่างกลมกล่อมมากๆ รวมถึงการถ่ายทอดเนื้อหาต่างๆ ออกมาได้อย่างสมจริง จนบางตอนเรายังอดคิดไม่ได้เลยว่าเรื่องนี้ต้องเอามาจากเรื่องจริงแน่ๆ

เสน่ห์ของซีรีส์ชุดนี้ คือการที่เอาคน 2 คนที่มีความคิด ความเชื่อ การศึกษาและประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ให้มาทำงานร่วมกัน เพื่อไขคดีต่างๆ โดยที่ โมลเดอร์ นั้น จะเป็นคนที่เชื่อในเรื่องของการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาว และเชื่อในทุกความเป็นไปได้ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะขัดกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม แต่กลับเป็นคนที่ไม่มีศรัทธาในพระเจ้า ไม่เชื่อในเรื่องปาฏิหารย์ที่เกี่ยวกับศาสนา

ในขณะที่ สกัลลี่ เป็นคนที่ยึดถือในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ทางหลักวิทยาศาสตร์ได้ เนื่องจากเป็นคนที่มีพื้นฐานมาจากการเป็นนักวิทยาศาสตร์และแพทย์ จึงมักจะต้องหาทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หลักการและเหตุผล มาถกเถียงหักล้างความเชื่อของ โมลเดอร์

และด้วยความโด่งดังอย่างมากของซีรีส์ จึงได้มีการสร้างเป็นฉบับภาพยนตร์ขึ้นมาอีก 2 ภาค คือ

  • Fight The Future ออกฉายในปี 1998 เป็นเรื่องราวที่เป็นรอยต่อระหว่าง Season 5 กับ 6
  • I Want To Believe ออกฉายในปี 2008 เป็นเรื่องราวที่พูดถึงหลังจากจบ Season 9 แต่เป็นลักษณะจบในตอน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหลัก

ใครยังไม่เคยดู แนะนำให้ลองหามาดูเลยครับ สนุกมากตลอดทุกซีซั่น

มนุษย์ต่างดาว ทฤษฎีสมคบคิด สิ่งเร้นลับ เรื่องเหนือธรรมชาติ หลักการทางวิทยาศาสตร์ และความเชื่อต่างๆ” คุณสามารถพบสิ่งเหล่านี้ได้ทั้ง 9 Season

ดูหนังออนไลน์

หนังเรื่อง “The Platform”คุกนรกปริศนา สะท้อนพฤติกรรมความเป็นคน

The Platform

The Platform 

The Platform เป็นเรื่องราว โกเรง (รับบทโดย Ivan Massagué) เมื่อเขาตื่นขึ้นมาในคุกแนวตั้งชั้นที่ 48 (แต่ในตัวหนังเรียกว่าหลุมผมจึงขอเรียกว่าหลุมด้วยเช่นกัน) ในหลุมชั้นที่ 48 โกเรงตื่นขึ้นมาก็พบเพื่อนร่วมห้องคนนึงเป็นตาลุงแก่ๆ ชื่อว่าธิมากาสิ (รับบทโดย Zorion Eguileor) The Platform เต็มเรื่อง ทั้งคู่ก็ได้ทำความรู้จักกันโดยมีโกเรงเป็นคนเข้าไปทักก่อน
จากที่พูดคุยกับธิมากาสิ โกเรงก็ได้ความว่าเขาติดอยู่ในหลุมเพราะฆ่าคนตายเลยโดนลงโทษ ส่วนโกเรงอาสาเข้ามาอยู่ในหลุมเพื่อเอาใบรับรองเลิกบุหรี่ (จุดนี้ของหนังเป็นการสื่อว่าคนเรามักยอมลำบากเพื่อได้สิ่งยืนยันตัวตนเพื่อให้ได้รับการยอมรับ) และในหลุมนี้จะมีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางเพื่อเป็นช่องเดินทางของแท่นส่งอาหาร แต่อาหารที่พวกเขาจะได้กินจะถูกคนจากชั้นบนกินมาก่อน กว่าจะถึงชั้นที่ 48 คนทั้ง 47 ชั้นก็กินอาหารจนเหลือแต่เศษซากที่น่าขยะแขยง และไม่ต้องสืบเลยว่าคนที่อยู่ชั้นล่างลงไปอีกจะต้องเจอกับอะไร
ในวันแรก ในชั้น 48 โกเรงก็แทบจะกินอะไรไม่ลงแล้ว แต่ผ่านไปไม่กี่วันเขาก็ทนหิวไม่ไหวจนต้องยอมกินอยู่ดีและหนึ่งเดือนผ่านไปก็ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนชั้นที่จะต้องอยู่ แต่การเปลี่ยนชั้นของหลุมจะเป็นการสุ่มเลือก ถ้าได้อยู่ชั้นบนๆ ก็โชดดีไป แต่ถ้าลงไปชั้นหลักร้อยแล้วเดือดร้อนแน่ แต่โกเรงของเราก็โดนสุ่มโดนชั้นที่เป็นหลักร้อยเข้าจนได้ และอย่างที่คาดไว้ เมื่อแท่นอาหารมาส่งลงมาในแต่ละวันก็ไม่เหลืออาหารให้เขากินเหลืออยู่เลย ถ้าเป็นแบบนี้โกเรงจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรในสภาวะที่ต้องอดอาหาร ก็ลองไปเอาใจช่วยในหนังเต็มๆ ทางเน็ตฟลิกซ์นะครับ

หนังน่าดู Netflix เรื่อง Don’t Breathe ลมหายใจสั่งตาย

Don’t Breathe

Don’t Breathe

Don’t Breathe ผลงานของ Fede Alvarez (ผู้กำกับ Evil Dead) ก็เป็นหนัง horror thriller ขึ้นหิ้งอีกเรื่องที่เราอยากแนะนำ

เรื่องราวเกิดในเมืองใกล้ตายอย่างเมือง Detroit วัยรุ่นสามคน Rocky (Jane Levy จาก Evil Dead), Alex (Dylan Minnette จาก Goosebumps), และ Money (Daniel Zovatto จาก It Follows) ไปปล้นบ้านชายแก่ตาบอดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึก (Stephen Lang จาก Avatar)

ฟังดูพล็อตเรื่องเหมือนจะง่าย ๆ ทั้งเรื่องก็ไม่มีอะไรเลยนะ เล่นซ่อนหาและไล่ล่ากันในบ้านปิดตายนั้นนั่นแหละ แต่เอาจริง คอนเซ็ปต์เขาดีนะ แล้วลูกเล่นก็แพรวพราว ใช้ได้ทุกเม็ด ถึงแม้บางจุดอาจจะโอเว่อร์หรือไม่เมคเซนส์ไปบ้าง แต่ความสนุกทำให้เรามองข้ามมันได้อย่างไม่ติดใจเลยสักนิด

โดยรวมคือเป็นหนังความยาว 1 ชั่วโมง 28 นาที ที่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว การเปิดเรื่องและดำเนินเรื่องก็รวดเร็ว ระทึกมาก ไม่พูดพร่ำทำเพลงเยอะ คือหนังเขาเน้นพูดน้อยต่อยหนัก ว่างั้นเถอะ ที่สำคัญ ช่วงครึ่งหลังนี่มีเซอร์ไพรส์หลายตลบเหลือเกิน ไม่จบไม่สิ้น คนดูหัวใจจะวาย

ความน่ากลัวของหนังนี่ให้เลย 10! 10! 10! แล้วไม่ใช่น่ากลัวสไตล์ตุ้งแช่แบบหนังสยองขวัญเกรดบีเขาชอบทำกันด้วยนะ แต่เป็นตัวตาแก่ตาบอดนี่แหละที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีห่าซาตานในหนังหลายเรื่องที่เคยดูมา โหดบ้านบึ้ม อาจจะไม่ใช่โหดเลือดสาดหรือฉีกเนื้อฉีกหนังแบบเปรตกินคน แต่ความรุนแรงและความจิตของลุงแกนี่แหละที่ทำเอาต้องดูไปปิดตาไปอยู่หลายซีน ชนิดที่หนังผีบางเรื่องยังทำกับฉันขนาดนี้ไม่ได้เลย ให้ตายสิ

คือตาแก่ไม่เห็นอะไรเลย ไม่รู้ด้วยว่าเด็กโจรมากันกี่คน แต่ข้อได้เปรียบคือเป็นทหารเก่า รู้จักทุกซอกมุมในบ้านเป็นอย่างดี (แถมบ้านแกก็ลึกลับซับซ้อนยิ่งกว่าเซฟเฮ้าส์ ซัดดัม ฮุสเซน) และถึงแม้จะตาบอดมอง แต่ประสาทสัมผัสอื่น ๆ ดีกว่าคนปกตินะ เช่น จมูกดี หูดี ดังนั้นเวลาปะทะตาแก่ เด็ก ๆ ก็ต้องยืนแข็งทื่อ ไม่ส่งเสียง แม้แต่เสียงลมหายใจก็ห้ามพ่น เดี๋ยวตาแก่ได้กลิ่นได้ยิน ตามชื่อเรื่องเลยจ้า “DON’T BREATHE” คือตอนเขากลั้นหายใจนะ นี่ก็เผลอลืมหายใจตาม ลุ้นจิกเบาะจริง ๆ

จะว่าไปแล้ว คนในเรื่องนี้มันก็ตาบอดกันทุกคนเลยนะ คนแรกก็คือตาแก่ ชัดเจนว่าตาบอดทางกายภาพจากสะเก็ดระเบิดครั้งสงครามอิรัก ส่วนเด็ก ๆ ทั้งสามคน ซึ่งถึงแม้ตาจะมองเห็น แต่ก็หาทางออกจากบ้านไม่เจอ โดยเฉพาะตอนตาแก่ปิดไฟทั้งบ้าน มันก็เห็นอะไรไม่ต่างจากคนตาบอด (“NOW YOU SEE WHAT I SEE.”) หรือถ้าพูดตรง ๆ ก็คงต้องบอกว่า เด็กพวกนี้ มันหูหนวกตาบอดตั้งแต่คิดจะปล้นบ้านคนอื่นแล้ว กิเลสตัณหาบังตาให้มืดมนกันทั้งนั้น

แต่หากถามว่า ตอนดูเนี่ย เอาใจช่วยให้มันรอดมั้ย ก็แอบเชียร์นะ ส่วนหนึ่งก็เพราะพระเอก (น้อง Dylan Minnette) มันหน้าตาน่ารักกรุ้มกริ่ม แถมดูเป็นโจรดีมีการศึกษา และนางเอก (Jane Levy) มันก็ดูรักน้องรักนุ่ง และแสดงดีงามตามท้องเรื่อง อีกส่วนหนึ่งก็เพราะว่า ผู้กำกับเขาเองก็ดูตั้งใจให้เราเชียร์นังเด็กพวกนี้แต่แรกแล้วด้วย

กล่าวคือ เขานำเสนอให้คนดูได้เห็นมุมอ่อนโยนและความจำเป็นในการปล้นของพวกนาง ในทางกลับกันก็พยายามนำเสนอด้านโหดร้ายทารุณของตาแก่ตาบอดในฐานะผู้ล่ามากกว่าผู้เป็นเหยื่อ เออ ดูไปคนเรามันก็ชั่วและมันก็ดีด้วยกันหมดแหละ จะมีอะไรมากกว่าน้อยกว่าก็ว่ากันไป

โอเค พูดมากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะเผลอสปอยล์ เอาเป็นว่า ขอจบรีวิวดื้อ ๆ แต่เพียงเท่านี้ เอาเป็นว่า สรุปสั้น ๆ เลยว่า Don’t Breathe เป็นหนึ่งในหนัง horror thriller ที่ดีที่สุด น่ากลัวที่สุด และสนุกที่สุดเรื่องหนึ่งที่คอหนังควรดูก่อนตาย คะแนนตามความชอบส่วนตัว 8.5/10

ดูหนังออนไลน์

The Martian กู้ตาย 140 ล้านไมล์

The Martian เดอะมาร์เชี่ยนกู้ตาย 140 ล้านไมล์

The Martian เดอะมาร์เชี่ยนกู้ตาย 140 ล้านไมล์ เรื่องราวการเอาชีวิตรอดบนดาวอังคารเพียงลำพังของนักบินอวกาศหนุ่มท่ามกลางความเวิ้งว้างในห้วงอวกาศที่แสนห่างไกลจากผู้คน ดัดแปลงมาจากนวนิยายแนววิทยาศาสตร์ขายดี (ในชื่อเดียวกัน) โดยผลงานการเขียนของ Andy Weir นักเขียนชาวอเมริกัน ตั้งแต่ปี 2011 สู่ภาพยนตร์แอคชั่นผจญภัยแนววิทยาศาสตร์ กำกับการแสดงโดย Ridley Scott ที่หลายคนรอคอย จนอาจเข้าใจว่าเป็นภาคต่อของ Interstellar หรือเปล่า? แต่บอกเลยว่า งานนี้ไม่เกี่ยวกันนะจ๊ะ!!!

The Martian เดอะมาร์เชี่ยนกู้ตาย 140 ล้านไมล์

เรื่องย่อ

เรื่องราวการเอาชีวิตรอดของ มาร์ค วัทนีย์ นักบินอวกาศนาซ่า ผุู้เป็นทั้งนักพฤษศาสตร์ วิศวกรเครื่องกล และอดีตนักโบราณคดีที่ติดค้างอยู่บนดาวอังคารเพียงลำพัง ภายหลังคำสั่งยกเลิกภารกิจและอพยพทีมสำรวจทั้ง 5 ของน่าซ่ากลับสู่โลก เนื่องจากเกิดพายุครั้งใหญ่ขึ้น แต่มาร์คกลับเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวของทีมที่ไม่สามารถกลับสู่ยานลำเรียงได้สำเร็จ จนถูกสันนิฐานว่าเขาอาจไม่รอดชีวิต

มาร์คได้รับบาดเจ็บ แต่ก็รอดชีวิตมาจากความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้นได้ แต่นั่นไม่รวมไปถึงเครื่องมือติดต่อสื่อสารที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด จนทำให้เขาไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือกลับมายังโลกได้ มาร์คจึงจำเป็นจะต้องใช้ทุกทักษะประสบการณ์ที่มีมาผสมผสานไปกับทุกองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อคิดหาหนทางขอช่วยเหลือ ขณะเดียวกันกับที่ก็ต้องหาวิธีดำรงชีวิตให้อยู่รอดไปได้ถึงตอนนั้น กับความพยายามปลูกมันฝรั่งในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยให้สำเร็จ

แล้วในที่สุดความพยายามของมาร์คก็ประสบความสำเร็จ เมื่อนาซ่าตรวจพบข้อความของมาร์คบนพื้นผิวดาวอังคาร จนนำมาซึ่งความยินดีต่อเพื่อนร่วมทีมที่เหลือ แต่นั่นก็ไม่หมายความว่าโครงการช่วยเหลือมาร์คจะได้รับการอนุมัติจากน่าซ่า เพราะทุกขั้นตอนล้วนเต็มไปด้วยอุปรรคและเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทุกคน

ชะตากรรมของ “มาร์ค วัทนีย์” บนดาวเคราะห์สีแดงที่เต็มไปว่างเปล่าจะเป็นไปในทิศทางไหน? ทักษะความรู้ของเขาจะสามารถประยุกต์สิ่งที่เหลืออยู่สู่กลวิธีเอาชีวิตรอดที่แสนชาญฉลาด ระหว่างรอคอยการช่วยเหลือที่มีเรือนรางอย่างไร? ติดตามเรื่องราวของภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีเรื่องนี้กันได้ใน “The Martian เดอะ มาร์เชี่ยน กู้ตาย 140 ล้านไมล์” 26 พฤศจิกายน 2015 นี้ ในโรงภาพยนตร์

เนื้อเรื่องหนัง ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ

ภาพยนตร์เรื่อง ทริปเปิ้ลเอ็กซ์  พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ

ภาพยนตร์เรื่อง ทริปเปิ้ลเอ็กซ์  พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ ออกฉายทั่วโลก และทำรายได้ 277.4 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มีภาคต่อคือ ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ 2 พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ (2005) และ ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ ทลายแผนยึดโลก (2017)

xXx ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ 1 พยัคฆ์ร้ายพันธุ์ดุ (2002) | ดูหนังออนไลน์ หนังใหม่  2021 ดูหนังฟรี HD | NungFor.Me

แซนเดอร์ เคจ คือ ทริปเปิ้ลเอ็กซ์ หนุ่มระห่ำที่ดำรงชีวิตอย่างสุดเหลือเชื่อ ด้วยการขายเวบวิดีโอบันทึกภาพการผจญภัยท้ามฤตยูของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเหินด้วยชูชีพออกจากรถที่ขโมยมา ขณะมันกำลังพุ่งทะยานลงจากสะพานสูง 700 ฟุต หรือกิจกรรมพิสดารอื่นใดที่ทั้งกระตุ้นต่อมอดรีนาลีนอย่างหนักหน่วง และเสี่ยงต่อการกลายเป็นศพในหลุมได้เพียงชั่วพริบตา พฤติกรรมท้ามรณะของ แซนเดอร์ เป็นที่คลั่งไคล้ของเหล่ามิตรและสาวกร่วมแก๊ง แต่หลังจากเข้าไปพัวพันกับกฎหมายโดยไม่เต็มใจ โลกของหนุ่มห้าวผู้นี้ก็เพิ่งจะได้รู้จักกับความสุดขั้วยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่เคยพบเคยเจอ

แซนเดอร์ หารู้ไม่ว่าเขาถูกลอบสอดแนม โดย ออกัสตัส กิบบอนส์ เจ้าหน้าที่ระดับเก๋าประจำสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ เจ้าของมาดดิบเถื่อนและหน้าบากที่แม้ไม่ชวนมอง แต่ก็ทำให้เขาเป็นนักรบผู้มุ่งมั่นแห่งอเมริกา กิบบอนส์ กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ร้ายแรงในกรุงปรากอันห่างไกล เมื่อหน่วยปฏิบัติการนอกเครื่องแบบของเขาถูกเก็บอย่างโหดเหี้ยม ด้วยฝีมือแก๊งอาชญากรแสบที่เรียกตัวเองว่า แอนาคี 99 ซึ่งนำโดย ยอร์กี้ อดีตนายทหารรัสเซีย กับ เยเลน่า แฟนสาวผู้แข็งกร้าว กิบบอนส์ ต้องการสายลับเลือดใหม่ เพื่อมุ่งหน้าสู่ปฏิบัติการนอกเครื่องแบบในปราก และหาทางแฝงตัวเข้าสู่แก๊งแอนาคี 99 เพื่อหยุดยั้งพวกมันจากการทำลายล้างโลก และค้นหาว่าแผนการของพวกมันอันตรายร้ายแรงแค่ไหน แน่นอน แซนเดอร์ เคจ เจ้าของเรือนร่างน่าทึ่งและทีท่าไม่เหมือนใครย่อมเหมาะที่สุดต่อภารกิจนี้ กิบบอนส์ จึงต้องใช้สารพัดวิธีเข้ามาช่วยหาคำตอบว่า แซนเดอร์ ใช่คนที่เขากำลังค้นหาหรือไม่ แม้ว่านั่นจะหมายรวมไปถึงการส่งตัวหนุ่มห้าวเข้ารับการทดสอบอันสุดหฤโหดครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม ด้วยความเชื่อมั่นของ กิบบอนส์ ที่ว่ามนุษย์นั้นเปลี่ยนแปลงตนเองได้ ต่อให้เป็นใครที่ดูเหมือนจะไร้ความหวังอย่าง เอ็กซ์ ก็ตาม ด้วยเหตุนั้น แซนเดอร์จึงถูกผลักดันเข้าสู่เส้นทางใหม่ และด้วยตัวตนใหม่เพื่อภารกิจครั้งนี้โดยเฉพาะ เขากลายเป็น เจ้าหน้าที่แซนเดอร์ เคจ รหัส XXX

ดูหนังออนไลน์

Top Gun : ท็อปกัน ฟ้าเหนือฟ้า

Top Gun 

Top Gun  Maverick เกิดขึ้น 34 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาพยนตร์ต้นฉบับ ตัวเอกของเรื่อง กัปตัน ปีเตอร์ “Maverick” มิตเชลล์ (ทอม ครูซ) ในฐานะผู้สอนการบินคนใหม่ของ Top Gun ศูนย์การฝึกนักบินที่ยอดเยี่ยมที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐ เขาพยายามแนะนำ “แบรดลีย์” ลูกชายของ “กูซ” เพื่อนรักที่เสียชีวิตไปแล้ว (ในหนังภาคแรก) ให้เป็นนักบินเหมือนพ่อของเขา

Top Gun 

เขาไม่ยอมรับยศใดๆ ไม่รับตำแหน่งอะไรมากไปกว่าการเป็นครูฝึก เพื่อชดใช้ความรู้สึกบางอย่างที่มาร์เวริคติดค้างอยู่ในใจ อีกทั้งตัวเขาเองยังต้องพิสูจน์ตัวเองในยุคที่โลกเทคโนโลยีเครื่องบินไร้คนขับ ที่ค่อยๆมาแทนที่นักบินที่เป็นมนุษย์อีกด้วย…

ทอม ครูซ  ที่นอกจากแสดงนำเองเล่นเอง และทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์ TOP GUN: MAVERICK ด้วยตัวเอง ระหว่างการถ่ายทำ อยู่ๆเจ้าตัวก็ได้สั่งพักกองถ่ายชั่วคราว เพื่อให้ตัวเองไปเรียนขับเครื่องบินไอพ่นของจริง ซึ่งเป็นความคิดของตัวทอม ครูซ ที่ไม่อยากขับเครื่องบินแบบหลอกๆเหมือนในหนังภาคแรก เขาอยากให้ตัวละคร มาเวลริค ทำให้คนดูเชื่อว่าเป็นนักบินที่มากฝีมือจริงๆ

ในหนังจะมีมุมกล้องที่ถ่ายจากห้องนักบินหลายๆซีน เพื่อแสดงอารมณ์ร่วมของคนดูและตัวละครหลังคันบังคับเครื่องบิน ราวกับคนดูเป็นผู้ช่วยนักบินนั่งติดหลังกันเลย

เนื้อเรื่องของหนัง Into the Wild

Into The Wild

Into The Wild คริส เด็กหนุ่มวัย 23 ปี ตัวเขานั้นเกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม และมีครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย พ่อและแม่ของเขานั้นมีหน้ามีตาในสังคมชั้นสูง แต่ตัวคริสเองนั้น กลับไม่รู้สึกถึงความสุขอย่างแท้จริงเลย หลังจากที่เขานั้นเรียนจบปริญญาตรีในวัย 23 ปี คริสนั้นมีความคิดที่สุดโต่ง เขานั้นเบื่อชีวิตสังคมเมืองอย่างมาก กับการที่ต้องปั่นหน้าเข้าหากันในสังคม การฝืนตัวเองทำงานเช้าเย็น วนลูปไปในทุก ๆ วัน

การสร้างฐานะเพื่อให้คนในสังคมยอมรับ คริสรู้สึกว่าเรื่องพวกนี้นั้นไม่ได้ทำให้เขานั้นมีความสุขอย่างแท้จริง เขาจึงตัดสินใจเข้าป่า พร้อมกับรถแวนสีเขียวหนึ่งคัน เขานั้นยอมทิ้งงาน เงิน ครอบครัว รวมถึงคนที่รัก โดยหวังว่าชีวิตของเขานั้นจะพบความสุขสงบอย่างแท้จริงได้ จากการใช้ชีวิตในป่าเพียงลำพัง ซึ่งระหว่างที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในป่า เขาได้พบคำตอบของชีวิตมากมาย ที่ผู้ชมนั้นสามารถนำไป สร้างแรงบันดาลใจ ให้ตัวเองได้

Into The Wild

ซึ่งตอนจบของหนังเรื่องนี้นั้นทำเอาน้ำตาผู้ชมไหลอาบแก้มได้อย่างง่ายดาย เรื่องราวอันน่าหดหู่ของชีวิตคริสนั้นได้จบลงไปพร้อมกับตอนจบของหนัง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของ คริสโตเฟอร์ แม็คแคนเลส สำหรับผู้ที่อยากทราบถึงเรื่องราวที่ สร้างแรงบันดาลใจ ให้กับผู้ชมได้ และฉากจบอันหดหู่ใจนี้ สามารถรับชมได้ใน Into the wild เข้าป่าหาชีวิต

ดูหนังออนไลน์

Life of Pi : ชีวิตอัศจรรย์ของพาย

Life of Pi

Life of Pi

Life of Pi หนังน่าดู Netflix เรื่องต่อมา เป็นหนังที่ดีทั้งภาพ CG สวยอีกหนึ่งเรื่องที่อยากแนะนำเลย เรื่องนี้ได้สร้างมาจากหนังสือชื่อดังของ Yann Martel ที่ได้เล่าถึงเหตุการณ์ของ พาย เด็กหนุ่มจากอินเดีย และเรือที่ล่มกลางทะเล

ขณะเคลื่อนย้ายสัตว์จากสวนสัตว์ โดยเรื่องราวชีวิตของ พาย เสือ และพระเจ้า ได้เข้ามารวมอยู่ด้วยกัน บนเรือสำรองเพียงหนึ่งลำ เป็นเวลา 227 วัน หนังเรื่องนี้จะออกแนวปรัชญานิดๆก็ว่าได้ ซึ่งหนังก็ไม่ได้บอกว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือว่าเป็นความเชื่อ ที่ให้เราต้องไปตัดสินกันเอาเอง

Life of Pi

ภาพยนตร์จาก Netflix เรื่อง Roma

Roma

ROMA ฉายภาพชีวิตของผู้หญิง 2คนต่างชนชั้นแต่ร่วมชายคาเดียวกันฝ่ายแรกคือ เคลโอ (ยาลิซา อปาริชิโอ) สาวใช้ในบ้านของครอบครัวคุณหมอชนชั้นกลางที่ชีวิตของเธอผกผันหลังจากตั้งท้องกับชายหนุ่มที่หนีจากเธอไป ส่วนฝ่ายหลังคือ โซเฟีย (มารินา เดอ ทาวิรา) ภรรยาของคุณหมอที่นอกใจเธอ โดยทั้งสองชีวิตต้องดูแลเด็กๆและคุณย่าในบ้านภายใต้สถานการณ์การเมืองอันคุกรุ่นในเมืองโรมา ประเทศเม็กซิโกยุค 70

ROMA พิจารณาจากต้นธารที่ กัวรอง นำชีวิตวัยเด็กมานำเสนอในรูปแบบสัจนิยมแล้วก็ดูเหมือนว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจจากงานชื่อเดียวกันอย่าง Roma หนังปี 1972 ของ เฟรดเดอริโก เฟลลินี หนึ่งในผู้นำความเคลื่อนไหวของยุค Italian Neo-Realism หรือ กลุ่มนวสัจนิยมอิตาเลียนไม่น้อย ทั้งการที่หนังเลือกแนวทางสัจนิยมสำรวจชีวิตแบบไม่มีพลอตเรื่องชัดเจนในการนำเสนอเรื่องราวชีวิตของชนชั้นกลางและชั้นล่าง ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองหลังยุคสงครามหรือวิกฤติการเมืองทั้งการทิ้งให้คนดูเห็นความเคลื่อนไหวในภาพเป็นเวลานานเพื่อให้พินิจพิเคราะห์ตีความสัญลักษณ์ต่างๆ การใช้สถานที่ถ่ายทำเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินเรื่อง-และดัดแปลงมันให้น้อยที่สุดเพื่อคงความจริงของสถานที่ รวมถึงการคัดเลือกนักแสดงหน้าใหม่อย่าง ยาลิซา อปาริชิโอ (ตรงนี้ถือว่าใกล้เคียงกับการทำหนังแนวนวสัจนิยมที่มักเลือกคนท้องถิ่นมาเป็นนักแสดง) นั่นทำให้เราได้ติดตามชีวิตของ เคลโอ และ โซเฟีย แบบผู้สังเกตการณ์และค่อยๆซึมซับเรื่องราวทั้งสุขและเศร้าของพวกเธอท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เริ่มคุกคามชีวิตของผู้หญิงทั้งสองคนอย่างค่อยเป็นค่อยไป น่าเชื่อถือและนำพาให้เกิดอารมณ์ร่วม

และด้วยสายตาและมันสมองของ กัวรอง หนังจึงไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาลอกการบ้านงานชั้นครูแบบทื่อๆ ตรงกันข้าม กัวรอง สามารถนำศิลปะภาพยนตร์อันหลากหลายมาใช้งานได้อย่างลุ่มลึกนำเทคนิคมารับใช้เนื้อหาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอบคารวะมาสเตอร์ออฟซีนีม่าหลายท่านโดยนอกจาก เฟลลินี ที่ถือเป็นแรงบันดาลใจหลักแล้วที่เด่นชัดที่สุดเห็นจะเป็น อากิระ คุโรซาว่า ในแง่การวางความเคลื่อนไหวในกรอบภาพ การมิกซ์เสียงให้เกิดมิติสอดคล้องกับภาพ ฉากเด่นสุดคือฉากที่ เคลโอ ไปตามหา แฟร์มิน ถึงสนามฝึกที่ใครดูก็น่าจะถึงงานมาสเตอร์พีซอย่าง Seven Samurai (1954) ของคุโรซาว่าแน่ๆ

เอาล่ะเชือเถอะว่าอ่านมาสองย่อหน้าก็ยังไม่เด่นชัดอยู่ดีว่า ทำไมเราจะต้องถ่อไปถึงโรงหนังทั้งที่เราสามารถเปิด Netflix อยู่บ้านดูแบบสบายๆได้ แต่หากจะพอโน้มน้าวด้วยตัวอย่างของกลวิธีทางภาพยนตร์ที่กัวรองนำมาใช้ก็คงต้องเป็นสองฉากสำคัญ โดยฉากแรกที่อยากจะยกคงหนีไม่พ้นฉากจลาจลในเมืองโรม่า ที่ต้องบอกว่ากัวรองสามารถนำเทคนิคด้านการถ่ายแบบลองเทคมารับใช้เนื้อหาได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งน่าสะพรึงกลัวด้วยเนื้อหาของหนังที่นำเสนอความขัดแย้งสุดขั้วเมื่อ เคลโอ กำลังเลือกซื้อเตียงเด็กเพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยในขณะที่ความขัดแย้งทางการเมืองอันโหดร้ายก็บุกเข้ามาถึงในร้านที่สำคัญมันยังเป็นจุดแตกหักของชีวิตที่สำคัญที่สุดของเธอในเวลาต่อมาเมื่อได้พบว่าชีวิตนี้เธอคงไม่มีหวังพบความสุขในชีวิตครอบครัวอีกแล้วรวมถึงฉากที่ เคลโอ ซึ่งว่ายน้ำไม่เป็นเสี่ยงตายลงไปช่วยชีิวิตเด็กๆในทะเลที่คลื่นกำลังซัดสาดอย่างบ้าคลั่งไม่ต่างจากมรสุมชีวิตของคนในครอบครัวที่กล้องได้ติดตามเคลโอจากบนฝั่งลงไปในทะเลพร้อมงานมิกซ์เสียงที่ถือว่าเป็นหนึ่งในงานเสียงที่ดีที่สุดของปีนี้ที่นำเสนอเสียงระลอกคลื่นได้มิติสมจริงจนคนดูสัมผัสได้ถึงแรงคลื่นที่ค่อยๆโถมเข้าใส่ตัวเคลโอและเด็กๆจนอดลุ้นตามไม่ได้จริงๆ

ซึ่งไม่เพียงเทคนิคทางภาพยนตร์เท่านั้นแต่ยังรวมถึงการแสดงแบบเหมือนไม่ได้แสดงของยาลิซา อปาริชิโอ ที่กัวรองเสี่ยงใช้นักแสดงที่ไม่ใช่มืออาชีพมาถ่ายทอดบทบาทสาวใช้ได้อย่างน่าเชื่อถือ เปี่ยมเสน่ห์เฉพาะตัวและสามารถนำพาอารมณ์ให้เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจและชื่นชม ฉายภาพพี่เลี้ยงของกัวรองบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจของเขาได้อย่างเห็นภาพ สมศักดิ์ศรีนักแสดงหน้าใหม่ที่เริ่มกวาดรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเป็นว่าเล่น และอาจจะได้ “ยืนหนึ่ง” บนเวทีออสการ์ปีหน้าก็เป็นได้

ด้วยการนำเสนอเรื่องราวในแนวทางสัจนิยมที่สามารถนำเทคนิคมารับใช้เนื้อหาได้อย่างลุ่มลึก ความงดงามของงานภาพที่แต่ละเฟรมคืองานศิลปะเคลื่อนไหวที่ต่อไปคงได้บันทึกในตำราเรียนภาพยนตร์แน่ๆ รวมถึงการแสดงอันเป็นธรรมชาติและถือว่าดีที่สุดเรื่องหนึ่งแห่งปี2018 จึงแทบไม่มีข้อแม้ใดๆที่เราจะไม่ไปสัมผัสประสบการณ์นี้ในโรงภาพยนตร์  โดยหนังจะฉายที่โรงภาพยนตร์ เฮาส์ อาร์ซีเอ และ สกาล่า พร้อมลงสตรีมมิงทาง Netflix วันนี้เลย

ดูหนังออนไลน์