หุ้นยุโรปปิดบวก 392.39 จุด ขานรับแนวโน้มคลายล็อกดาวน์

ตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 392.39 จุด ขานรับแนวโน้มคลายล็อกดาวน์

มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 ในยุโรป และตลาดยังได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับการมีวัคซีนต้านโรคโควิด-19 อย่างเร็วที่สุดในต้นปีหน้า ซึ่งเพิ่มความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 0.91% ปิดที่ 392.39 จุด

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,558.42 จุด เพิ่มขึ้น 66.27 จุด หรือ +1.21%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,292.44 จุด เพิ่มขึ้น 165.47 จุด หรือ +1.26% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,432.17 จุด เพิ่มขึ้น 98.33 จุด หรือ +1.55%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นปิดที่ระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.

การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งช่วยหนุนตลาดหุ้นยุโรปด้วย โดยเศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวสูงเป็นประวัติการณ์ 8.5% ในไตรมาส 3/2563

ฝรั่งเศสรายงานเมื่อวันจันทร์ว่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 รายวันอยู่ที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. ขณะที่นักลงทุนคาดว่านายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสอาจจะประกาศผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า อิตาลีจะได้รับวัคซีนต้านโรคโควิด-19 จำนวน 16 ล้านช็อตจากบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าในเดือนม.ค. 2564 ภายใต้ข้อตกลงการจัดหาวัคซีนของสหภาพยุโรป

หุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการปรับตัวขึ้น ขานรับข่าวที่ว่าอังกฤษจะใช้ระบบใหม่ที่อนุญาตให้ใช้การทดสอบหาเชื้อโควิด-19 เพื่อลดข้อกำหนดในการกักกันตัวของผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสู่อังกฤษ

หุ้นบีพี พุ่ง 8.42%, หุ้นเชลล์ พุ่งขึ้น 5.73%, หุ้น IAG เจ้าของสายการบินบริติชแอร์เวย์ บวก 2.40% และหุ้นลุฟท์ฮันซ่า พุ่งขึ้น 7.11% ufa

ฟุตซี่ปิดบวก 98.33 จุด นลท.หวังวัคซีนเร่งเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น

ตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 98.33 จุด นลท.หวังวัคซีนเร่งเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เร็วขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าอย่างมากเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,432.17 จุด เพิ่มขึ้น 98.33 จุด หรือ +1.55%

หุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นในช่วงท้ายตลาดตามทิศทางการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์ก หลังเริ่มมีการถ่ายโอนอำนาจให้กับนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ ซึ่งยุติความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ดำเนินมาหลายสัปดาห์

หุ้นกลุ่มการเดินทางทะยานขึ้น หลังอังกฤษเปิดเผยว่าจะเริ่มใช้การทดสอบหาเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.นี้ เพื่อลดเวลาในการกักกันตัวผู้โดยสารขาเข้าที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง

หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมันและราคาโลหะพื้นฐาน ซึ่งได้ช่วยหนุนตลาด โดยหุ้นบีพี พุ่ง 8.42%, หุ้นเชลล์ พุ่ง 5.73%, หุ้นริโอ ทินโต เพิ่มขึ้น 3.84%, หุ้นเกล็นคอร์ บวก 5.97% และหุ้นแองโกล อเมริกัน ปรับตัวขึ้น 5.60%

หุ้นกลุ่มธนาคาร พุ่งขึ้นอย่างมาก ขานรับข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับวัคซีนต้านโรคโควิด-19 และความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยหุ้นเอชเอสบีซี พุ่ง 4.08% และหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด พุ่งขึ้น 4.44% ufa

รมว.คมนาคม ยันต่อสัมปทานสายสีเขียวยึดตามระเบียบขั้นตอน ปัดเอี่ยวการเมือง

รมว.คมนาคม ยันต่อสัมปทานสายสีเขียวยึดตามระเบียบขั้นตอน ปัดเอี่ยวการเมือง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีการต่อสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอความเห็นไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ให้ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาล โดยได้มีการทำรายละเอียดเพิ่มเติมจากความเห็นเดิมที่เคยให้ไว้ ซึ่งต้องถามว่าตอนนี้ได้ทำถูกต้องครบถ้วนแล้วหรือยัง และขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดตามที่ได้ตั้ง 4 คำถามไป เช่น กรณีอัตราค่าโดยสาร 65 บาท เรื่องคำสั่งมาตรา 44 เป็นต้น ซึ่งกรมการขนส่งทางราง(ขร.) มีฐานะเป็นหน่วยงานกำกับดูแล (Regulator) ส่วนกรุงเทพมหานคร(กทม.) เป็น Operator ดังนั้น กรมขนส่งทางรางต้องทำหน้าที่ ซึ่งมีข้อมูลจากค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ซึ่งการคิดค่าโดยสาร มีสูตรในการคิดคำนวณ

ทั้งนี้เมื่อข้อมูลรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว มีหน้าที่อธิบายข้อมูลระเบียบข้อกฎหมายทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลส่งมาที่กระทรวงคมนาคม ส่วนกระทรวงคมนาคมนั้น ให้ความเห็นไปตามหน้าที่ เนื่องจากทางครม.ได้สอบถามความเห็นมา

และล่าสุด ยืนยันว่า ความเห็นของกระทรวงคมนาคมทำไปตามหลักการ และความเห็นที่ส่งไปที่เลขาฯครม.เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ก่อนประชุมครม.วันที่ 17 พ.ย.วันเดียวนั้น เรื่องนี้ไม่ทราบว่าจะมีการเสนอวาระจร เรื่องสัญญาสายสีเขียวต่อครม.ในวันที่ 17 พ.ย. ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมทำตามขั้นตอน ดังนั้นคงต้องรอข้อมูลที่ทางกทม.และมหาดไทย ชี้แจงรายละเอียด เชื่อว่าจะตอบโจทย์ได้

ส่วนกรณีที่มองกันว่า เรื่องนี้เป็นเกมทางการเมือง อีกทั้ง บมจ. บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ยังมีกรณีฟ้องร้องกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หน่วยงานของกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการปรับเงื่อนไข ประมูลโครงการรถไฟฟ้าสีส้ม นั้น นายศักดิ์สยามกล่าวว่า ไม่เห็นจะประเด็นตรงไหน เพราะทางบีทีเอส ได้เข้าร่วมยื่นซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ufa

ฮั่งเส็งเปิดบวก 144.14 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ตลาดหุ้นฮ่องกง : ฮั่งเส็งเปิดบวก 144.14 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกในวันนี้ โดยปรับตัวตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (23 พ.ย.) ขานรับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ซึ่งรวมถึงวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าและมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ว่า นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมเสนอชื่อนางเจเน็ต เยลเลน อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีฮั่งเส็งเปิดวันนี้ที่ 26,630.34 จุด เพิ่มขึ้น 144.14 จุด หรือ +0.54% ufa

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นกรอบจำกัด Fund Flow ยังหนุนแต่ตลาดรับข่าวบวกมากแล้ว

ตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ขึ้นกรอบจำกัด Fund Flow ยังหนุนแต่ตลาดรับข่าวบวกมากแล้ว

นักวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับขึ้นกรอบจำกัด แม้มองว่าตลาดยังมีแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ  และนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องตามการปรับพอร์ต รับปัจจัยทั้งในส่วนของ MSCI Rebalance , FTSE Rebalance รวมถึงคาดการณ์หุ้นเข้า SET50 และ SET100 ตลอดจนการที่ธปท.อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายปันผลได้ และมาตรการดูแลค่าเงินบาทที่มีออกมา รวมถึงการที่ไทยได้ร่วมทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งประเด็นต่าง ๆ ตลาดได้รับข่าวบวกไปมากแล้ว ผลักดันให้มีแรงซื้อหนุนดัชนีดีดตัวขึ้นราว 200 จุดในช่วง 3 สัปดาห์ ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปิดเมื่อคืนวันศุกร์ปรับตัวลง ก็น่าจะทำให้การปรับขึ้นของดัชนีอาจจะไม่มากนัก พร้อมให้แนวต้านที่ระดับ 1,400 และ 1,408 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,377 และ 1,370 จุด

นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด ตามการเลือกลงทุนรายตัว หลังจากที่ตลาดได้ตอบรับปัจจัยบวกไปค่อนข้างมากแล้วหนุนให้ดัชนีปรับขึ้นราว 200 จุดในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตามแรงซื้อปรับพอร์ตของ Fund Flow ทั้งในส่วนของนักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาในช่วง 1-2 สัปดาห์ ตอบรับประเด็นข่าวบวกทั้งในส่วนของ MSCI Rebalance , FTSE Rebalance รวมถึงคาดการณ์หุ้นเข้า SET50 และ SET100

นอกจากนี้ยังตอบรับเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อนุมัติให้ธนาคารพาณิชย์จ่ายปันผลได้ ,การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมาตรการดูแลค่าเงินบาทแล้ว รวมถึงการที่ไทยได้ร่วมทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งถือเป็นกลุ่มความตกลงทางการค้าการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นปัจจัยบวกในระยะกลางถึงยาว

ทั้งนี้ มองว่าการที่ดัชนีไต่ระดับขึ้นมาจากจุดต่ำที่ 1,187 จุด มาถึงระดับ 1,389 จุด หรือเพิ่มขึ้นมาราว 200 จุดในช่วง 3 สัปดาห์ ก็น่าที่จะทำให้การขยับขึ้นระยะต่อไปมีอัตราเร่งที่แคบลง และนักลงทุนจะเข้ามาเลือกซื้อหุ้นรายตัวมากขึ้น หลังหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน ปิโตรเคมี รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด-19 ได้ปรับขึ้นมาแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ จากความกังวลต่อยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นมากและการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดอาจจะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ

พร้อมให้แนวรับที่ 1,377 และ 1,370 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,400 และ 1,408 จุด ufa

ไทยพาณิชย์ หนุนสถานพยาบาลพลิกโฉมบริการสู่วิถี New Normal จับมือ Doctor A to Z

ไทยพาณิชย์ หนุนสถานพยาบาลพลิกโฉมบริการสู่วิถี New Normal จับมือ Doctor A to Z ส่งตรง Hospital Solution ยกระดับบริการแบบไร้สัมผัสครบวงจร

ธนาคารไทยพาณิชย์ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกกลุ่มเร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อรักษาขีดความสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในวิถีปกติใหม่ ครั้งนี้จับมือ บริษัท ด็อกเตอร์ เอทูแซด จำกัด (Doctor A to Z) ผู้พัฒนา Virtual Care App สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการสถานพยาบาล เพื่อพลิกโฉมรูปแบบการบริการที่ทันสมัยมากขึ้นและสอดรับบริบทในปัจจุบัน ด้วยบริการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับสถานพยาบาล โดยมีฟังก์ชั่นตอบโจทย์การให้บริการทางการแพทย์ทางออนไลน์อย่างหลากหลาย อาทิ บริการนัดหมาย ปรึกษาแพทย์ จ่ายยา เป็นต้น แต่มีต้นทุนในการดำเนินการต่ำกว่าการลงทุนพัฒนาเอง อีกทั้งยังพร้อมใช้งานได้ในทันที ช่วยเติมเต็มให้สถานพยาบาลเดินหน้าสู่วิถีใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมี นางสาวอรุณี บุญเกิด ผู้อำนวยการ SME Ecosystem กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ และ นายแพทย์ อนุชา พาน้อย Chief Executive Officer บริษัท ด็อกเตอร์ เอทูแซด จำกัด ประกาศความร่วมมือ

ทั้งนี้ เพื่อช่วยส่งเสริมให้สถานพยาบาลทรานสฟอร์มธุรกิจมากยิ่งขึ้น จึงมอบส่วนลดพิเศษในการพัฒนา Virtual Care App สูงถึง 40% สำหรับผู้ประกอบการสถานพยาบาลที่สมัครบริการ “New Normal Payment Solution” กับทางธนาคารไทยพาณิชย์ โซลูชันรับชำระเงินรูปแบบดิจิทัลสำหรับโรงพยาบาล ไร้เงินสด ลดการสัมผัส สะดวก รวดเร็ว รองรับรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย พร้อมเชื่อมต่อบริการในรูปแบบ API อาทิ Payment Gateway, QR Payment, Deep Link Payment (SCB Paywise) และเครื่องรูดบัตร EDC ระยะเวลาโปรโมชั่น 20 พฤศจิกายน 2563 – 30 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ผู้ประกอบการสถานพยาบาลที่สนใจสามารถออกแบบบริการรับชำระเงินร่วมกับทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้ สมัครบริการได้ที่ https://scbsme.scb.co.th/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร.0 2722 2222 ufa

ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย เพิ่มขึ้น 0.10% เหตุนลท.ซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์แข็งค่าเล็กน้อย เพิ่มขึ้น 0.10% เหตุนลท.ซื้อสกุลเงินปลอดภัย

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เนื่องจากวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากยอดติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.10% สู่ระดับ 92.3926 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเยนที่ระดับ 103.82 เยน จากระดับ 103.80 เยน, แข็งค่าเมื่อเทียบฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9115 ฟรังก์ จากระดับ 0.9105 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3094 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3065 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1857 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1875 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าแตะที่ระดับ 1.3278 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3252 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าสู่ระดับ 0.7311 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7287 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนเข้าถือดอลลาร์ในฐานะที่เป็นสกุลเงินปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก

ข้อมูลล่าสุดของ Worldometer ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 57,876,767 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 1,376,636 ราย ขณะที่สหรัฐยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 12,261,699 ราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 260,188 ราย  ufabet

ดาวโจนส์ปิดลบ 219.75 จุด วิตกยอดโควิดพุ่ง-ล็อกดาวน์ฉุดเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 219.75 จุด วิตกยอดโควิดพุ่ง-ล็อกดาวน์ฉุดเศรษฐกิจ

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสหรัฐ, การล็อกดาวน์เพื่อควบคุมโรคระบาด, ระยะเวลาที่ยาวนานในการผลิตและแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด และความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 29,263.48 จุด ลดลง 219.75 จุด หรือ -0.75%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,557.54 จุด ลดลง 24.33 จุด หรือ -0.68% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,854.97 จุด ลดลง 49.74 จุด หรือ -0.42%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ปรับตัวลง 0.7% และ 0.8% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนี Nasdaq สวนทางปรับตัวขึ้น 0.2%

นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาจากความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื่อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ในรัฐต่างๆ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยในขณะนี้สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 12 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 258,000 ราย

สื่อรายงานว่า อัตราเฉลี่ยของผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันในสหรัฐอยู่ที่ 165,029 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 24% จากสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่เมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 186,329 ราย

รัฐแคลิฟอร์เนียประกาศมาตรการเคอร์ฟิวเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่นิวยอร์กประกาศปิดโรงเรียนรัฐบาลทุกแห่ง หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยืนยันว่าจะไม่ต่ออายุโครงการเงินกู้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นายมนูชินกล่าวว่า โครงการเงินกู้ของเฟดเพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 วงเงิน 4.55 แสนล้านดอลลาร์ จะหมดอายุในวันที่ 31 ธ.ค. และจะไม่มีการต่ออายุโครงการดังกล่าว

หุ้นทุกกลุ่มในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง ยกเว้นกลุ่มสาธารณูปโภค โดยกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลงมากที่สุด

หุ้นกิลเลียด ไซแอนเซส ลบ 0.9% หลังองค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่แนะนำให้แพทย์ใช้ยา remdesivir ของกิลเลียดในการรักษาโรคโควิด-19 โดยระบุว่าขาดหลักฐานที่บ่งชี้ว่า ยาดังกล่าวสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตหรือลดความจำเป็นในการใช้เครื่องช่วยหายใจกับผู้ป่วยโควิด

แต่หุ้นไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐ พุ่งขึ้น 1.3% หลังแถลงว่า ทางบริษัทเตรียมยื่นเรื่องต่อสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในวันศุกร์ เพื่อขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของทางบริษัทเป็นกรณีฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการล็อกดาวน์และการที่ประชาชนต้องอยู่แต่ภายในบ้านเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของโรคโควิดนั้น ปรับตัวขึ้นตามกัน อาทิ หุ้นซูม พุ่ง 6.11% และหุ้นเน็ตฟลิกซ์ บวก 0.74% ufabet

นิกเกอิเปิดลบ 147.51 จุด วิตกยอดติดโควิดพุ่งทั่วโลกกระทบเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 147.51 จุด วิตกยอดติดโควิดพุ่งทั่วโลกกระทบเศรษฐกิจ

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลกจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 25,486.83 จุด ลดลง 147.51 จุด หรือ -0.58%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มประกัน, กลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด รวมถึงกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ  ufa

ดอลล์แข็งเทียบปอนด์,ฟรังก์ ที่ระดับ 0.9105 ฟรังก์ จับตาสหรัฐเจรจาแผนเยียวยาศก.

ตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์แข็งเทียบปอนด์,ฟรังก์ ที่ระดับ 0.9105 ฟรังก์ จับตาสหรัฐเจรจาแผนเยียวยาศก.

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินปอนด์และฟรังก์สวิส ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (19 พ.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเจรจามาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด-19 ในสหรัฐ และการประชุมเพื่อเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษ และสหภาพยุโรป (EU)

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9105 ฟรังก์ จากระดับ 0.9102 ฟรังก์ และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3065 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3047 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 103.80 เยน จากระดับ 103.81 เยน

เงินปอนด์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3252 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3280 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1875 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1864 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ 0.7287 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7320 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนจับตาการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษในการแยกตัวออกจาก EU จะสิ้นสุดลงในปลายปีนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อังกฤษต้องแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)

นักวิเคราะห์ระบุว่า หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลง ปอนด์จะดิ่งลง 5-10% แต่หากมีการบรรลุข้อตกลง ปอนด์จะดีดตัวขึ้น 1-4%

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการเจรจามาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของสหรัฐ หลังจากนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาสหรัฐสังกัดพรรคเดโมแครต เปิดเผยว่า นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกัน ได้ตกลงที่จะกลับมาเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อในสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายรัฐในสหรัฐประกาศใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ

ที่ผ่านมานั้น การเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้หยุดชะงักลงเนื่องจากทั้งสองพรรคมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงวงเงินของมาตรการดังกล่าว โดยพรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่พรรครีพับลิกันเสนอวงเงินเพียง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 742,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว จากระดับ 709,000 รายที่มีการรายงานในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ระดับ 710,000 ราย

ทางด้านสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยดีดตัวขึ้น 4.3% สู่ระดับ 6.85 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. หลังจากแตะระดับ 6.57 ล้านยูนิตในเดือนก.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายบ้านจะลดลง 1.2% สู่ระดับ 6.45 ล้านยูนิตในเดือนต.ค. ufa