หุ้นยุโรปปิดลบที่ 362.70 จุด เหตุนลท.วิตกโควิดระบาดเพิ่มถ่วงเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบที่ 362.70 จุด เหตุนลท.วิตกโควิดระบาดเพิ่มถ่วงเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นในเยอรมนีและในประเทศอื่นๆ ซึ่งทำลายความหวังที่จะเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากผลกระทบของโรคระบาดดังกล่าว

ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 0.76% ปิดที่ 362.70 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,948.70 จุด ลดลง 30.74 จุด หรือ -0.62%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,262.97 จุด ลดลง 67.79 จุด หรือ -0.55% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,244.62 จุด ลดลง 47.98 จุด หรือ -0.76%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก ขณะที่อัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในเยอรมนี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.88 ซึ่งแสดงว่าการติดเชื้อสูงกว่าระดับที่จำเป็นต้องควบคุมโรคในระยะยาว

จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มที่อาจจะมีการล็อกดาวน์อีกครั้งนั้น ทำให้นักลงทุนวิตกว่าเศรษฐกิจอาจจะฟื้นตัวล่าช้าจากผลกระทบของโรคระบาดดังกล่าว

นักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยุโรปในวันอังคารนี้ ซึ่งคาดว่าจะบ่งชี้ถึงกิจกรรมทางธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิ.ย.  อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดลบ 47.98 จุด วิตกโควิดระบาดเพิ่มขึ้นทั่วโลกฉุดเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดลบ 47.98 จุด วิตกโควิดระบาดเพิ่มฉุดเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (22 มิ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกจะทำให้มีการล็อกดาวน์มากขึ้น และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตามมา

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,244.62 จุด ลดลง 47.98 จุด หรือ -0.76%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการเพิ่มมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามมา หลังจากที่องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ทั่วโลก

ส่วนอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในเยอรมนี พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.88 ซึ่งแสดงว่า การติดเชื้อสูงกว่าระดับที่จำเป็นต้องควบคุมโรคในระยะยาว

หุ้นเกล็นคอร์ ร่วงลง 3.49% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังสวิตเซอร์แลนด์เปิดการสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทเกล็นคอร์ไม่มีมาตรการที่จะป้องกันการคอร์รัปชั่นในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  อ่านเพิ่มเติม

นิกเกอิเปิดบวก 198.79 จุด ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้น

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดบวก 198.79 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ และดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดบวก 198.79 จุด หรือ +0.89% แตะที่ 22,636.06 จุด

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้นำโดยกลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงกลุ่มคลังสินค้าและบริการขนส่งที่ท่าเรือ อ่านเพิ่มเติม

TEAM โอนสิทธิรับชำระเงินจากลูกหนี้การค้าในสหรัฐฯให้บ.ย่อย

TEAM โอนสิทธิรับชำระเงินจากลูกหนี้การค้าในสหรัฐฯให้บ.ย่อย มูลค่า 3.5 ล้านเหรียญฯ

บมจ.ทีมพรีซิชั่น (TEAM) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. มีมติให้โอนสิทธิการรับชำระเงินในลูกหนี้การค้าระหว่างบริษัทกับ Team Precision America LLC ทั้งหมดจำนวน 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่า 170.5 ล้านบาทให้กับบริษัทย่อย TPA Holding LLC ในมูลค่า 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเทียบเท่า 108.50 ล้านบาท โดยบริษัทย่อยจะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้มีประกัน (Secure Creditor) ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้อันดับแรก

การโอนสิทธิการรับชำระเงินจาก Team Precision America LLC ซึ่งเป็นลูกหนี้การค้าของบริษัทในสหรัฐอเมริกา ให้กับบริษัทย่อยดังกล่าว เพื่อให้สะดวกต่อการติดตามหนี้ หลังจากที่ลูกหนี้การค้ารายดังกล่าวประสบปัญหาทางธุรกิจเนื่องจากการดำเนินงานและลูกค้ารายใหญ่ได้ยกเลิกสัญญาจ้างผลิต ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสดที่ใช้ในการหมุนเวียน ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างกิจการและธุรกิจเพื่อฟื้นฟูกิจการ บริษัทได้มีการติดตามลูกหนี้รายนี้ให้ชำระหนี้คงค้างมาระยะหนึ่งและประเมินว่าจะไม่สามารถชำระได้เต็มจำนวน จึงได้เข้าสู่ข้อตกลงประนอมหนี้ด้วยการลดหนี้ให้บางส่วนเพื่อให้บริษัทอยู่ในสถานะเจ้าหนี้มีประกัน อ่านเพิ่มเติม

ฮั่งเส็งเปิดลบ 115.36 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ฟิวเจอร์

ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดลบ 115.36 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ฟิวเจอร์

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดตลาดปรับตัวลดลง ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ที่อ่อนแรงลงในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกในวันเดียวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 183,020 ราย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดลดลง 115.36 จุด หรือ -0.47% แตะที่ 24,528.53 จุด อ่านเพิ่มเติม

SYNQA บริษัทแม่ของ Omise และ OMG Network รับเงินลงทุน Series C

SYNQA บริษัทแม่ของ Omise และ OMG Network รับเงินลงทุน Series C มูลค่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นำโดย SCB 10X และ SPARX Group

SYNQA บริษัทฟินเทคในประเทศไทย (ชื่อเดิม Omise Holdings) ประกาศรับเงินลงทุน Series C มูลค่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากผู้ลงทุนหลัก SCB 10X Co., Ltd. (SCB 10X) และ SPARX Group Co., Ltd. (ผ่านกองทุน Mirai Creation Fund II) ร่วมด้วยToyota Financial Services Corporation (TFS), Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC), SMBC Venture Capital (SMBCVC) และ Aioi Nissay Dowa Insurance Corporation (ADI) และผู้ลงทุนรายอื่น ๆ

เงินลงทุนที่ได้รับมานี้มีแผนที่จะนำไปใช้พัฒนาโซลูชันสำหรับองค์กร (enterprise solution) รวมถึงต่อยอดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถนำเทคโนโลยีไปปรับใช้ได้ (digital transformation) โดยSYNQA ตั้งใจที่จะเพิ่มบทบาทในกลุ่มประเทศที่เป็นสังคมไร้เงินสดในเอเชีย ในช่วงที่การเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นเรื่องสำคัญเช่นทุกวันนี้โครงสร้างเทคโนโลยีทางการเงิน (fintech infrastructure) อย่างระบบรับชำระเงินออนไลน์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนยังสามารถทำธุรกรรมทางการเงินด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวกสบายอยู่อย่างต่อเนื่อง

“ผมมีความยินดีที่จะประกาศข่าวการระดมทุนรอบนี้และความร่วมมือใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นให้ทุกท่านทราบ แม้เราจะอยู่ในสถานการณ์ที่ท้าทาย ผมมองว่านี่เป็นโอกาสดีในการเร่งปรับเอาระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในองค์กรใหญ่ ๆ (digital transformation) เงินลงทุนในรอบนี้จะนำไปสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทย่อยของเรา เพื่อให้คน ธุรกิจ และสังคม สามารถเชื่อมถึงกันได้ดีมากขึ้น ผมมีความเชื่อว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ คือ ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างทางการเงินที่เปิดกว้างและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” คุณจุน ฮาเซกาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารSYNQA กล่าว

SYNQAมองว่าโลกภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะนำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของคน โดยความนิยมในการใช้จ่ายด้วยเงินสดลดลง และเปลี่ยนเป็นช่องทางดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น ผลสำรวจโดย Nielsen พบว่าในประเทศสิงคโปร์ยอดจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค (Fast Moving Consumer Goods หรือ FMCG) ผ่านทางออนไลน์เติบโตขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปี 2562 ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 (2563)SYNQA อยู่ในจุดที่มีศักยภาพโดดเด่น สามารถที่จะนำพาเอเชียเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมไร้เงินสดได้ Omise เป็นบริษัทย่อยที่อยู่ภายใต้การดูแลของSYNQA เป็นผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินชั้นนำก่อตั้งขึ้นในปี 2556 ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการร้านค้านับพันรายทั่วเอเชียโดยให้บริการเทคโนโลยีและฟังก์ชันต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการค้าขายออนไลน์ ช่วยทั้งด้านการรับชำระเงิน และเชื่อมร้านค้าเข้ากับผู้บริโภคนับล้านทั่วโลก เงินลงทุนครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ของ Omise เพื่อเพิ่มคุณค่าที่ส่งมอบให้กับร้านค้าและธุรกิจทั่วเอเชีย

การระดมทุนในครั้งนี้ยังช่วยเสริมสร้างความร่วมมือที่มั่นคงระหว่างSYNQA และผู้ร่วมลงทุน คือ SCB 10X, SPARX, TFS, SMBC, SMBCVC และ ADI ในการนำเทคโนโลยีจากบริษัทย่อยภายใต้SYNQA ไปปรับใช้กับแต่ละองค์กร และยังตอกย้ำการมีส่วนร่วมในการนำพาเอเชียไปสู่การเป็นสังคมไร้เงินสดของ SYNQA อีกด้วย เงินลงทุน Series C นี้ยังจะถูกนำไปใช้จัดตั้งบริษัทย่อยอีกหนึ่งแห่งภายใต้การดูแลของSYNQA ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาโซลูชันเพื่อองค์กรที่ต้องการนำเทคโนโลยีด้านการเงินไปปรับใช้ (fintech transformation) โดยเฉพาะ

“SCB 10X มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมลงทุนและจับมือเป็นพันธมิตรกับSYNQA ซึ่งการร่วมมือกันในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสององค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถร่วมกันนำเสนอนวัตกรรมและบริการใหม่ ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนให้องค์กรหรือผู้ประกอบการต่าง ๆ สามารถปรับรูปแบบและทำธุรกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต” ดร. อารักษ์ สุธีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB 10X กล่าว

บริษัทย่อยภายใต้SYNQA มีความยินดีที่จะได้นำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้ง API และ OMG Network ซึ่งเป็นเครือข่ายสำหรับการแลกเปลี่ยนมูลค่าสร้างอยู่บนบล็อกเชน Ethereum ไปต่อยอดเป็นโซลูชันใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าของพาร์ทเนอร์ได้ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของSYNQA เช่น แอปพลิเคชัน Toyota Wallet เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่มีต่อการลดอุปสรรครูปแบบเดิม ๆ ในการทำธุรกรรมออกไป ความร่วมมือใหม่ ๆ รวมถึงเงินลงทุนที่ได้รับมานี้จะช่วยสร้างระบบนิเวศ (ecosystem) ของSYNQA ให้แข็งแรงขึ้นเพื่อพาองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์และเป้าหมายที่วางไว้ อ่านเพิ่มเติม

ตลท.ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่าย “เงินปันผลระหว่างกาล” และ “งดซื้อหุ้นคืน”

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่าย “เงินปันผลระหว่างกาล” และ “งดซื้อหุ้นคืน” สนับสนุนการสร้างภูมิคุ้มกันธนาคารพาณิชย์

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผย ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยขอให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่าย “เงินปันผลระหว่างกาล” และ “งดซื้อหุ้นคืน” ซึ่งเป็นมาตรการเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์รักษาระดับเงินกองทุนให้เข้มแข็งต่อเนื่องจนกว่าจะจัดทำแผนบริหารจัดการเงินกองทุนใหม่ได้ชัดเจนขึ้น ถือเป็นการส่งเสริมให้สถาบันการเงินไทยมีความเข้มแข็ง และเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ถือหุ้นระยะยาวของธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากการที่ธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนที่เพียงพอ จะทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินงานหลังสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติและเศรษฐกิจเดินหน้าเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูอย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันแก่ระบบธนาคารให้มีความพร้อมรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินของประเทศ ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย และเศรษฐกิจโดยรวม อ่านเพิ่มเติม

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway Down เล็งกลุ่มแบงก์กดดันหลังธปท.

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway Down เล็งกลุ่มแบงก์กดดันหลังธปท.สั่งงดปันผลระหว่างกาลปี 63-ซื้อหุ้นคืน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่ง Sideway Down คาดว่าจะรับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มแบงก์หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้สั่งธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานปี 2563 และงดซื้อหุ้นคืน ซึ่งเป็นการสะท้อนมุมมองภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด หลังจากที่สหรัฐฯมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่เร่งตัวขึ้นในหลาย ๆ รัฐ ทำให้เป็นอุปสรรคการฟื้นตัวเศรษฐกิจหลังจากที่คลายล็อกดาวน์แล้ว

ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยให้ติดตามตัวเลข PMI ภาคการผลิตของทั่วโลกในสัปดาห์นี้ และติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ด้วย อ่านเพิ่มเติม

EU เตรียมเปิดประชุมจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูศก.ยุโรป 7.5 แสนล้านยูโร คืนนี้

EU เตรียมเปิดประชุมจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูศก.ยุโรป 7.5 แสนล้านยูโร คืนนี้

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมเข้าประชุมเพื่อจัดทำแผนงานสำหรับกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจของยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ในวงเงิน 7.5 แสนล้านยูโร (8.4 แสนล้านดอลลาร์) ในวันนี้

โดยเจ้าหน้าที่ของอียูกล่าวว่าการประชุมในวันนี้ มีเป้าหมายสำคัญคือจัดทำนโยบายสำหรับกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เพื่อให้ได้รับความเห็นชอบจากชาติสมาชิก ซึ่งการประชุมอาจมีมากกว่า 1 ครั้ง สำหรับกำหนดนโยบายทั้งหมด ก่อนที่ผู้นำชาติสมาชิกอียูจะลงมติเพื่ออนุมัติการจัดตั้งกองทุนในเดือนก.ค.

ขณะที่นายกรัฐมนตรีแองเจล่า แมร์เคิ่ล ของเยอรมนีกล่าวว่า อียู มีความจำเป็นที่ต้องอนุมัติกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจในครั้งนี้ เนื่องจากหลายประเทศได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลเยอรมนี และฝรั่งเศส เตรียมที่จะผลักให้มีการฉันทามติในเดือนหน้า

อย่างไรก็ตามยังมีประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจของยุโรปในครั้งนี้โดยประเทศทางฝั่งยุโรปตะวันออกแสดงความกังวลว่า ผู้เสียภาษีภายในประเทศอาจต้องแบกรับความเสี่ยงมากเกินไป ขณะที่รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้แสดงความเห็นว่าทางอียูควรให้ความช่วยเหลือด้านเงินกู้มากกว่าการมอบเงินช่วยเหลือโดยตรงเพื่อให้แต่ล่ะประเทศแสดงความมุ่งมั่นในการปฎิรูปทางเศรษฐกิจเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการเงินจาก อียู อ่านเพิ่มเติม

อังกฤษเผยยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.พุ่ง 12% หลังรัฐบาลผ่อนคลายล็อกดาวน์

อังกฤษเผยยอดค้าปลีกเดือนพ.ค.พุ่ง 12% หลังรัฐบาลผ่อนคลายล็อกดาวน์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ายอดค้าปลีกของอังกฤษได้เพิ่มขึ้นมากถึง 12% ในเดือนพ.ค.หลังประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้นนับตั้งแต่รัฐบาลอังกฤษได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และอนุญาติให้ร้านค้ารวมถึงร้านอาหาร กลับมาเปิดบริการได้อีกครั้งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

แอนดรูว ไบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) กล่าวว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดค้าปลีกของอังกฤษเพิ่มขึ้นนั้นมาจากร้านค้าส่วนใหญ่อังกฤษได้กลับมาเปิดกิจการหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และการที่ประชาชนอังกฤษหันออกมาใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดขายน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 49% ร้านค้าเครื่องใช้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากถึง 42% ยอดขายของร้านขายเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นมากถึง 60% และยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้น 33.4% อ่านเพิ่มเติม