BIZ มั่นใจรายได้ปี หลังตุน Backlog หนุน-รอลุ้นงานใหม่เพิ่ม

BIZ มั่นใจรายได้ปีนี้โตเท่าตัว หลังตุน Backlog หนุน-รอลุ้นงานใหม่เพิ่ม

นายสมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิสซิเนสอะไลเม้นท์ (BIZ) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตเท่าตัว เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 734 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 1,515 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาตามแผน 80-90% ในปีนี้ โดยเป็นโครงการใหญ่ที่รอส่งมอบในปีนี้ คือโครงการศูนย์รักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอน ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งจะส่งมอบและรับรู้รายได้เข้ามาประมาณไตรมาส 3/63
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานใหม่ ซึ่งเป็นงานถูกเลื่อนมาจากปลายปี 62 โดยเป็นงานภายใต้งบประมาณปี 63 มูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลการประมูลงานในไตรมาส 2 – ไตรมาส 3 นี้
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 บริษัทได้รับผลกระทบไม่มากนัก โดยหลักแล้วจะมีผลกระทบในส่วนของการขนส่งอุปกรณ์ และการติดตั้ง  อ่านเพิ่มเติม

ตลท.ขึ้น SP ทรัสต์ SHREIT วันนี้ หลังผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปงบฯ

ตลท.ขึ้น SP ทรัสต์ SHREIT วันนี้ หลังผู้สอบบัญชีไม่ให้ข้อสรุปงบฯ Q1/63

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขึ้นเครื่องหมาย SP ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิกฮอสพิทอลลิตี้ (SHREIT) ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าวันที่ 28 พ.ค.63 และปลดเครื่องหมาย SP ในวันที่ 29 พ.ค.63 หลังจากนั้นให้ขึ้นเครื่องหมาย NP ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าวันที่ 29 พ.ค.63 อ่านเพิ่มเติม

บอนด์ยีลด์สหรัฐดีดตัวรับผ่อนคลายล็อกดาวน์ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันนี้ ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งการผ่อนคลายมาตรการ ล็อกดาวน์

ณ เวลา 00.32 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.701% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.441%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

โนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ ได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกสำหรับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19

โนวาแวกซ์ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลเบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) จากการทดลองดังกล่าวในเดือนก.ค.นี้ อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 529.95 จุด ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 529.95 จุด ขานรับวัคซีนต้านโควิดคืบหน้า ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลัก เหตุนลท.เมินสินทรัพย์ปลอดภัย 

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดทางให้ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 24,995.11 จุด พุ่งขึ้น 529.95 จุด หรือ +2.17% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,991.77 จุด เพิ่มขึ้น 36.32 จุด หรือ +1.23% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 9,340.22 จุด เพิ่มขึ้น 15.63 จุด หรือ +0.17%

ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างคึกคัก โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นทดสอบระดับ 25,000 จุดในระหว่างวัน หลังจากโนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลเบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) จากการทดลองดังกล่าวในเดือนก.ค.นี้ ทางด้าน Merck ซึ่งเป็นบริษัทยาของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทจะร่วมมือกับ IAVI ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยจะใช้เทคโนโลยี rVSV ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการผลิตวัคซีนด้านไวรัส Ebola Zaire

นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยล่าสุดรัฐบาลอังกฤษจะอนุญาตให้มีการเปิดห้างสรรพสินค้าและธุรกิจบางส่วนในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟสที่สอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนีรายงานว่า รัฐบาลเยอรมนีมีแผนที่จะผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะทางสังคมให้เร็วขึ้น 1 สัปดาห์ จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 5 ก.ค. มาเป็นวันที่ 29 มิ.ย. และตั้งเป้าจะยกเลิกคำเตือนการเดินทางไปยัง 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปบวกสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ หุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการนำตลาด

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวกสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ หุ้นกลุ่มเดินทางหนุนตลาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) และปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 11 สัปดาห์ โดยหุ้นกลุ่มการเดินทางและสันทนาการนำตลาดปรับตัวขึ้น เนื่องจากความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ขณะที่ประเทศต่างๆ ได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่ดำเนินมานานหลายเดือนลงแล้ว หลังจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง

ดัชนี Stoxx Europe 600 เพิ่มขึ้น 1.08% ปิดที่ 348.92 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 11,504.65 จุด เพิ่มขึ้น 113.37 จุด หรือ +1.00%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,606.24 จุด เพิ่มขึ้น 66.33 จุด หรือ +1.46% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,067.76 จุด เพิ่มขึ้น 74.48 จุด หรือ +1.24%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดตลาดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มการเดินทางทะยานขึ้นขานรับรายงานข่าวที่ว่า สเปน และเยอรมนีจะผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการท่องเที่ยว เนื่องจากไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ อ่านเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up ตามดตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย

แนวโน้มดัชนีเช้านี้แกว่ง Sideway up อิงขาขึ้น ตามภูมิภาคขานรับคืบหน้าวัคซีนต้านโควิด

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่ง Sideway up ตามดตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้บวกกันทั่วหน้า โดยดัชนีฯมีโอกาสขึ้นทดสอบ High เดิมที่ 1,333 จุด แม้ตลาดสหรัฐฯเมื่อวานนี้จะปิดทำการเนื่องในวันเมมโมเรียล เดย์ แต่ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเช้านี้ปรับตัวขึ้น หลังจากที่โนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในเดือนก.ค.นี้  อ่านเพิ่มเติม

NEWS ลงทุนโรงแรมเมอเคียว กระจายความเสี่ยง พร้อมเพิ่มทุนขาย RO

บมจ.นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น (NEWS) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 22 พ.ค. อนุมัติให้บริษัทเข้าลงทุน 40% ในบริษัท เว็ลธ์ เวนเจอร์ส จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจ โรงแรมเมอเคียว กรุงเทพ มักกะสัน เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

โรงแรมเมอเคียว กรุงเทพ มักกะสัน
โรงแรมเมอเคียว กรุงเทพ มักกะสัน

โดยจะเป็นการลงทุนซื้อหุ้นสามัญพร้อมสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ยืมที่ซื้อขาย คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 560 ล้านบาท คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.63 ขณะเดียวกันเตรียมเพิ่มทุน 3 หมื่นล้านหุ้น ส่วนหนึ่งจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) เพื่อรองรับการขยายงาน

คณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้บริษัทเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นและสิทธิเรียกร้องในหนี้ ระหว่างบริษัท Cleveland Universe Limited ในฐานะผู้ขาย และ บริษัทในฐานะผู้ซื้อ ลงวันที่ 25 พ.ค.63 (สัญญาซื้อขายหุ้นและสิทธิเรียกร้องในหนี้) สำหรับการซื้อหุ้นสามัญ 40% ของ บริษัท เว็ลธ์ เวนเจอร์ส จำกัด (บริษัทเป้าหมาย) และสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ของบริษัทเป้าหมายไม่เกิน 40% ตามสัญญากู้ยืมเงินระหว่างบริษัทเป้าหมายและผู้ถือหุ้นของบริษัทเป้าหมาย ลงวันที่ 30 ธ.ค.62 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) (สัญญากู้ยืมเงินของบริษัทเป้าหมาย)

สำหรับมูลค่าซื้อขายครั้งนี้ คิดเป็นเงินประมาณ 560 ล้านบาท แบ่งเป็น ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ประมาณ 421.55 ล้านบาท และราคาสิทธิเรียกร้องในหนี้เงินกู้ยืมที่ซื้อขาย เป็นเงินประมาณ 138.45 ล้านบาท โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.63

ภายหลังการซื้อขายหุ้นเสร็จสิ้น โครงสร้างผู้ถือหุ้นในบริษัท เว็ลธ์ เวนเจอร์ส จำกัด ประกอบด้วย NEWS ถือหุ้น 40% , นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ถือหุ้น 34.58% ,นายสุเทพ ศรีอินทราวานิช ถือหุ้น 9.86% และนายธเนศ พานิชชีวะ ถือหุ้น 15.56% ส่วนบริษัท Cleveland Universe Limited ไม่เหลือการถือหุ้นจากเดิมที่ถืออยู่ 40%

บริษัท เว็ลธ์ เวนเจอร์ส จำกัด ประกอบธุรกิจโรงแรม เมอเคียว กรุงเทพ มักกะสัน ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ที่มีจำนวนทั้งหมด 25 ชั้น รวมพื้นที่เท่ากับ 17,293 ตารางเมตร โดยมีห้องพักให้บริการทั้งหมด 180 ห้อง และมีห้องประชุม 3 แห่งสำหรับรองรับการประชุมทางธุรกิจและกิจกรรมของบริษัท นอกจากนี้โรงแรมยังมีห้องอาหาร 3 แห่ง ได้แก่ เดอะ สเตชั่น (The Station) ซึ่งเปิดให้บริการตลอดวัน, เอ็ม ไวน์ เลาจน์ (M Wine Lounge) ซึ่งมีไวน์ ค็อกเทล และอาหารจานอร่อยให้เลือกมากมาย และเดอะ พูล บาร์ (The Pool Bar)

แหล่งเงินลงทุนครั้งนี้ จะมาจากเงินสดจากภายในบริษัท ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อเงินทุนหมุนเวียนที่จะใช้ในการดำเนินงานของบริษัท และการขายหุ้นหรือเงินลงทุนบางส่วนของบริษัทย่อย รวมถึงการเพิ่มทุนจดทะเบียนซึ่งคาดว่าจะได้ระดมทุนได้ไม่เกิน 96.98 ล้านบาท

บริษัทเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ธุรกิจผู้ผลิตสื่อ (Content Provider) ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัทนั้น มีอัตราการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมสูง อีกทั้งยังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจาก Disruptive Technology และปัจจัยความเสี่ยงอื่นที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจโดยบริษัทไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้น การซื้อสินทรัพย์ครั้งนี้บริษัทเล็งเห็นถึงแนวโน้มของธุรกิจโรงแรมที่จะพัฒนาต่อไปในอนาคตได้ดี เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีกระแสเงินสดที่คาดหมายได้แน่นอนจากการประกอบธุรกิจ ซึ่งบริษัทมองถึงผลประโยชน์ในระยะยาวที่จะรับในอนาคตในฐานะผู้ถือหุ้น อ่านเพิ่มเติม

กรมบัญชีกลาง พร้อมเร่ง ! ส่วนราชการลงนามในสัญญาให้ทันภายใน พ.ค. 63

กรมบัญชีกลาง เผยผลการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ไตรมาส 3 พร้อมเร่ง ! ส่วนราชการลงนามในสัญญาให้ทันภายใน พ.ค. 63

นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดี กรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2563 เห็นชอบผลการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่จะนำมาจัดทำร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. … ซึ่งรายการงบประมาณที่จะนำมาโอนประกอบด้วย (1) รายจ่ายประจำที่ยังมิได้เบิกจ่ายหรือยังไม่มีข้อผูกพัน หรือสามารถชะลอข้อผูกพันได้ ณ วันที่ 7 เมษายน 2563 (2) รายจ่ายลงทุน อาทิ รายการปีเดียวที่ยังไม่ประกาศดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภายในวันที่ 7 เมษายน 2563 และ/หรือไม่สามารถลงนามได้ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 รายการที่สามารถชะลอการดำเนินการโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ หรือไม่สามารถดำเนินการได้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 และ (3) งบประมาณที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ หรือมีเงินรายได้เพียงพอของหน่วยงานรัฐสภา หน่วยงานของศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอัยการ องค์การมหาชน หน่วยงานของรัฐและทุนหมุนเวียน ดังนั้น เพื่อให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการใช้จ่าย รายจ่ายลงทุนที่เหลือ อ่านเพิ่มเติม

MJD ชู Backlog กว่า 3.3 พันลบ. ปรับแผนเน้นขายออนไลน์-โครงการพร้อมโอน

MJD ชู Backlog กว่า 3.3 พันลบ.สู้โควิด ปรับแผนเน้นขายออนไลน์-โครงการพร้อมโอน

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เมเจอร์ ดีเวลลอปเมนท์ (MJD) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ บริษัทเน้นกลยุทธ์เพื่อเร่งการขายโครงการพร้อมอยู่และโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการที่กำลังจะแล้วเสร็จภายในปี ซึ่งปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) กว่า 3,300 ล้านบาท โดยมีโครงการที่เป็นไฮไลท์ คือ โครงการเมทริส ลาดพร้าว สร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาส 2 ซึ่งปัจจุบันโครงการสามารถปิดการขายไปได้แล้วกว่า 80%

ขณะที่การประเมินสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ หลังช่วงสถานการณ์โควิด 19 เรียกได้ว่าเป็นแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ สู่การปรับฐานใหม่ ที่เรียกว่า New Normal อสังหาริมทรัพย์ในอนาคต เช่น การออกแบบฟังก์ชั่นที่ต้องเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมและลักษณะการทำงานลูกค้าที่เปลี่ยนไป หรือการออกแบบฟังก์ชั่นที่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ในบ้านให้มากขึ้น รวมไปถึงทำเลที่จะมาตอบโจทย์คนที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริง และกลยุทธ์ที่สำคัญหลังจากนี้คือ การให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่ในการใช้ชีวิตของลูกค้าทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบบริการให้กับลูกค้าแบบครบวงจรและต่อเนื่องให้มากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การทำการตลาดและการขาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเน้นการขายในช่องทางออนไลน์มากขึ้น และได้มีการจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายโครงการพร้อมอยู่ อย่างไรก็ตาม มุมมองการทำการตลาดหลังจากสถานการณ์โควิด -19 และการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทันพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการบริโภคสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน อ่านเพิ่มเติม

LEO ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 120 ล้านหุ้น ใช้ขยายธุรกิจ-ลงทุนในบริษัทอื่น

“ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์  LEO “ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 120 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai ใช้ขยายธุรกิจ-ลงทุนในบริษัทอื่น

บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ ยื่น Filing version แรก เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2563 เนื่องจากบริษัทฯจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 120 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 37.50 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ และมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในครั้งนี้

วัตถุประสงค์การระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทย่อย, ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ และใช้เป็นงบประมาณเพื่อลงทุนในบริษัทอื่น

บมจ. ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) เดิมชื่อ บริษัท ลีโอ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั่วโลก (End – to – End Global Logistics Services)

โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 บริษัทฯ มีบริษัทย่อย 2 แห่งที่ดำเนินธุรกรรมอยู่ คือ บริษัท วายเจซี ดีโปท์ เซอร์วิสเซส จำกัด (YJCD) ดำเนินธุรกิจหลักคือให้บริการรับฝากตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ระยะสั้นและระยะยาว และซ่อมตู้คอนเทนเนอร์ และ บริษัท ลีโอ เมียนมาร์ โลจิสติกส์ จำกัด (LML) ดำเนินธุรกิจหลักเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ประเทศเมียนมา และมีบริษัทร่วมอีก 2 แห่งคือ บริษัท ซิโนคอร์ เมอร์ชานท์มารีน (ประเทศไทย) จำกัด (SKRT) ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนสายเดินเรือของซิโนคอร์ (Sinokor) จากประเทศเกาหลีใต้ และ บริษัท อาราเม็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (ARM) ดำเนินธุรกิจให้บริการขนส่งพัสดุและเอกสารเร่งด่วนระหว่างประเทศ

ผลดำเนินงานงวด 3 เดือนปี 2563 สินทรัพย์รวม 518.06 ล้านบาท หนี้สินรวม 299.93 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 218.13 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการให้บริการ 227.63 ล้านบาท รายได้รวม 228.13 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 222.02 ล้านบาท กำไรสุทธิ 9.30 ล้านบาท

ในปี 60–62 รายได้รวมจากการให้บริการเท่ากับ 1,040.63 ล้านบาท 1,052.68 ล้านบาท 1,044.01 ล้านบาท ตามลำดับ โดยรายได้จากการให้บริการในปี 61 เพิ่มขึ้นโดยมีสาเหตุหลักจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการรับจัดการขนส่งระหว่างประเทศทางอากาศโดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 37.16 โดยเส้นทางหลักที่เติบโตมากที่สุด คือ เส้นทางอเมริกาเหนือและเส้นทางยุโรป และรายได้จากการให้บริการบริการสนับสนุนการให้บริการโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าแบบครบวงจรมีอัตราการเติบโตร้อยละ 2.15 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการบริการขนส่งภายในประเทศและผ่านแดนโดยรถบรรทุกและรถบรรทุกหัวลาก และรายได้จากการให้บริการด้านพิธีการศุลกากร ในขณะที่รายได้จากการให้บริการรับจัดการขนส่งระหว่างประเทศทางทะเลลดลงเล็กน้อยคิดเป็นร้อยละ 2.48 เนื่องจากรายได้จากการให้บริการส่งออกในเส้นทางอเมริกาเหนือ เอเชียใต้ และยุโรปที่ลดลง

รายได้จากการให้บริการในปี 62 ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้บริการรับจัดการขนส่งระหว่างประเทศทางทะเล (Sea Freight) เนื่องจากรายได้จากการขนส่งในเส้นทางกลุ่มเอเชียลดลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากค่าระวางตลาดโลกปรับตัวลดลง แม้ปริมาณการขนส่งโดยรวมจะเพิ่มขึ้น ตลอดจนการลดลงของรายได้จากการให้บริการบริการสนับสนุนการให้บริการโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าแบบครบวงจร (ILS) ซึ่งมีสาเหตุมาจากรายได้จากบริการขนส่งภายในประเทศและผ่านแดนโดยรถบรรทุกและรถบรรทุกหัวลากที่ลดลงร้อยละ 9.98 เนื่องจากสภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น ตลอดจนโครงการก่อสร้างโรงงานในประเทศเมียนมาของลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งสินค้าได้แล้วเสร็จ ทำให้การขนส่งสินค้าผ่านแดนในเมียนมาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อ่านเพิ่มเติม