5 ไอเดียปรับพื้นที่บ้านให้ลงตัวกับการอยู่อาศัยแบบ New Normal

เทรนด์มาแรงในยุคชีวิตวิถีใหม่

เทรนด์มาแรงในยุคชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) คือ “Everting at Home หรือเศรษฐกิจติดบ้าน ซึ่งเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 เนื่องจากทุกคนต้องกักตัว และทำทุกกิจกรรมภายในบ้าน ซึ่งทางเอสซีจี ได้มีการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงล็อกดาวน์ พบว่านอกจากทำงานที่บ้านแล้ว ผู้บริโภคยังหากิจกรรมทำยามว่างเพื่อแก้เบื่อทั้งทำอาหาร ออกกำลังกาย ดูหนัง เล่นเกม จัดสวน ปลูกต้นไม้

จากกิจกรรมที่หลากหลายเหล่านี้ทำให้ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเจ้าของบ้านส่วนใหญ่ยังต้องปรับพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับกิจกรรมต่างๆ และนี่คือ 5 ไอเดียปรับบ้านเพื่อให้ทุกคนทำกิจกรรมที่ต้องการภายในบ้านได้อย่างมีความสุข รับออกแบบบ้าน

  • บ้าน คือ ออฟฟิศหลังใหม่

เปลี่ยนแปลง พื้นที่ ในบ้าน ให้ เป็น ห้องทำงาน ที เหมาะสมกับ การ Work From Home

(WF H) โดยสามารถ ปรับ ได้ 2 แบบ หมายถึง จัดระบบ ห้องนอน สร้าง มุม ต่ำเนินงาน ด้านใน

ห้อง แล้วก็สร้างมุม ปฏิบัติงาน ขึ้นมา ใหม่ โดย ใช้ห้อง ว่าง หรือ พื้นที่ว่างข้างในบ้าน โดย

เสนอแนะ ให้ หามุม จัดวาง โต๊ะทำงาน รอบๆ ที่ มี แสงสว่าง ธรรมชาติ เข้าถึง พร้อม จัดตั้งระบบ

ระแนง ไว นิล หรือ ไม่ระแนง เฮส ซี จี รอบๆ งที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อ ช่วย กรองแสงสว่าง รวม

ทั้งลด ความร้อน ที่จะไปสู่ ตัวห้อง ควรจะ แบ่ง รูปร่าง พื้นที่ ตำเนินการ แล้วก็ พื้นที่ ส่วนตัว ให้

แยก ออกมาจาก อย่างแจ่มแจ้ง พร้อม เสริม ฟังก์ชั้น ให้พื้นที่ ด้วย การต่อว่า ด ตั้ง แผ่น สั่งของ

ที่ ดีไซน์มาเพื่อคุ้มครองปกป้อง เสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วย ลด การ ส่งผ่าน ของเสียง

ระหว่างห้อง เพื่อคุ้มครองเสียงต่งๆ เข้ามา ก่อกวนขณะทีกำลังทำงาน เพื่อ สามารถปฏิปัติ

งาน ได้อย่างคุณภาพ รวมทั้งยัง สามารถ จัดตั้ง แผ่น ซับ เสียง เป็น แผ่น บุ สำเร็จรูป มี

คุณลักษณะ ซับเสียง มีมากมายสีสัน น้ำหนักค่อย และก็ จัดตั้งไม่ยาก อีกทั้งช่วย เพิ่ม ความ

สวย ให้ กับ ฝาผนัง ได้อย่างดีเยี่ยม ด้วย นอกเหน็อจากนี้ ควรจะหาโต๊ะ และก็เก้าอี้ ที่ เหมาะ

กับ การ นั่ง ปฏิบัติงาน เป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆ ด้วย

  •  มุมสงบในการพักผ่อน

สร้างมุมดีๆ ภายในบ้านไว้สำหรับพักสายตาจากการทำงาน และทำกิจกรรมยามว่าง เพื่อคลายความเครียด ช่วยให้การอยู่บ้านไม่น่าเบื่อ และสร้างสมดุลย์ระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิต เช่น มุมจิบกาแฟชิลๆ พร้อมต้นไม้เล็กๆสร้างเป็นมุมโปรดในบ้าน  หรือบริเวณสวนนอกบ้าน จัดเป็นสวนพักผ่อนเล็กๆ โดยใช้บล็อกปูพื้น กระเบื้องปูพื้น หรือไม้สังเคราะห์มาปูและจัดเรียงลวดลายสวยๆ เป็นพื้นที่เล็กๆ ในสวน เสริมด้วยชุดโต๊ะ-เก้าอี้ไว้นั่งพักผ่อน สำหรับมุมออกกำลังกาย หาพื้นที่ว่างภายในบ้าน หรือแบ่งพื้นที่บางส่วนของห้องนั่งเล่นมาใช้เป็นมุมออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ เต้นแอโรบิค หรือออกกำลังกายตามคลิปต่างๆ

  •  พื้นที่สีเขียว แหล่งโอเอซิสของบ้าน

การปลูกต้นไม้ และตกแต่งสวนกลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมยามว่างช่วงกักตัว ที่ไม่เพียงใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ แต่ยังช่วยเติมความสดชื่น มีชีวิตชีวา สร้างบรรยากาศบ้านให้ร่มรื่น และผ่อนคลายยิ่งขึ้น โดยการเติมพื้นที่สีเขียวสามารถทำได้ทั้งภายใน และรอบๆ บ้าน ดังนี้ การตกแต่งสวนภายในบ้านโดยนำกระถางต้นไม้เล็กๆ มาประดับตกแต่งไว้ตามมุมต่างๆ ซึ่งต้นไม้ที่แนะนำให้เน้นไม้ประดับที่ดูแลง่าย ชอบแสงรำไร ช่วยดักผุ่น และฟอกอากาศให้กับบ้าน เช่น ต้นลิ้นมังกร
ยางอินเดีย เบญจมาศ พลูด่าง เป็นต้น ส่วนการตกแต่งสวนรอบบ้าน เจ้าของบ้านสามารถเลือกวัสดุตกแต่งภูมิทัศน์ เช่น กระเบื้องปูพื้น บล็อกปูพื้น กระเบื้องตกแต่งผนัง หรือหญ้าเทียม มาตกแต่งเป็นทางเดิน หรือจุดนั่งพัก พร้อมผสมผสาน
การปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงา หรือไม้ประดับที่มีสีสันสวยงาม หรือหากบ้านมีพื้นที่ไม่มากนัก แนะนำให้ติดตั้งระบบสวนแนวตั้ง สวนสำเร็จรูปแทน ติดตั้งง่าย ดูแลง่าย พร้อมให้ปรับเป็นสวนผนังบังแดดไม่ให้บ้านร้อนได้อีกด้วย

  •  บ้านสะอาด และปลอดเชื้อโรค

ความสะอาด และปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เจ้าของบ้านยุค New Normal ให้ความสำคัญ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีให้การอยู่อาศัย ซึ่งจากการสำรวจพบว่าเจ้าของบ้านเริ่มหันมาสนใจนวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง รวมถึงอุปกรณ์และของใช้ภายในบ้าน ที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัย สะดวกสบาย สามารถใช้งานโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส (Touchless) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า โดยสามารถสั่งงานด้วยเสียงหรือระบบเซ็นเซอร์แบบอัตโนมัติ ได้แก่ นวัตกรรมสุขภัณฑ์และก๊อกน้ำอัจฉริยะ ที่มีฟังก์ชั่นเปิด-ปิดฝาอัตโนมัติ และมีก้านฉีดชำระสแตนเลสผสมสารป้องกันแบคทีเรีย นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีวัสดุก่อสร้างที่มีนวัตกรรมป้องกันเชื้อโรค เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับปกป้องสมาชิกครอบครัวจากเชื้อโรคต่างๆ อย่างกระเบื้องที่มีสารช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ตลอดอายุการใช้งาน

เทรนด์มาแรงในยุคชีวิตวิถีใหม่

  • พื้นที่ใหม่สำหรับฟังก์ชันการใช้งานใหม่

ต่อเติมโรงจอดรถ เพราะเมื่อต้อง WFH เจ้าของบ้านต้องจอดรถไว้ที่บ้าน ทำให้รถโดนแดด และฝนตลอดเวลา โรงจอดรถจึงเป็นโซลูชันที่สามารถช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการติดตั้งสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ ติดตั้งแบบมีโครงสร้างเหล็กรองรับ และติดตั้งแบบระบบกันสาดที่ยื่นต่อมาจากตัวบ้าน อีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าสนใจ คือ ห้องครัวสำหรับเจ้าของบ้านที่ชอบทำอาหารทานเองที่บ้าน ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ง่ายๆ ด้วยการต่อเติมเคาน์เตอร์ครัว และปูเคาน์เตอร์ท็อปด้วยด้วยกระเบื้อง เพื่อไว้รับประทานอาหาร หรือนั่งชิลยามว่าง ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สวยขึ้นได้

ทั้งนี้ก่อนที่จะปรับพื้นที่บ้านสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ สังเกตรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเอง และทุกคนในครอบครัว เพื่อที่จะได้รู้ ว่าต้องการพื้นที่ หรือฟังก์ชันอะไรเพิ่มเติม เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว สามารถไปขอรับคำปรึกษา หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เพื่อให้สามารถปรับพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม รวดเร็ว และตรงใจ พร้อมกับออกแบบให้เข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนและทุกวัยได้อย่างลงตัว

ดาโลต์ยังไม่รู้อนาคตซีซั่นหน้าเล่นที่ไหน

ดีโอโก้ ดาโลต์ แบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดีโอโก้ ดาโลต์

ดีโอโก้ ดาโลต์ แบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้ว่าในซีซั่นหน้าจะไปเล่นฟุตบอลที่ไหน

แข้งวัย 22 ปี ถูก เอซี มิลาน ยืมตัวไปใช้งานในซีซั่นนี้ โดยลงเล่นไป 33 เกมทุกรายการทำไป 2 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ ซึ่งที่ผ่านมาทาง “ปีศาจแดง-ดำ” ก็มีข่าวต้องการดึงตัวไปร่วมทีมถาวรแต่ติดเรื่องค่าตัวที่ถูกตั้งไว้ทำให้ต้องล้มแผนไป

ทาง ดาโลต์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่คงมีความสุขมากหากได้กลับมาค้าแข้งในถิ่นซาน ซีโร่อีกครั้ง

“ผมชอบที่จะสมบูรณ์แบบมากขึ้นเรื่อยๆ” ดาโลต์ กล่าวผ่านกัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต “ชาวอิตาลีรักฟุตบอล พวกเขามักพูดถึงมันอยู่เสมอ และในสนาม ผมรู้สึกว่าผมพัฒนามากขึ้นในเรื่องของแท็คติก”

“ผมต้องบอกว่าผมมีปีที่สุดยอดและได้เจอกับผู้คนที่ยอดเยี่ยม มันเป็นความสุขจริงๆที่ได้เล่นให้กับมิลาน, แต่ตอนนี้ผมคิดเกี่ยวกับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป และผมไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น”

สำหรับตอนนี้มี นาโปลี อีกทีมดังของอิตาลีที่ให้ความสนใจที่จะดึง ดาโลต์ ไปร่วมทีม โดยทีมเพิ่งแต่งตั้ง ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ นั่งเก้าอี้นายใหญ่แทน เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ที่แยกทางกับทีมไป

หนัง The French Dispatch ผลงานใหม่ของ Wes Anderson

THE FRENCH DISPATCH

THE FRENCH DISPATCH

THE FRENCH DISPATCH ผู้กำกับภาพยนตร์แต่ละคนล้วนมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป มันคือตัวตน จิตวิญญาณแนวคิด ทัศนคติ ที่กลั่นออกมา โดยสิ่งเหล่านี้มักจะสะท้อนผ่านผลงานของพวกเขา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะสามารถบอกได้ว่าภาพยนตร์เรื่องไหนคือผลงานของใคร และเลือกที่จะตกหลุมรักพวกเขาผ่านผลงาน โดยเฉพาะ เวส แอนเดอร์สัน (Wes Anderson) หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนที่สุดในโลกจอเงิน

เพราะฉะนั้น เมื่อ “The French Dispatch” ภพยนตร์ เรื่อง ใหม่ ของ เวส แอนเดอร์สัน

ปล่อยตัว ออกมา ก็เลย ไม่ใช่ เรือง แปลกที จะ ถูก จับ มาวิพากษ์ กัน อย่างมากมาย ภายในระยะ

เวลา อัน รวดเร็ว รมทั้ง จาก แขบอย่าง ความ ยาว โดยประมาณ 2 น่าที ครึ่ง ที่ ปลดปล่อย ออก

มา ถึงแม่ว่า จะ ยัง ไม่แน่ชัด แต่ว่า ก็ พอ เก็บข้อมูล เค้าเงื่อนต่างๆ มาวิเคราะห์ ได้ บ้างว่า

ภาพยนตร์ ป้าย แดง ของ เวส แอนเตอร์สัน ประเด็นนี้ จะ ออกมา ใน รูปแบบ ไหน

คำถามต่อมาที่ผู้เขียนอยากทราบคือ The French Dispatch จะแตกต่างหรือเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ของ เวส แอนเดอร์สัน มากน้อยแค่ไหน บทความนี้จึงเป็นการร่วมค้นหาคำตอบไปพร้อมกับผู้อ่านทุกคน

แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงภาพยนตร์ของผู้กำกับหนุ่มใหญ่วัย 50 กะรัตจากเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกาคนนี้ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นในเรื่องของ Visual หรือองค์ประกอบภาพ ความสมมาตรคือสิ่งที่ เวส แอนเดอร์สัน ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แทบทุกฉาก ทุกเฟรม องค์ประกอบของภาพจะต้องออกมามีระเบียบ ไม่โดดเด่นที่จุดตรงกลางก็จะแบ่งฉากออกเป็นส่วนๆ ได้อย่างพอดิบพอดี ดังนั้นภาพยนตร์ของ เวส แอนเดอร์สัน จึงสามารถตรึงผู้ชมให้อยู่กับโลกที่เขาสร้างขึ้นมาได้อย่างอยู่หมัด จากอัตราส่วนภาพที่ออกแบบไว้ ซึ่งจากตัวอย่าง The French Dispatch ผู้กำกับหนุ่มใหญ่คนนี้ยังคงเป๊ะเรื่องความสมมาตรทุกกระเบียดนิ้วไม่เสื่อมคลาย ถ้าไม่เชื่อลองแคปสกรีนหน้าจอจากตัวอย่างมานั่งพิจารณาดูดีๆ ก็จะเห็นว่าสัดส่วนขององค์ประกอบภาพยังคงถูกจัดระเบียบไว้อย่างพอดิบพอดี

ในเรื่องคู่สีก็เช่นกัน “เหลือง, น้ำตาล, แดง” คือสีที่ เวส แอนเดอร์สัน โปรดปราน ดังนั้นโลกในภาพยนตร์แทบทุกเรื่องของเขาจึงถูกย้อมด้วยสามสีนี้ อาจจะมี The Grand Budapest Hotel ภาพยนตร์ของเขาในปี 2014 ที่โดดเด่นด้วยโทนสีชมพู แต่ถึงอย่างนั้นสีที่เด่นรองลงมาก็ยังคงเป็นสีแดงอยู่ดี เช่นเดียวกับใน The French Dispatch ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่ได้เห็นทั้งหมด แต่ก็ยังพอจะรู้ได้ว่า โทนสีเหลือง แดง น้ำตาล ยังคงเป็นโทนสีโปรดของผู้กำกับคนนี้ และเขาก็ไม่พลาดที่จะหยิบมาละเลงใส่โลกใบใหม่ของเขา ดังนั้นสำหรับแฟนของ เวส แอนเดอร์สัน รับรองได้เลยว่าจะได้เห็นสีสันที่คุ้นเคยอย่างแน่นอน

การใช้คู่สีในแบบของ เวส แอนเดอร์สัน ส่งผลโดยตรงให้ภาพยนตร์ของเขามีความฉูดฉาด ดูหลุดออกจากโลกความเป็นจริงอย่างตั้งใจ ซึ่งก็สอดคล้องกับเนื้อเรื่อง รวมถึงบทสนทนาของบรรดาตัวละครภายในเรื่องที่ก็ไม่เน้นความสมจริง ทุกอย่างดูเหมือนเรื่องกึ่งจริงกึ่งฝันที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ เฝ้ารอให้ผู้ชมหยิบจับไขว่คว้ามาตีความได้ดังใจต้องการ ซึ่งจากตัวอย่าง The French Dispatch ก็ดูจะเป็นเช่นนั้น หนึ่งสิ่งที่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนที่สุดคือ ความเหนือจริงของบรรยากาศในเรื่อง เชื่อว่าทุกคนเองก็คงไม่ต่างจากผู้เขียน ที่ไม่คิดเลยสักนิดว่าเหตุการณ์ในเรื่องนี้มีความสมจริง ตรงกันข้ามทุกอย่างกลับดูแฟนตาซี ราวกับหลุดไปในโลกวรรณกรรมเยาวชนที่เคยอ่านเมื่อครั้งเยาว์วัย
อย่างไรก็ตามในตัวอย่างนี้นอกจากสีสันที่คุ้นเคยแล้ว กลับมีสิ่งที่ไม่คุ้นเคยปะปนมาอยู่ด้วยเหมือนกัน นั่นคือการใช้ภาพโทนขาวดำที่ทำให้เรื่องดูมีความจริงจังขึ้น ซึ่งตลอดความยาว 2 นาทีครึ่งของตัวอย่าง The French Dispatch ระยะเวลากว่า 1 นาทีกลับถูกนำเสนอออกมาอย่างไร้ความฉูดฉาดโดยสิ้นเชิง ซึ่ง เวส แอนเดอร์สัน ไม่เคยใช้ภาพโทนขาวดำมาก่อนในภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ของเขา ดังนั้นการที่เขาเลือกจะใช้มันในภาพยนตร์เรื่องนี้แน่นอนว่ามันต้องมีความหมายแฝงบางอย่างที่รอให้ผู้ชมไปหาคำตอบด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์

เวส แอนเดอร์สัน บอกว่าภาพยนตร์แทบทุกเรื่องของเขาจะดำเนินเรื่องด้วยมุมมองของเด็กผู้ชายอายุ 12 ปี ไม่ว่าอายุของตัวละครในเรื่องจะเท่าไรก็ตาม แต่วิธีการมองโลกของพวกเขาจะไม่เติบโตไปกว่านั้น โดยเหตุผลที่เขาต้องการให้เป็นเช่นนั้นก็เพราะ เด็กผู้ชายอายุ 12 คือวัยแห่งความช่างฝัน ช่างจินตนาการ แต่ก็มีบางมุมที่พวกเขาคิดว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งที่จิตใจข้างในยังเปราะบางและไร้เดียงสา ด้วยมุมมองแบบนี้จึงเข้ากับโลกสีสันฉูดฉาดของ เวส แอนเดอร์สัน เป็นอย่างดี

ในส่วนของตัวละครสมทบ จากภาพยนตร์เรื่องเก่าๆ ของเขา เวสมักจะตั้งใจให้ตัวละครแทบทุกตัวมีการแสดงแบบล้นจนเกินจริง แบบที่ผู้ชมสามารถรู้ได้ทันทีว่าไม่น่าจะมีคนที่มีบุคลิกแบบนี้อยู่บนโลก และแน่นอนตัวละครเหล่านี้มักจะมาพร้อมมู้ดอารมณ์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ขี้โมโห, โลภ, พยาบาท, ไร้สาระ, จู้จี้จุกจิก และอีกมากมาย

ในแง่ประเด็นหลักของเรื่อง ไม่ว่าจะใน Bottle Rocket (1996), Rushmore (1998), The Royal Tenenbaums (2001), The Life Aquatic with Steve Zissou (2004), The Darjeeling Limited (2007), Moonrise Kingdom (2012) ล้วนแล้วแต่นำเสนอเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัวทั้งสิ้น เรื่องราวทั้งหมดบอกเล่าผ่านตัวละครที่มีครอบครัวไม่สมบูรณ์ ซึ่งในส่วนนี้ผู้เขียนคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากตัวของ เวส แอนเดอร์สัน เองที่ในวัยเด็กต้องประสบกับการหย่าร้างของพ่อแม่ ดังนั้นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวจึงเป็นประเด็นที่ตัวเขาอยากสื่อสารออกไป แต่ เวส ก็คือ เวส ทั้ง ๆ ที่ประเด็นเกี่ยวกับครอบครัวคือประเด็นที่หนักหน่วง แต่เขากลับเลือกที่จะใช้อารมณ์ขบขันตลกร้ายเสิร์ฟให้กับผู้ชม

“เรื่องราวใน The French Dispatch ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบาย มันคือเรื่องราวของนักข่าวชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส เขาต้องการจะเขียนในสิ่งที่ตัวเองอยากเขียน และเขาจะต่อสู้เพื่อให้ได้เสรีภาพในการทำสิ่งที่ต้องการ อย่าเพิ่งคิดว่ามันเป็นหนังเกี่ยวกับสิทธิสื่อ แต่เมื่อคุณพูดเรื่องของนักข่าว ก็จำเป็นต้องพูดถึงสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริง”

นี่คือเนื้อเรื่องของ The French Dispatch จากปากของ เวส แอนเดอร์สัน และก็เป็นข้อมูลอย่างเป็นทางการทั้งหมดเท่าที่มีการเผยออกมา ดังนั้นจึงยังไม่อาจสรุปได้ว่าในภาพยนตร์ลำดับที่ 10 ของเขา เวส แอนเดอร์สัน จะเลือกเล่าเรื่องราวออกมาจากมุมมองแบบไหน บุคลิกของตัวละครแต่ละตัวจะเป็นอย่างไร จะเกี่ยวข้องกีบความล่มสลายของครอบครัวหรือไม่

และสุดท้ายโลกของ เวส แอนเดอร์สัน จะไม่มีทางสมบูรณ์เลยถ้าขาดทัพนักแสดงที่รู้ใจ เวส ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่ใช้นักแสดงซ้ำกันมากที่สุด รับประกันได้เลยว่าถ้าคุณดูหนังของเขา คุณจะต้องคุ้นหน้านักแสดงเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็น บิล เมอร์เรย์, โอเว่น วิลสัน, ทิลดา สวินดอน, คริสทอฟ วัลซ์ม, เอเดรียน โบรดี้ โดยทุกรายชื่อที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่อยู่ในหนังของ เวส แอนเดอร์สัน มาไม่ต่ำกว่าคนละ 3 เรื่อง โดย เวส บอกว่าด้วยความที่หนังของเขาอาจจะไม่ค่อยเหมือนหนังทั่วไป ดังนั้นนักแสดงที่คุ้นเคยจะสามารถรับรู้ว่าสิ่งที่เขาอยากเล่าคืออะไรเร็วกว่านักแสดงทั่วไป

ใน The French Dispatch ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม เพราะถึงแม้ตัวละครหลักจะเป็นตัวละครที่รับบทโดย ทิโมธี ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) นักแสดงหนุ่มวัย 24 ปี ที่โด่งดังมาจากการรับบทนำใน Call Me by Your Name (2017) ซึ่งไม่เคยร่วมงานกับ เวส แอนเดอร์สัน มาก่อน แต่เมื่อชายตามองไปที่ตัวละครอื่น ๆ ก็จะพบกับนักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีจากภาพยนตร์เรื่องก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็น บิล เมอร์เรย์ (Bill Murray), โอเว่น วิลสัน (Owen Wilson), ทิลดา สวินดอน (Tilda Swinson), และ เอเดรียน โบรดี้ (Adrien Brody)

นี่คือข้อมูลทั้งหมดที่ผู้เขียนได้จากตัวอย่างความยาว 2 นาทีครึ่งของ The French Dispatch โดยนำมาเทียบกับภาพยนตร์เรื่องเก่าๆ ของ เวส แอนเดอร์สัน อย่างไรก็ตามด้วยระยะเวลาสั้นๆ เพียงเท่านี้การจะล่วงรู้ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภาพยนตร์ทั้งหมดก็ยังเป็นเรื่องยากเกินคาดเดา

ดังนั้นการจะตอบคำถามที่ว่า The French Dispatch จะแตกต่างหรือเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ ของ เวส แอนเดอร์สัน มากน้อยแค่ไหน อาจจะยังไม่สามารถชี้ชัดได้ แต่ในมุมมองของตัวผู้เขียนเองคิดว่า The French Dispatch ยังคงเป็นภาพยนตร์ที่รักษาเอกลักษณ์ความเป็น เวส แอนเดอร์สัน ได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแปลกใหม่หรือรสชาติที่ไม่คุ้นเคยเพิ่มเติมเข้ามาเหมือนกัน

ถ้า เวส แอนเดอร์สัน คือเชฟที่ออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสวงหาวัตถุดิบเพื่อมาปรุงอาหาร วัตถุดิบเหล่านั้นก็เหมือนองค์ประกอบหรือเทคนิคต่าง ๆ ที่เขาหยิบมาใส่ในภาพยนตร์ให้มีรสชาติตามที่ต้องการ และยิ่งเขาออกเดินทางมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็ยิ่งค้นพบวัตถุดิบใหม่ ดังนั้น The French Dispatch จึงเปรียบเสมือนการนำวัตถุดิบเก่าที่คุ้นเคยมาปรุงรสให้เข้ากับวัตถุดิบใหม่ ก่อนจะจัดเสิร์ฟลงจาน รอให้ผู้ชมทุกคนไปพิสูจน์รสชาติของมันด้วยตัวเองในโรงภาพยนตร์

ดูหนังออนไลน์

สิงห์เดินหน้าลุยทาบลูกากูหลังคอนเต้ลาทีม

ซันเดย์ เวิลด์ รายงานว่า เชลซี

ซันเดย์ เวิลด์ รายงานว่า เชลซี ทีมดังจากอังกฤษเตรียมเดินหน้าลุยทาบทาม โรเมลู ลูกากู ดาวยิงของ อินเตอร์ มิลาน มาล่าตาข่ายให้กับให้ อันโตนิโอ คอนเต้ โบกมือลาทีมไป

ซันเดย์ เวิลด์

กองหน้าวัย 28 ปีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นจูเซปเป้ เมอัซซ่า โดยซีซั่นนี้ตะบัน 30 ประตูบวกกับ 10 แอสซิสต์ทุกรายการ เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมรวมถึงช่วยทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อามาครองอย่างยิ่งใหญ่

ที่ผ่านมาสตาร์ชาวเบลเยี่ยมมีข่าวได้รับความสนใจจาก “สิงห์บลูส์” อดีตสโมสรเก่ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ทาง อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ “งูใหญ่” วางให้ ลูกากู เป็นดาวยิงคนสำคัญและไม่คิดจะขายออกไป

อย่างไรก็ตามจากปัญหาทางการเงินของสโมสรทำให้ คอนเต้ มีปัญหากับ สตีเว่น จาง เจ้าของทีมที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายรวมถึงขายนักเตะเพื่อนำเงินสู่สโมสรทำให้ท้ายที่สุดแล้วนายใหญ่ชาวอิตาลีโบกมือลาทีมไป

ล่าสุดมีรายงานว่าทาง โรมัน อบราโมวิช พร้อมอนุมัติงบ 65 ล้านปอนด์เพื่อดึง ลูกากู มาร่วมทีม โดยคาดว่าทาง อินเตอร์ มิลาน เองก็พร้อมขายเช่นกันเนื่องจากถือว่าเป็นแข้งที่ได้ราคาดี

ลูกากู ถือว่าประสบการณ์ค้าแข้งบในพรีเมียร์ลีกเปี่ยมล้น โดยทำไป 113 ประตูกับ 42 แอสซิสต์จากการลงเล่น 252 เกมในการค้าแข้งกับทั้ง เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

หนังแนวอาชญากรเรื่อง CATCH ME IF YOU CAN จับให้ได้ถ้านายแน่จริง

CATCH ME IF YOU CAN

CATCH ME IF YOU CAN

CATCH ME IF YOU CAN อาชญากรระดับโลกที่สร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ  ปลอมแปลงฉ้อโกง เป็นเงินรวมมูลค่ากว่า 4 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ  อาชญากรคนนี้เป็นที่ต้องการตัวของ FBI

และประเทศต่างๆเช่น สหรัฐอเมริกา , ฝรั่งเศส , สวีเดน , อิตาลี , เยอรมัน , อังกฤษ , สวิตเซอร์แลนด์ , กรีซ , เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , ตุรกี , อียิปต์ , เลบานอน , ไซปรัส  อาชญากรคนนี้ยังถูก

ยกย่องให้เป็น นักต้มตุ๋นระดับโลกที่หาใครมาเทียบไม่ได้ เขาเป็นได้ทั้ง นักบินในสายการบินชื่อดังทั้งๆที่ไม่เคยเรียนการบิน  เป็นกุมารแพทย์ในโรงพยาบาลทั้งๆที่ไม่เคยเรียนด้านการแพทย์

เป็นทนายโดยที่ไม่รู้กฏหมายเลยสักนิดเดียว  เป็นอาจารย์สอนหนังสือในไฮสคูล ทั้งๆที่เป็นนักเรียนอยู่  และที่น่าทึ่งคือ เขาเริ่มเป็นอาชญากรตั้งแต่ อายุ 16 ปี

ภาพ ยนต์ ที่ ถูกสร้างมาจากชีวิตจริง ของ Frank W. Abagnale อาชญากร ระต้บโลก โดยปรับปรุงแก้ไขด้ดแปลง มาจาก หนังสือ ช็อ Catch me if you can ที่ติต best seller มายา

วนา นก ว่า 20 ปี โดยส่วนตัว แล้ว ผม ยัง ไม่เคย ได้ ได้โอกาส อ่านหนังสือเล่มนี้ แต่ว่า เมื่อได้ลอง ดู ภาพ ยนต์ เรืองนี้ แล้ว ได้สร้าง แรงบันตาลใจ รวมทั้ง ให้ แง่คิต ใน หลายๆ ด้าน มากมาย

ก็เลย ต้องการจะ เสนอแนะ ให้ ลอง หามา ชม ดู น่าเชื่อถือ ว่า จะ คุ้ม กับ ในขณะที่ เสียไป แล้วก็ต้อง ตลิ่ง กับ หลาย ๆ สถานะการณ์ ที่เกิด ขึ้น ใน ชีวิต ของผู้ชายคนนี้

Frank W. Abagnale  มีพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาที่หล่อเหลา ความฉลาดและช่างสังเกต แถมมีปฏิภาณ ไหวพริบ รวมไปถึงความจำที่เป็นเลิศ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้ชาย

คนนี้เป็นสุดยอดของการตบตา นั่นก็คือ ความพยายามและการศึกษาอย่างจริงจัง  ในด้านประวัติคร่าวๆ นั้น Frank W. Abagnaleเกิดที่นิวยอร์คเมื่อวันที่ 27 เมษายน 1948 เมื่ออายุ 16 พ่อแม่

ของเขาหย่าจากกัน พ่อโดนตำรวจติดตามยึดทรัพย์ในฐานะฉ้อโกง  ส่วนแม่ก็เริ่มที่จะสานสัมพันธ์กับครอบครัวใหม่ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ตัวของเขา เกิดความสับสนและพยายามจะทำให้

ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม  ประเด็นนี้เองทำให้ Frank เริ่มที่จะเรียกร้องความสนใจด้วยการหนีออกจากบ้านและพยายามหาเงินอยู่ด้วยตัวเอง เขาใช้เวลา 5 ปีในการโกงและในผล

สุดท้ายเมื่ออายุ 21 ปี Frank โดนจับที่ฝรั่งเศสและซึ่งภายหลังถูกย้ายมาคุมขังที่สหรัฐอเมริกา 5 ปีหลังจากนั้น Frank ถูกปล่อยตัวโดยมีเงื่อนไขคือทำงานให้กับ FBI เพื่อที่จะชดเชยความ

ผิด ซึ่งตลอดเวลา25ปี Frank ได้ทำงานให้กับ FBI และ ออกแบบเช็คทางการของ IPS ซึ่งใช้โดยสถาบันการเงินหลายหมื่นแห่ง แทนที่แคชเชียร์เช็ค เขายังออกแบบและพัฒนาโปรแกรม

SAFEChecks™ และ Check Plus™ ซึ่งเป็นการทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง มีเช็คที่ปลอดภัยใช้โดยไม่ต้องจ่ายแพง ความเชี่ยวชาญของเขา เป็นที่ไว้วางใจของผู้พิมพ์เอกสาร

สำคัญ และผู้ผลิตเครดิตการ์ดสามแห่ง นอกจากนี้ เขายังเป็นที่ปรึกษา ให้กับบริษัทตรวจสอบบัญชี ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศด้วย นั่นทำให้ Frank ได้รับเงินตอบแทนในแต่ละปีหลายล้าน ดอล

ล่า นอกจากนี้ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลก และยังเป็นผู้ฝึกสอนให้กับ FBI และบรรยายให้ความรู้กับองค์กรต่างๆทั่วโลก แม้กระทั่งการบินไทยของประเทศเราก็ยังเคยเชิญ Frank มาให้ความรู้กับพนักงานด้วย

ในส่วนของภาพยนต์ถูกกับกำโดย พ่อมดแห่งวงการ Hollywood   steven spielberg  และได้นักแสดงนำ คือ  Leonardo DiCaprio และ Tom Hanks มารับบทเป็นคู่กัดระหว่าง นัก

ต้มตุ๋นและFBI มากฝีมือ ซึ่งหลังจากภาพยนต์เรื่องนี้ออกฉาย ก็ทำให้ Leonardo ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในหลายๆสาขา  การดำเนินเรื่องในภาพยนต์เริ่มต้นขึ้นจากชีวิตในวัยเด็กของ

Frank และค่อยๆ สอดแทรกเหตุการณ์ที่ทำให้เขาเริ่มที่จะหลอกลวงสังคม โดยในภาพยนต์ได้ให้ทั้งเหตุและผล รวมถึงวิธีการซึ่งแฝงไปด้วยแง่คิดในการกระทำของ Frank ใครจะคิดว่าการ

จะปลอมเป็นนักบิน จะต้องไปสัมภาษณ์กัปตันที่เกษียนอายุแลว  การจะปลอมเช็คต้องลงทุนไปจีบพนักงานธนาคารสาวสวย ซึ่งในภาพยนต์ได้แสดงให้เห็นถึงไหวพริบ และการแก้ปัญหาของ

Frank ในสถานการณ์ที่คับขันต่างๆ   ไม่เพียงแต่ความฉลาดของ Frank  ในส่วนของFBI คู่รักคู่แค้น  โอเรียลรี่ย์  ก็สามารถติดตาม Frank ไปได้ทุกๆครั้ง นั่นทำให้การไล่ล่า และการหลบหนีในแต่ละครั้ง เต็มไปด้วยความน่าสนใจ

เรื่องย่อของภาพยนต์คร่าวๆ หลังจากที่ Frank ได้เริ่มต้นตุ๋นครั้งแรกโดยการปลอมเช็คและนำไปขึ้นเงินเพื่อที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  Frank เริ่มที่จะปลอมแปลงตนเองเป็นนักบิน และ

บินไปในที่ต่างๆทั่วโลกไม่เพียงแต่โกงค่าเครื่องบิน แต่ Frank ยังสร้างเช็คเพื่อที่จะรับเงินเดือนในฐานะของนักบินด้วย  หลังจากนั้น Frank เริ่มถูกไล่ล่าโดย FBI จึงตัดสินใจที่จะย้ายที่อยู่นั่น

ทำให้ Frank ได้พบกับพยาบาลสาวและได้ตัดสินใจเป็นแพทย์ในโรงพยาบาล  ซึ่งเธอคนนี้เองทำให้ Frank ตัดสินใจที่จะแต่งงาน เขาเดินทางไปที่บ้านของฝ่ายหญิงซึ่งพ่อเป็นทนาย นั่น

ทำให้ Frank ตัดสินใจปลอมแปลงตนเองเป็นทนาย และตั้งใจจะใช้ชีิวิตที่เหลืออยู่อย่างสุขสงบ  แต่ FBI ไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เข้าบุกจับ Frank ในคืินวันแต่งงาน Frank จำเป็นต้องหนี

และได้รู้ว่า หญิงสาวที่เขาหลงรัก ไม่ได้เชื่อใจเขา  Frank จึงเริ่มหลบหนีอีกครั้งในฐานะนักบินและปลอมแปลงเช็คไปทั่วโลก หลังจากนั้น 5 ปี Frank โดนจับที่ฝรั่งเศสดังที่กล่าวข้างต้น ส่วนตอนจบนั้นอยากให้ไปลองรับชมด้วยตนเอง

ภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ได้นำเสนอความเก่งของ Frank เพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถ และความพยายามในการทำสิ่งต่างๆ อย่างจริงจัง รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความ

สามารถในด้านต่างๆ ของ Frank ที่เราสามารถนำมาปรับปรุงใช้ในชีวิตได้ เช่น ความช่างสังเกตุ  การจำ  ซึ่งตลอดชีวิตของ Frank นั้น ทำงานคนเดียว ไม่มีพรรคพวก ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

ไม่เคยฆ่าหรือทำร้ายใคร ไม่เคยข่มเหงหรือทำร้ายเพศตรงข้าม เขาใช้เพียงแค่ ความสามารถและความกะล่อนไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ หากท่านได้ลองชมภาพยนต์เรื่องนี้ ผมเชื่อว่าจะได้รับ

แรงบันดาลใจในหลายๆด้าน   ภาพยนต์เรื่องนี้จะสะท้อนมุมมองของคนที่เคยอยู่ดีสุขีมีความสุขจนกระทั่งวันนึงเกิดถังแตกขึ้นมาภาระตกมาอยู่ที่ ลูก ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นทั้งหมด หากท่านได้มี

โอกาสชมภาพยนต์เรื่องนี้ผมอยากให้ลองสังเกตุพฤติกรรมและความพยายามของ Frank ในการโกง ท่านจะพบว่าการที่คนเราจะเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแค่พรสวรรค์อย่างเดียวคงไม่เพียง

พอ ต้องประกอบกับความพยายามและความขยันหมั่นเพียรและที่สำคัญที่สุดคือความกล้า ภาพยนต์เรื่องนี้่เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าคนทุกคนเป็นคนเก่งได้แต่จะเก่งในแง่มุมไหนนั้นขึ้นอยู่ที่เราเป็นคนกำหนดเอง

คลิก ดูหนังออนไลน์

การประมาณราคาก่อสร้าง

การประมาณ ราคา ก่อสร้าง คืออะไร?

การประมาณ ราคา ก่อสร้าง

การประมาณ ราคา ก่อสร้าง นับว่าเป็น กระบวนการ สำหรับเพื่อการ ทำ เอกสาร คำนวณ หาจำนวน สิ่งของ ค่าแรงงาน รวมทั้ง ค่า ดำเนินงาน ถือได้ว่าเป็นการ วิเคราะห์ การ มีความเห็นการ ทำนาย ล่วงหน้า

ด้วยเหตุนั้น ราคาจากการประเมินราคา ก็เลย ไม่ใช่ ราคา ค่าก่อสร้าง ที่จริง จริง เป็น เพียงแต่ราคา คร่าวๆ ที่ ใกล้เคียง กับราคา ก่อสร้าง จริง ซึ่ง การประมาณ ราคา ก่อสร้าง นับว่าเป็น หัวใจสำคัญ ของวิธีการ ก่อสร้าง ผู้ประเมิน ราคา ก่อสร้างมีบทบาท สำหรับในการ สร้าง รวมทั้ง เสนอการวิเคราะห์ เงินลงทุน ที่ ครอบคลุม โครงงาน ก่อสร้าง สถาปนิก

การประเมิน เงินลงทุน อย่างละเอียด เป็น ขั้นตอน ที่ ใช้เวลานาน แล้วก็ ทุกข์ยากสำบาก บางครั้งบางคราว ถ้าเกิด เลือก นัก ประเมินราคา ก่อสร้าง ที่ ไม่ ช่าชอง อาจจะทำให้ กเนิด ข้อบกพร่องต่างๆ ได้ ตัวอย่างเช่น ราคา ที่ ประเมิน คลาดเคลือน จาก ความจริงค่อนข้างจะมากมาย หรือกำเนิด ความล่าช้า สำหรับการ ประเมิน

วัตถุประสงค์ของการประมาณราคาก่อสร้าง

1. ช่วยทำให้สามารถ กำหนดราคากลางค่าก่อสร้าง ใน แผนการ ได้ เพื่อ เป็นหลัก สำหรับในการประเมินราคา ก่อสร้าง ของ นัก ประเมิน สำหรับในการ ประมูล การก่อสร้าง ต่างๆ

2. เพื่อทำเอกสารสำหรับ เสนอ ราคา ก่อสร้าง สำหรับเพื่อการ ประมูล ซึ่ง การประมาณ ราคาก่อสร้าง ค่อนข้างจะ อาศัยความ ละเอียด ถ้วนถี่ ถ้ามีความผิดพลาด อาจจะทำให้มีการเสียผลตอบแทน กันได้

3. เพื่อตีราคาเงิน เพิ่มหรือ ลด จาก ข้อตกลง การก่อสร้าง เมื่อ นายจ้าง ให้ ลูกจ้าง ดำเนินงานเพิ่มอีก จาก ใน ข้อตกลง ก็เลยจำต้องทำเลียนแบบ BOQ ที่เปลี่ยนไป จากเดิม

4. เพื่อสามารถ ระบุค่าผ่อนส่งได้ โดย จะ คาดคะเน จาก แบบ แล้วก็ แผนงาน เนื่องจากว่าจะสบาย สำหรับในการ เบิก จ่าย ค่างาน ต่างๆ

5. เพื่อทำ เนื้อหา กรวัดค่ กรก่อสร้าง ให้ ไต้ ข้อมูล ที่ ละเอียต ครอบคลุม ข้อมูล ที่ จำเป็นจะต้อง ในการ ขอ สั่นเชื่อ ยืนกู้แบงค์ หรือ สถานที่ ปัน การคลัง ก่อนที่จะมีการเริ่ม สร้างจริง

ข้อมูลที่มีผลต่อการประมาณราคาก่อสร้าง

1. ตำแหน่ง หรือ สถานที่ สำหรับในการ ก่อสร้าง รวมทั้ง การขนส่งต่างๆ

2. ลักษณะ ทำเลทีตั้ง ใน ส่วนงาน ก่อสร้าง

3. สักษณะลักษณะของอากาศ ฤดู เวลา

4. หลักเกณฑ์ในเรื่อง เงินเดือน กฎข้อบังคับ แล้วก็ การ หา แรงงาน แคว้น

5. วันหยุดงาน ตอน เทศกาล ใน ตอน ของ ก่อสร้าง

6. ราคา อุปกรณ์ก่อสร้าง ใน เขตแดน ที่ ใกล้เคียง กัน

7. การจัดหาแหล่งเงินทุน รวมถึง เงินทุนหมุนเวียน

8. สถานการณ์ ทางเศรษฐกิจรวมทั้งการเมือง

วิธีการประมาณราคาก่อสร้าง

1. การประมาณราคาก่อสร้างโดยสังเขป

เป็นวิธีการประมาณราคาก่อสร้างแบบคิดต่อตารางเมตร เหมาะสำหรับงานที่ไม่ซับซ้อน ใช้สำหรับตั้งงบประมาณ ซึ่งพิจารณาจากพื้นที่ใช้สอยแล้วเก็บเป็นสถิติ วิธีนี้อาจมีองค์ประกอบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันร่วมด้วย เช่น ประเภทอาคาร จำนวนชั้น งานพิเศษ เช่น บันไดเลื่อน ลิฟต์ งานตกแต่งเพิ่มเติม เป็นต้น

ซึ่งค่าเฉลี่ยเหล่านี้ทำให้ราคาต่อตารางเมตรไม่เท่ากัน ส่งผลให้การประมาณราคาก่อสร้างวิธีนี้ อาจมีการคลาดเคลื่อนถึง 20-30% ดังนั้น การนำค่าเฉลี่ยมาใช้ในการประมาณราคาก่อสร้างควรเลือกใช้ค่าเฉลี่ยที่เป็นอาคารที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

ยกตัวอย่างเช่น ต้องการประมาณราคาก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งมีพื้นที่ใช้สอย 100 ตารางเมตร โดยประมาณ จากรายละเอียดของแบบก่อสร้างวิเคราะห์และประเมินค่าเฉลี่ยต่อตารางเมตรที่ควรจะเป็นคือ 12,000 บาท ต่อ ตารางเมตร

ดังนั้น ราคาประมาณราคาก่อสร้าง = 12,000 x 100 = 1,200,000 บาท

2. การประมาณราคาก่อสร้างโดยละเอียด

เป็นวิธีการประมาณราคาก่อสร้างจริง โดยคำนวณ จากปริมาณเนื้องานทั้งหมดของวัสดุก่อสร้างที่ใช้แต่ละประเภท แล้วนำไปประมาณเพื่อหาค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง แล้วรวมยอดเป็นค่าก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ซึ่งผลที่ได้จากการประมาณราคาก่อสร้างวิธีนี้ จะใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง ง่าย สวยถูกใจกว่าที่คิด

6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง ง่าย สวยถูกใจกว่าที่คิด

6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง

6 ขั้นตอนออกแบบบ้านเอง ที่จะเป็นแนวทางสู่บ้านในฝัน
หากผู้อ่านต้องการสร้างบ้านหลังใหญ่เน้นความสวยงาม การออกแบบด้วยสถาปนิกนั้นนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างบ้าน สถาปนิกที่เก่ง จะช่วยแก้ปัญหาการจัดสรรพื้นที่ ช่วยให้บ้านของ

เราสวยงาม มีสไตล์ แถมยังอยู่สบายสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้อาศัยในบ้าน แต่หากต้องการสร้างบ้านหลังเล็ก เน้นการอยู่อาศัยอย่างง่าย การออกแบบบ้าน ด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่ง

วิธีที่สามารถทำได้ จุดสำคัญคือการสื่อสารกับช่างก่อสร้างให้ได้ทราบถึงความต้องการของเราเอง และวิธีการสื่อสารที่ง่ายที่สุดในการสร้างบ้าน นั่นคือการวาดแปลนบ้านนั่นเองครับ สำหรับ

วันนี้ “บ้านไอเดีย” ขอนำหลักการออกแบบบ้านด้วยตนเองอย่างง่าย โดยจะเน้นไปถึงการจัดสรรพื้นที่ พร้อมกับวาดผังแปลนภายในบ้านด้วยตนเอง เพื่อนำแปลนดังกล่าวไปให้ผู้รับเหมา

ก่อสร้าง หรืออาจส่งต่อให้สถาปนิกเขียนแบบแปลนมาตรฐาน เพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นแปลนบ้านใช้งานจริงกันครับ

สำรวจที่ดิน : ก่อนจะถึงขั้นตอนการออกแบบบ้าน สิ่งแรกที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการศึกษาแปลงที่ดินของเราเองให้ละเอียด ที่ดินมีหน้ากว้างกี่เมตร ลึกกี่เมตร ทิศไหนอยู่ด้านไหนบ้าง

การสำรวจทิศทางนี้เพื่อที่จะให้เราได้วางผังบ้านได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ ลมและแสงแดด ขนาดของที่ดินยังบอกถึงขนาดและรูปทรงของบ้าน เช่น มีที่ดิน 40

ตร.ม. แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม แน่นอนว่าจะต้องออกแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นเท่านั้น และการออกแบบจะต้องเผื่อขอบเขตระยะร่นตามกฎหมายกำหนดไว้ (อ่านกฎหมายระยะร่น)

1. กำหนดสไตล์ : การเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการกำหนดขอบเขต เป้าหมาย เพื่อให้จินตนาการของความต้องการมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผู้อ่านอาจขับรถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ พักรีสอร์ท เยี่ยมบ้านเพื่อน หรือหากให้สะดวกหน่อยก็เพียงคลิกเข้าชมเว็บไซต์บ้านไอ

เดีย ตัวอย่างบ้านเหล่านี้เราสามารถนำมาประยุกต์ กำหนดแนวทางการออกแบบบ้านในฝันของเราได้ แต่ต้องขอย้ำให้ทราบกันก่อนว่า เราสามารถนำดีไซน์มาประยุกต์ใช้ได้ แต่ไม่สามารถไป

ลอกแบบได้นะครับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของแบบโดยตรง โดยปกติแล้วสไตล์ของบ้านมีค่อนข้างหลากหลาย ทั้งไทยประยุกต์ , Vintage , Loft , Minimal ,

Tropical , หรืออาจเลือกเอกลักษณ์ของบ้านจากต่างประเทศ เช่น บ้านสไตล์ทัสคานี เป็นต้น ทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เราอาจผสมผสานรวม

แต่ละสไตล์ เลือกจุดที่ชอบนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้กลายเป็นสไตล์ของเราเองได้เช่นกันครับ พบเจอที่ไหน ถ่ายภาพเก็บไว้ หรือหากชอบตัวอย่างแบบบ้านในเว็บบ้านไอเดีย ก็อาจจะเซฟ

ลิงค์เก็บไว้ เผื่อตอนใช้งานจริงจะได้ค้นหาข้อมูลเจอ การเลือกสไตล์บ้านที่ดี นอกจากความชื่นชอบส่วนตัวแล้ว สถานที่ก่อสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสม สอดคล้องหรือดูเข้ากับสถานที่ ชุมชนที่อยู่อาศัยด้วยครับ

2. เขียนความต้องการลงไป : ก่อนการออกแบบสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก คือการวิเคราะห์ความต้องการ ขั้นตอนนี้จำเป็นต้องพูดคุยกันทั้งครอบครัว มีสมาชิกกี่คน อยากได้อะไรบ้าง อยากได้

แบบไหน มีเฉลียง ชานระเบียง มีกี่ห้องนอน กี่ห้องน้ำ เป็นคนชอบทำครัวหรือไม่ ห้องนั่งเล่น ห้องดูทีวี ห้องทำงาน โจทย์เหล่านี้แต่ละบ้านย่อมมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะความต้องการหลักพื้นฐาน เช่น จำนวนห้องนอน ห้องน้ำ เป็นต้น

คุณแอนทำงานที่ ม.แม่ฟ้าหลวง ต้องการสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ใกล้กับที่ทำงาน โดยปกติอยู่อาศัยเพียงคนเดียว แต่จะมีวันพิเศษที่พ่อแม่มาเยี่ยม หรือมีเพื่อนมานอนด้วย จึงต้องการห้อง

นอน 2 ห้อง โดยห้องของคุณแอนเน้นความกว้างใหญ่ มีมุมทำงาน มีห้องน้ำในตัว ส่วนห้องนอนอีกห้องใช้งานไม่บ่อยนัก จึงไม่จำเป็นต้องใหญ่มาก พร้อมทั้งเป็นคนชอบทำอาหารเอง ห้องครัว

จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรต้องมี กิจกรรมเสริมเป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ พื้นที่นอกบ้าน สนามหญ้าจึงจำเป็นไว้สำหรับให้น้องหมาได้วิ่งเล่น ความต้องการพื้นฐานของคุณผู้อ่านหละครับ มีอะไรบ้าง เขียนมันลงไปได้เลย

3. กำหนดขนาด : เมื่อทราบความต้องการแล้ว กำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป อยากให้กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขนาดแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่

ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบบ้านชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้เราทราบอีกว่า เราควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม หากมีที่ดินอยู่แล้วจำเป็นต้องออกแบบให้

สอดคล้องกับที่ดิน แต่หากยังไม่มีที่ดิน การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอย จะทำให้เราหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ การกำหนดขนาดนี้ยังสามารถนำไปอิงกับการประมาณราคาก่อสร้างได้อีกด้วยครับ

4. กำหนดตำแหน่ง ทิศทาง : การออกแบบผังบ้านที่ดีควรออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด  โดยรวมแล้วจะคำนึงถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม โดยแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก ทิศใต้ ห้องที่ต้องการแสงมาก

เป็นห้องที่ต้องการกำจัดความชื้น เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องซักล้าง ส่วนห้องที่ต้องการแสงเพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน , ห้องนั่งเล่น , ห้องทำงาน , ห้องดูหนัง เพราะหากแสงมากเกินไปอาจหมายถึงความร้อนที่มากขึ้นเช่นกันครับ

สำหรับทิศทางลม ลมมีสองทิศทางหลัก ทิศเหนือและทิศใต้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล (ทิศใต้มีลมเข้า 8-9 เดือน ทิศเหนือ 2-3 เดือน) ซึ่งหากอ้างอิงร่วมกับทิศทางแดด แดดทางทิศใต้จะค่อนข้าง

แรงเกือบทั้งวัน ส่วนทิศเหนือแดดจะร่มเกือบทั้งวัน คนไทยจึงนิยมสร้างบ้านให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ แต่ก็มีจำนวนมากเช่นกันที่เลือกหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อต้องการรับกระแสลมเกือบ

ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดแต่อย่างใด เพราะการใช้งานของแต่ละบ้านนั้นแตกต่างกัน บางท่านอาจออกแบบเพื่อเน้นการใช้ข้างบ้าน , หลังบ้าน ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงด้วยครับ

5. ทดลองวาด ดูซิ : เครื่องไม้เครื่องมือ ฐานราก ที่สุด ที่ ใช้สำหรับการ วาด แบบแปลน เป็นดินสอ + กระดาษ A4 หรือ คนอ่าน ถนัด ใช้ วัสดุ ใด ก็ สามารถเลือก ได้ตาม อยากได้ อีกทั้งวาด

ด้วยมือ หรือ ใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์มา ช่วย ก็ สามารถ ทำเป็น เช่นเดียวกัน ครับผมแนวทาง วาด แขบแปลน วาด เป็น มุม ภาพ 2D โดย ให้ คิดถึง การมอง รูปภาพจาก บน หลังคาบ้าน ซึ่ง

บางทีอาจ จาเป็นต้อง ทำความเข้าใจ กับ เครื่องหมาย ฐานราก ก้น สักหน่อย ตัวอย่างเช่น ประตู หน้าต่าง ส่วน ห้องอันๆ สามารถ วาด เป็น สีเหลียม ใน แบบ ห้อง ทั่วๆไป ตังนี้ ถ้าเกิด นักอ่าน

ไม่รู้เรื่อง เครื่องหมาย ก็ ไม่ คือปัญหา ใด เพียง วาค รวมทั้ง เขียน คำชี้แจง ประกอบร่วมด้วย ให้เพียงพอติดต่อ ได้ตรงกัน เพียงเท่านี้ สามารถ นำไป คุย กับ ช่าง รับเหมา ได้ แล้วขอรับ

Shaft : เเชฟท์ เลือด​ตำรวจพันธุ์​ดิบ​ หนังดี Netflix

Shaft มือปราบผิวเข้มผู้ไม่เกรงกลัวอิทธิผลใดๆ

Shaft มือปราบผิวเข้มผู้ไม่เกรงกลัวอิทธิผลใดๆ

Shaft มือปราบผิวเข้มผู้ไม่เกรงกลัวอิทธิผลใดๆ และเป็นที่เกรงขามของเหล่าอาชญากร ได้กลับมาอีกครั้งโดยยังคงได้นักแสดงรุ่นใหญ่ Samuel L. Jackson (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน) กลับมารับบทนักสืบ John Shaft เช่นเดิม ภายใต้การกำกับของ Tim Story (ทิม สตอรี) ที่เคยมีผลงานแอคชันอย่าง Taxi (2004), Fantastic Four (2005) และ Ride Along (2014)

Shaft เป็น ภาพยนตร์ แอ คชั นที่ บรรลุความสำเร็จ อย่างยิ่ง เมือ ปี 1971 ซึ่ง เป็น ภาพยนตร์เรื่อง แรก ๆ ของ ฮอลลีวูด ที่ มีตัวครหลัก ฉาย เดียว เป็น ดาราหนัง ผิวต่ำา นั่น คือ RichardRoundtree (ริชาร์ด ราว ด์ทรี ) โดยมี บุคลิกลักษณะ เป็น แต่งตัว ดี เป็นที่ชอบใจของ ผู้หญิงท่าทางน่าเกรงขาม พูดจา โผงผาง ไม่สนใจ อิทธิพล หน้า ไหน รวมทั้ง ขยัน ปล่อย ศคม โก้เก๋อยู่ หลายครั้ง

และ ที่ เป็นการกลับมา อย่างน่าชม แล้วก็ ประสบผลสำเร็จ เอามา กๆ คือ Shaft (2000) ที่เป็นการรีบุตเรื่องราว เสีย ใหม่ โดย ให้ Samuel L. Jackson (ซามูเอ ล แอล. แจ็กสัน) เล่นบท เปิ่น หลานชาย ของ Shaft ที่ มีฝีมือดุเดือด ไม่ แพ้ กัน ภายใต้การควบคุมของ JohnSingleton (จอห์น ซิงเกิล ตัน) ที่เคยส่งผลงาน ที่ น่า จำอย่าง Boy n the Hood (1991)รวมถึง ภาพยนตร์ ใน สมัย หลังๆ อย่าง 2 Fast 2 Furious (2003) รวมทั้ง Four Brothers(2005)

สำหรับ Shaft (2019) นั้น เป็นเรื่องราว ของ John Shaft r. (สวมบท โดย เจสซี อัชเชอร์)เจ้าหน้าที่ วิเคราะห์ ต้าน ไซ เบอร์ ของ เอฟบ๊เอ ที่นพบว่า เพื่อนซี้ ของตัวเอง ใน วัยเด็ก ได้ ถูกฆ่าตาย อย่างน่าสงสัย แต่ว่า เนื่องจาก กระบวนกรยุติธรรม ไม่เอื้อ ให้เขา พิสูจน์ ความจริง ได้ขา ก็เลย จะต้อง หันไป พึ่งจะ พา บิดา ของ เขา John Shaft ( สวมบท โดย ซามูเอล แอล.แจ็กสัน ) นั่นเอง ซึ่ง เป็น บุคคล ที Maya แม่ ของ เขา ( สวมบท โดย เร จินา ฮอล) ไม่ต้องการให้ พบเจอมากที่สุด

เดินเรื่องดี แต่บทจืดไปหน่อย
เนื่องจาก Shaft (2019) ห่างหายจากภาคก่อนไปนานถึง 19 ปี จึงได้มีการเปิดเรื่องย้อนหลังไปในปี 1989 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Maya เห็นแล้วว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกของ Shaft นั้นอันตรายมาก จึงได้ตัดสินใจแยกออกมาเลี้ยงลูกตามลำพังโดย Shaft ยังคงส่งของขวัญแสดงความคิดถึงต่อลูกของเขาในทุกๆ ปี จากนั้นก็ตัดสลับภาพไปอย่างรวดเร็วมาจนถึงยุคปัจจุบัน

ต้อง สารภาพ ว่า ผู้กำกับ ทิม สตอรี สามารถ เต็นเรื่อง Shaft (2019) ได้อย่างลั่นไหล ให้น้ำหนักตัว ละครได้ติบได้ดี แลก็มีฉาก โชว์ ความเก๋ แล้วก็ ความสามารถ ของ Shaft อยู่บ่อย เพื่อย้ำเตือน ให้ผู้ชมรู้ดีว่า …นี่ เป็น Shaft นะ!

ส็ง ที่ ยัง คือปัญหา แจ่มแจ้ง เป็น บทภาพยนตร์ ที่ พยายาม ใส่ความ เป็น คู่คิด ระหว่าง บิดา ลูกลงไป ซึ่งไม่มี ใจความสำคัญ อะไร ให้ผู้ชมได้มี อารมณ์ ร่วม มากเท่าไรนัก นอกเหนือจากการบ่งบอกถึง ค้าง แรก เตอ ร์ ที่ ต่างกันของ นักแสดงจาก 2 สมัย ซึ่ง ไม่มี อะไร ใหม่ สำหรับ ยุคนี้

ปมการสืบสวนต่างๆ ในภาพยนตร์ทำได้พอประมาณ มีการหยิบยกประเด็นความชัดแย้งด้านเชื้อชาติมาใช้ แต่ก็มิได้ลงลึกในรายละเอียด เนื่องจากต้องการไปโฟกัสที่ตัวละครพ่อลูกมากกว่า

ในส่วนของมุขตลกนั้น ทิม สตอรี สามารถคุมโทนในส่วนนี้ได้ดี ไม่มีมากจนเลอะ แต่ในขณะเดียวกันกลับไปลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวละครลงไป

ฉากที่น่าประทับใจ ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งปัญหาระหว่าง Shaft ผู้พ่อ และ Maya ไปจนถึงการที่ Shaft Jr. พยายามเผยความในใจกับ Sasha (รับบทโดย อเล็กซานดร้า ชิปป์) หญิงสาวคนสนิทที่ตนเองหลงรัก คือ การดวลปืนในร้านอาหาร ที่ค่อนข้างจะโกลาหล แต่การตัดต่อและดนตรีประกอบนั้นช่วยยกระดับความบันเทิงขึ้นมาได้มากทีเดียว

อีกสิ่งที่น่าจดจำคือ ดนตรีประกอบในสไตล์ Classic, Soul และ R&B จากฝีมือการประพันธ์ของ Chris Lennertz (คริสโตเฟอร์ เลนเนิร์ตซ) ผู้ชนะรางวัล Grammy ก็ช่วยประคองอารมณ์ของภาพยนตร์ให้มีกลิ่นอายย้อนไปถึง Shaft ภาคก่อนๆ ได้อย่างน่าชื่นชม

Samuel L. Jackson คือ Shaft แห่งยุคนี้
สำหรับนักแสดงนั้น ถึงแม้ว่าบทส่วนใหญ่จะเทมาทาง Jessie T. Usher (เจสซี่ อัชเชอร์) ผู้รับบท John Shaft Jr. ค่อนข้างมาก เพื่อให้สานต่อตำนานของ Shaft ในอนาคต แต่ด้วยฝืมือการแสดงระดับสุดยอดของ Samuel L. Jackson (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน) ก็แทบจะทำให้เขากลายเป็นแกนหลักของเรื่อง มีสีสัน และมีความน่าสนใจมากกว่า

เขาทำให้ Shaft กลายเป็นตัวละครของเขาได้อย่างสมบูรณ์

อีกทั้งผู้ชมจะได้เห็น Richard Roundtree (ริชาร์ด ราวด์ทรี) ผู้รับบท Shaft ในตำนานกลับมาปรากฏตัวบนหน้าจออีกครั้ง

ในขณะที่ Regina Hall (เรจินา ฮอล) ที่เคยรับบทคอเมดีมาอย่างมากมายในอดีต เธอก็ดูนิ่งขึ้นตามอายุของตัวละคร ดูมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ก็ยังขัดแย้งกับบุคลิกของ Maya ที่ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นแม่แบบจริงจัง หรือเป็นคุณแม่วีนแตกกันแน่

สรุป
ถ้าเปรียบเทียบกับเวอร์ชันปี 2000 แล้วนั้น Shaft (2019) ดูจะมีดีกรีความระห่ำน้อยลง เน้นหยอดมุขตลกมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามสมัยนิยม แต่นั่นกลับไปลดทอนอารมณ์แอคชันแบบดั้งเดิมลงไป

หรืออาจเปรียบได้ว่า Shaft เมื่อปี 2000 เป็นเหมือนกับกาแฟดำรสเข้มที่แฟนๆ คุ้นเคยกันดี ส่วน Shaft เวอร์ชันล่าสุดนี้เป็นเหมือนคาปูชิโนที่เพิ่มนมลงไป ทำให้มีรสหวานมากขึ้น ทานง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความไม่คุ้นชิน และขาดเอกลักษณ์ดั้งเดิมไป

แต่ด้วยองค์ประกอบโดยรวม ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ สไตล์เท่ของตัวละครหลัก และดนตรีประกอบ ยังคงทำให้ผู้ชมได้นึกถึงความเป็น Shaft ได้อยู่

ดูหนังออนไลน์

สื่อเผยตอร์เรสอาจเลือกซบอีบีซ่า

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าดาวดัง

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าดาวดัง อาจเลือกเล่นกับ อูเด อีบีซ่า สโมสรน้องใหม่ของเวทีเซกุนด้าในฤดูกาลหน้า

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าดาวดัง

‘มุนโด้เดปอร์ติโบ’ สื่อเมืองกระทิงรายงานความคืบหน้าของ เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าทีมชาติสเปนวัย 37 ปีที่ประกาศหวนคืนสังเวียนลูกหนังอีกครั้งว่าอดีตหัวหอก แอตเลติโก มาดริด อาจเลือกย้ายซบ อูเด อีบีซ่า ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นเวทีเซกุนด้าในซีซั่นหน้า

ตอร์เรส จุดประกายความสนใจด้วยการโพสต์ลงอินสตาแกรมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าเขาตัดสินใจกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง หลังประกาศรีไทร์ไปตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมปี 2019 โดยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายสโมสรและหนึ่งในนั้นคือ อูเด อีบีซ่า

อูเด อีบีซ่า เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่น เซกุนด้า ในซีซั่นหน้า และก่อนหน้านี้ อามาเดโอ ซัลโบ ประธานสโมสรเคยแสดงความคิดเห็นผ่าน ‘เดียรีโอ เด อีบีซ่า’ สื่อท้องถิ่นว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธนักเตะอย่าง ตอร์เรส ซึ่งกองหน้าวัย 37 ปีจะประกาศชื่อสโมสรใหม่ของเขาในวันศุกร์นี้

ไอเดียเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้านมาเป็นกระถางต้นไม้

แนะนำไอเดียเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้าน

แนะนำไอเดียเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้าน สำหรับ ผู้คน ใน สมัยปัจจุบัน เพราะว่าได้ใกล้ชิด ธรรมชาติ แบบง่ายๆ เพิ่ม อากาศ บริสุทธิ์ และก็ช่วยทำให้ มีชีวิตชีวา ก้าวหน้า หู ต้องตา เพิ่มขึ้น ยิ่ง ถูกใจ ก็ งปลูก งปลูก ก็ ยิ่ง หยุด มิได้งอก ใหม่ ขึ้นมาเยอะ หาก ไม่ จ้ดระบบ คงจะ จำต้อง เกล็อนกลาด แปลงเป็น ป่าย่อมๆ แน่ จะสั่งซื้อชั้นวาง มา ใหม่ ก็ สิ้นเปลือง หันไป หันมา เจอ ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ เต็ม บ้าน ความสร้างสรรค์เริ่ม มีขึ้น พวกเรา ลอง ท ชั้น วาง กระถางที่เอาไว้ปลูกต้นไม้ แบบ DIY กันเลยดีกว่า ลองหยิบ เอา ส็งของเหลือใช้ ในบ้าน นี่แหละ มา ทำ จะ ช่วยทำให้ คุณ ประหยัด ทั้ง เงินและก็ ประหยัด พื้นที่ ในบ้าน ด้วย ส่วน จะ มี อะไร บ้าง นั้น ลองไปดู พร้อมเพียงกัน เลยจ้า

1. ชั้นวางกระถางต้นไม้จากไม้พาเลท

แนะนำไอเดียเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้าน

หลายท่าน อาจ คุ้นชิน กับ ไม้ พา เลท หรือ ไม่ ที่ ใช้สำหรับ ขนส่งผลิตภัณฑ์ ที่ ปัจจุบันนี้ มี คนนิยม เอามา ทำเป็น เครื่องเรือน ในบ้าน อย่างเช่น โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ชั้นทีเอาไว้สำหรับวางของแล้วก็แน่นอน ว่า สามารถ เอามา ทำเป็น ชั้น วาง กระถางต้นไม้ เพื่อ จัดระเบียบ รวมทั้ง ตกแต่งสวนได้อีกด้วย โดยเร็ม ด้วย การล้าง ชำาระล้าง ชั้น ไม้ ใช้ กระดาษทราย ชัด แก่นไม้ ให้เรียบไม่ ให้มีเศษไม้ แล้ว ใช้ตาขอ เหล็ก สำหรับ ห้อย กระถางทีเอาไว้ปลูกต้นไม้แบบ ติด ฝาผนัง(Wall Planter) ตอกยึกับไม้ให้แน่น สลับตำแหน่ง ก้น ไปๆมาๆ ตาม อยากได้ เพียงเท่านี้ก็ได้ ชั้น วาง กระถางที่เอาไว้ปลูกดอกไม้ เก๋ๆ ที พร้อม ตกแต่ง สวน ของ คุณ แล้ว จ้ะ

2. ชั้นวางกระถางต้นไม้จากหน้าต่างไม้เก่า

แนะนำไอเดียเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้าน  

อย่าทำให้ ขานหน้าต่าง ไม้เก่าๆ เปลี่ยนเป็น ของ รก บ้าน จน ปลวก กิน ลองหยิบ เอา บานหน้าต่าง เก่า มา ปัดฝุ่น เพิ่ม ชั้น วาง ไม่อัด สี งาม เข้าไป อีกนิต หลังจากนั้น นำไป ยึด กับระเบียง หรือ ผนัง วางแคคตัส ต้น จิ๋ว สวยๆ จากบานหน้าต่าง เก่าๆ ก็ เปลี่ยนเป็น ชั้นวางกระถางที่มีไว้ปลูกต้นไม้ แบบ เก๋ๆ เพิ่ม ความแจ่มใส มี สตล์ ให้ กับ ห้อง ของคุณ ขึ้น มากมายเลย

3. ชั้นวางกระถางต้นไม้จากลังไม้

แนะนำไอเดียเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่ในบ้าน

ผู้ที่ ถูกใจ สั่งซื้อ ของเมืองนอก อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมี ลัง ไม้อย่างนี้ อยู่มากมาย และไม่ทราบ จะ เอา ไป ทำ อะไร ดี ทคลอง เอามา ขัด ชำระล้าง รวมทั้ง จัด แบบ เก๋ ๆ ตั้ง ขอบ ระเบียงหรือ ฝ่าผนัง วางต้นไม้กาง ก็ มอง งาม ไปอีกในสัษณะหนึ่ง นะ หรือ คนใดกัน ที่ มีฝีมือทางการช่าง จะเอาหลาย กล่อง มาตอก ตะปู ดตัต กัน ใส่ ล้อลากไต้เป็น รถเข็น สำหรับ วางกระถางที่เอาไว้ปลูกต้นไม้ซึ่งสามารถ เข็น ไป รับ แดด ตรง มุม ไหน ของ บ้าน ก็ เก๋ ไม่ หยอกเลย

4. ชั้นวางกระถางต้นไม้จากลิ้นชักเก่า

ชั้นวางกระถางต้นไม้ 

ลิ้นชักไม้จากตู้เก็บของต่าง ๆ อย่าปล่อยให้กลายเป็นของเก่าเก็บ รกบ้านแบบไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพียงแค่นำมาปัดฝุ่น ทำความสะอาด หรือจะทาสีใหม่ แล้วนำมาวางเรียงซ้อนกันแบบเก๋ ๆ ก็กลายเป็นชั้นวางกระถางต้นไม้ที่เอาไว้ประดับบ้านหรือในห้องต่าง ๆ ได้แล้ว

5. ชั้นวางกระถางต้นไม้จากบันได

ชั้นวางกระถางต้นไม้ 

ใครจะคิดว่า บันไดไม้เก่า ๆ จะสามารถนำมาทำเป็นชั้นวางกระถางต้นไม้แบบง่าย ๆ ได้ เพียงแค่หาไม้อัดหรือแผ่นพลาสติกแข็ง ๆ มาวางระหว่างชั้น จากบันไดไม้ก็กลายมาเป็นชั้นวางกระถางต้นไม้ได้แล้ว หรือใครที่มีบันไดไม้แบบพิงผนัง ก็ลองหาตัวยึด Wall Planter หรือตะขอแขวนกระถาง มายึดเข้ากับบันไดให้แน่น แล้วก็เลือกได้เลยว่าจะเอากระถางไหนขึ้นมาวาง

6. ชั้นวางกระถางต้นไม้จากตู้กระจก

ชั้นวางกระถางต้นไม้
ไอเดียนี้อาจจะง่าย เพราะตู้กระจกมักจะมีชั้นวางมาให้อยู่แล้ว ไม่ต้องวุ่นวายหาชั้นไม้อัดมาใส่เพิ่ม แต่ควรจะระมัดระวังในการถอดกระจกออกเสียก่อน เพื่อให้สะดวกในการรดน้ำและยกย้ายกระถาง และควรวางในมุมที่โดนแสงแดด เพื่อจะได้ไม่ต้องขยับเคลื่อนย้ายบ่อย ๆรับออกแบบบ้าน