ดาวโจนส์ปิดลบ 22.96 จุด จับตาประชุมเฟด-ผลประกอบการเอกชน

หุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 22.96 จุด จับตาประชุมเฟด-ผลประกอบการเอกชน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (26 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย โดยนักลงทุนรอดูว่าเฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือนต่อไปหรือไม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,937.04 จุด ลดลง 22.96 จุด หรือ -0.07% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,849.62 จุด ลดลง 5.74 จุด หรือ -0.15% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,626.06 จุด ลดลง 9.93 จุด หรือ -0.07%

นักวิเคราะห์จากบริษัทอินเวสโคในรัฐจอร์เจียกล่าวว่า แม้ตลาดได้แรงหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่มีการรายงานล่าสุด ซึ่งรวมถึงบริษัท 3M แต่ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 และความไม่แน่นอนของทิศทางเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทเอกชนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจในอนาคต

หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหนักสุดถึง 2.12% หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลง โดยหุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ร่วงลง 2.09% หุ้นเชฟรอน ลดลง 1.68% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ดิ่งลง 2.18% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 2.31%

หุ้น 3M ซึ่งเป็นหนึ่งใน 30 หลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีดาวโจนส์ พุ่งขึ้น 3.26% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2563 ที่ระดับ 1.389 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.38 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 969 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.66 ดอลลาร์/หุ้นในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562

ทั้งนี้ ผลประกอบการของ 3M ได้รับปัจจัยหนุนจากการที่บริษัทดำเนินนโยบายลดต้นทุน รวมทั้งได้ประโยชน์จากยอดขายหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และหน้ากากนิรภัย ในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก

หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) พุ่งขึ้น 2.73% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2563 ที่ระดับ 1.86 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.82 ดอลลาร์/หุ้น ขณะเดียวกันคาดว่า จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน จะเปิดเผยผลการทดลองวัคซีนโควิด-19 ในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ได้ทำการทดลองวัคซีนในระยะที่ 3 กับอาสาสมัครจำนวน 45,000 คน

หุ้นเจเนอรัล อิเลคทริค (GE) พุ่งขึ้น 2.73% หลังบริษัทเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 4/2563 ที่ระดับ 2.193 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 2.183 หมื่นล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำไรเพียง 8 เซนต์/หุ้น ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ระดับ 9 เซนต์/หุ้น

นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนรายอื่นๆในสัปดาห์นี้ ซึ่งได้แก่ แอปเปิล, ไมโครซอฟท์, โบอิ้ง, เน็ตฟลิกซ์ และเทสลา

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย ด้านนักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% ขณะที่ตลาดจับตาดูว่าเฟดจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือนหรือไม่ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 9.5% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบกว่า 6 ปี

ทางด้านผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 89.3 ในเดือนม.ค. จากระดับ 87.1 ในเดือนธ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 89.0 โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนธ.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2563 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดขายบ้านใหม่เดือนธ.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนธ.ค., ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนม.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ufabet

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนอ่อนค่าลงวันนี้ที่ 6.4847 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนอ่อนค่าลงวันนี้ที่ 6.4847 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

ค่ากลางเงินหยวน

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้อ่อนค่าลง 0.0028 หยวน แตะที่ 6.4847 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน ufa

เงินหยวน คืออะไร?

นอกจากนี้เพื่อส่งเสริมสถานะของจีนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เพิ่มเงินหยวนของจีนลงในรายการสกุลเงินสำรองที่จะใช้บางส่วนสำหรับธุรกรรมของธนาคารกลาง 1 เงินหยวนและหยวนมักใช้แทนกันเป็นสกุลเงินสำหรับ ประเทศจีน แต่เงินหยวนถือเป็นสกุลเงินทางการของจีน เงินหยวนถูกใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลกและโดยปกติจะใช้ในต่างประเทศ นอกประเทศจีนในขณะที่เงินหยวนนั้นใช้บ่อยกว่าในประเทศจีน

สกุลเงินอื่นๆ ที่ถือเป็นสกุลเงินสำรอง ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐยูโรปอนด์อังกฤษและเยนญี่ปุ่น การยกระดับสถานะของเงินหยวนช่วยให้สามารถใช้งานได้บ่อยขึ้นในการค้าทั่วโลกและธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ

  • USDCNY
  • USDCNH

เงินหยวน CNY กับ CNH ต่างกันอย่างไร

CNH หมายถึงหยวนจีนในตลาดนอกชายฝั่งซึ่งอยู่นอกจีนแผ่นดินใหญ่ (ตลาดบนบก) ตลาดทุนของจีนรวมถึงตลาด FX ถูกควบคุมและยังไม่เปิดอย่างเต็มที่ สิ่งนี้นำไปสู่คุณลักษณะที่แตกต่างกันของสกุลเงินจีนในตลาดบนบกและนอกชายฝั่งดังนั้นจึงมีการกำหนดสัญลักษณ์สองตัวเพื่อแยกความแตกต่าง

ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่บนบกจีนหยวนเรียกว่า CNY ในทางกลับกันตลาดนอกชายฝั่งรวมถึงศูนย์หยวนดั้งเดิมเช่นฮ่องกง (เขตปกครองพิเศษของจีน) สิงคโปร์ลอนดอนและศูนย์ที่พัฒนาใหม่เช่นลักเซมเบิร์ก

  • หากระบุไว้แบบในประเทศ “Onshore” ค่าเงินหยวน Renminbi จะมีตัวย่อ “CNY”
  • หากระบุไว้แบบนอกประเทศ “Offshore” ค่าเงินหยวน Renminbi จะมีตัวย่อ “CNH”

ในช่วงฤดูร้อนของปี 2018 IMF รายงานว่าเงินหยวนของจีนเป็นไปตามปัจจัยพื้นฐานเพียงเพื่อที่จะได้เห็นว่าเงินหยวนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือนเพื่อตอบสนองต่อสงครามภาษีกับสหรัฐฯที่ทวีความรุนแรงขึ้น 8 การลดลงนี้ทำให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง Steven Mnuchin ให้ความเห็นว่ากระทรวงการคลังกำลัง” จะตรวจสอบอย่างรอบคอบว่าพวกเขามีการปรับเปลี่ยนสกุลเงินหรือไม่”

หลายปีที่ผ่านมาเงินหยวนหยวนของจีน (CNY) ไม่เคยใกล้เคียงกับการถูกพิจารณาว่าเป็นสกุลเงินระหว่างประเทศเนื่องจากการควบคุมที่เข้มงวดของรัฐบาลจีน อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็เริ่มเปลี่ยนไป จากรายงานของธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ในปี 2015 การใช้เงินหยวนเพื่อการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น 21 เท่านับตั้งแต่ปี 2010 และคาดว่าการค้าสินค้าของจีนเกือบครึ่งหนึ่งจะออกใบแจ้งหนี้เป็นเงินหยวนภายในปี 2020

เริ่มเทรดค่าเงินหยวน USDCNH โดย “ไร้ความเสี่ยง” กับบัญชีเงินจำลอง

การเทรดแบบ USDCNH นั้น แม้แต่เทรดเดอร์มืออาชีพเองก็นิยมเข้าไปฝึกฝนในระบบบัญชีเงินจำลอง หรือที่เรียกว่า “Demo Account” อยู่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นระบบที่จำลองเงินขึ้นมาเพื่อใช้เทรด

  • สามารถเทรดได้เหมือนตลาดจริงทุกประการ
  • สามารถใช้เครื่องมือเทรดและสัมผัสถึงสภาพแวดล้อมแบบบัญชีจริงทุกประการ
  • คำนวณกำไรขาดทุนเหมือนเงินจริงทุกประการ และคำนวณตามราคาตลาดจริงๆ

คุณสามารถฝึดเทรดได้เรื่อยๆ โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 5 ที่จะช่วยให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์การเทรดของคุณเองได้ คลิกที่แบนเนอร์ด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีเงินจำลองได้แล้ววันนี้ ฟรี!

ความสัมพันธ์ค่าเงินหยวนกับ EUR และ USD

จากรูปแบบพอร์ตโฟลิโอสามประเทศสามสกุลเงินเราได้ศึกษาผลกระทบของความเป็นสากลของเงินหยวนต่อความอ่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนยูโรดอลลาร์ต่อแรงสั่นสะเทือนต่างๆในสองระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกัน

ได้แสดงให้เห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตอบโต้ที่เกิดขึ้นถึงอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ในจีนจะมีข้อ จำกัด มากขึ้นเมื่อเงินหยวนเป็นสากลและความเป็นสากลของหยวนยังทำให้อัตราแลกเปลี่ยนยูโรดอลลาร์คงที่ในระบอบการปกครองแบบลอยตัว

ค่าเงินหยวนกับตลาดหุ้น

ข้อมูลจากรอยเตอร์ บ่งบอกได้ว่า ค่าเงินหยวนจะมีทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นจีน การแข็งค่าของเงินหยวนจะมีสถานะเป็น Risk On คือถ้าเงินหยวนแข็งค่า แปลว่า นักลงทุนพร้อมเสี่ยง

ลดค่าเงินหยวน

การลดค่าเงินไม่ใช่เรื่องใหม่ จากสหภาพยุโรปไปจนถึงประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศได้ลดค่าเงินของตนเป็นระยะ ๆ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจของตน อย่างไรก็ตามการลดค่าเงินของจีนอาจเป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากจีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกและมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่องค์กรขนาดใหญ่ดังกล่าวเกิดขึ้นกับภูมิเศรษฐกิจมหภาคมีผลกระทบที่สำคัญ

เมื่อสินค้าจีนมีราคาถูกลงเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกขนาดเล็กถึงขนาดกลางจำนวนมากอาจเห็นรายได้จากการค้าที่ลดลง หากประเทศเหล่านี้ถูกปลดหนี้และต้องพึ่งพาการส่งออกอย่างหนักประเทศของพวกเขาอาจประสบปัญหา ตัวอย่างเช่นเวียดนามบังกลาเทศและอินโดนีเซียพึ่งพาการส่งออกรองเท้าและสิ่งทออย่างมาก ประเทศเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบหากการลดค่าของจีนทำให้สินค้าถูกลงในตลาดโลก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเงินหยวน

ตั้งแต่ปี 2005 มูลค่าของเงินหยวนถูกตรึงไว้ที่ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่จีนดำเนินการเปลี่ยนจากการวางแผนจากส่วนกลางไปสู่เศรษฐกิจการตลาดและเพิ่มการมีส่วนร่วมในการค้าต่างประเทศเงินหยวนจึงถูกลดค่าลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมจีน

PMI

ตัวอย่างจากปี 2016 ตัวเลข PMI ลดลงเป็นเดือนที่ 5 ซึ่งบ่งชี้ว่าการผลิตในจีนเย็นลง กิจกรรมการผลิตเป็นสัญญาณสำคัญของประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ เดือนธันวาคมเป็นเดือนที่สิบติดต่อกันที่การผลิตในจีนหดตัวทำให้เกิดความกังวลว่าเศรษฐกิจของจีนไม่ได้อยู่ในระดับที่มั่นคงขึ้น ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ล่าสุดของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากจีนเป็นผู้บริโภคและผู้ผลิตโลหะรายใหญ่ที่สุดในโลก

และเมื่อ “เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก”ของจีนจึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด ความคลั่งไคล้ในการขายในปี 2016 นี้ได้รับแรงหนุนจากการสำรวจเอกชนล่าสุดเกี่ยวกับกิจกรรมในโรงงานรายงานเดือนธันวาคม 2015 โดย Caixin เกี่ยวกับการอ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของจีนซึ่งแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมการผลิตของจีนชะลอตัวลงอีกครั้งในเดือนธันวาคม 2015 เป็นการอ่าน PMI ที่ 48.2 – มีอะไรต่ำกว่า 50 แสดงถึงการชะลอตัว

อาถรรพ์เลข 7 กับการเคลื่อนไหวของ PBOC

ค่าเงินหยวนที่ USDCNH = 7 ถือว่าเป็นตัวเลขที่สำคัญมาก การป้องกันระดับ 7 สามารถช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในสกุลเงินและบรรเทาความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วของเงินหยวนหรือเงินหยวนแม้ในขณะที่ความสัมพันธ์ทางการค้ากับวอชิงตันทำให้การลดค่าการแข่งขันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับปักกิ่ง

PBOC เคยให้สัมภาษณ์ในปี 2017 ว่า การทำลาย USDCNH = 7 เป็นประโยชน์ต่อจีนเนื่องจากสามารถลดผลกระทบบางประการของการขึ้นภาษีได้ แต่ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของเงินหยวนของเราเป็นลบและเงินทุนจะไหลออก

PTT หวังปีนี้ฟื้นตาม ศก.-ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ

PTT หวังปีนี้ฟื้นตาม ศก.-ราคาน้ำมันมีเสถียรภาพ,ต่อยอดธุรกิจรับนวัตกรรมใหม่

บมจ.ปตท.(PTT)

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.(PTT) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้มีโอกาสดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา ตามภาวะเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวหลังมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ออกมาใช้ ผลักดันให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น และราคาน่าจะมีเสถียรภาพมากกว่าปีก่อน ส่งผลดีต่อการดำเนินงานเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบทั้งในส่วนของการขาดทุนสต็อกน้ำมัน และความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงฉุดมาร์จิ้นของธุรกิจแย่ลงด้วย

“ปีนี้เราก็หวังว่า (ผลการดำเนินงานดีขึ้น) ปีที่แล้วเราโดนหลายปัจจัยทั้ง stock loss ในช่วงแรก demand หาย มาร์จิ้นหาย ธุรกิจแย่ลง ปีนี้ดูแนวโน้ม demand กลับมาบางส่วน สภาพธุรกิจดีขึ้น ธุรกิจก็ฟื้นตามสภาพเศรษฐกิจ ธุรกิจของ ปตท.ไม่ใช่เฉพาะเศรษฐกิจประเทศ แต่เป็นเศรษฐกิจโลกด้วย ภาพรวมโลกฟื้น ไทยก็ฟื้น”นายอรรถพล กล่าว

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ปตท.ประเมินราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบปีนี้ที่ราว 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และไม่ผันผวนแรงเหมือนในปีที่แล้ว ภายใต้เงื่อนไขวัคซีนป้องกันโควิด-19 มีภาพชัดเจนในทางบวก และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) ยังคงร่วมมือลดกำลังการผลิตตามแผน และเศรษฐกิจที่เป็นลักษณะของการทยอยฟื้นตัว แต่คงยังไม่กลับไปเหมือนในช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ในปี 62 โดยเศรษฐกิจจะเป็นลักษณะการฟื้นตัวใน 3 ไม่ คือ 1. ไม่รวดเร็ว 2. ไม่ทั่วถึง เพราะบางกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างการท่องเที่ยว ก็น่าจะยังไม่ฟื้น ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมส่งออกอาหารไปได้ดี และ 3. ไม่แน่นอน ตราบใดที่ปริมาณการฉีดวัคซีนยังไม่มากพอ

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง อาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจต้นน้ำอย่าง PTTEP แต่ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจขั้นปลาย ในกลุ่มปิโตรเคมีที่รับก๊าซธรรมชาติ มาเป็นวัตถุดิบในการผลิต ทำให้ภาพรวมของ ปตท.มีความสมดุลในตัวเองอยู่แล้ว

ส่วนธุรกิจใหม่ ในกลุ่ม Digitalization มีความร่วมมือกับบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมด้านคลาวด์และดิจิทัล และล่าสุด ปตท.ได้จัดตั้งบริษัท เมฆาเทคโนโลยี จำกัด ให้บริการระบบสารสนเทศหลากหลายรูปแบบผ่านอินเทอร์เนต (Public Cloud) เช่น การให้บริการจัดเก็บข้อมูล ประมวลผล จัดการข้อมูลต่างๆ ให้แก่บริษัท องค์กรต่าง ๆ รวมถึงกลุ่ม ปตท.ด้วย

ธุรกิจในกลุ่มโลจิสติกส์ ยังอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบที่จะผลักดันการขยายตัว ล่าสุดลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ศึกษาโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งตู้สินค้าในท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) เป็นการศึกษาและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งภายใน ทลฉ.ในการรองรับและสนับสนุนแผนพัฒนา 3 โครงการหลักของ ทลฉ. ได้แก่ โครงการพัฒนา ทลฉ. ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับความต้องการการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต โครงการพัฒนาศูนย์การขนส่งตู้สินค้าทางรถไฟที่ ทลฉ. (Single Rail Transfer Operation : SRTO) เพื่อรองรับการขนส่งตู้สินค้าด้วยระบบรางที่ ทลฉ. และโครงการท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) เพื่อพัฒนาเส้นทางการเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับ ทลฉ.

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือกับ บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ในส่วนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ระยะที่ 3 (ท่าเทียบเรือ F) ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มโลจิสติกส์ด้วย ส่วนความร่วมมือกับ GULF ในโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) นั้นเบื้องต้นเป็นเรื่องของงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และยังมีโอกาสได้สิทธิเกี่ยวกับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ด้วย

นายอรรถพล กล่าวด้วยว่า สำหรับธุรกิจเดิมที่มีแผนถอนการลงทุนนั้น คงเหลือเพียงธุรกิจถ่านหินในอินโดนีเซียที่ยังดำเนินงานตามปกติแต่ไม่มีการขยายธุรกิจแล้ว ซึ่งไม่ปิดกั้นหากมีผู้สนใจยื่นข้อเสนอซื้อเข้ามาแต่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ufa

การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.)

ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2521 ซึ่งตรงกับระยะที่ทั่วโลกกำลังเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลน (วิกฤติการณ์น้ำมันโลกครั้งที่ 2 ) ปตท. จึงเริ่มต้นการดำเนินงานด้วยการจัดหาน้ำมันสนองความต้องการใช้ในประเทศให้เพียงพออย่างเร่งด่วน ภาระอันหนักหน่วงดังกล่าวได้เป็นแรงสนับสนุนให้ ปตท. มุ่งจัดหาปิโตรเลียมจากแหล่งในประเทศเพิ่มเติม เป็นผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองทางด้านพลังงานได้ในระดับหนึ่ง ลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

บริษัท ปตท. จำกัด ( มหาชน ) หรือ ปตท. จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 โดยการแปลงสภาพ จากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย โดยรับโอนกิจการ สิทธิ หนี้ ความรับผิด สินทรัพย์ และพนักงานทั้งหมด ภายใต้พระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2542 ปตท. มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 2,000 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท โดยได้ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก ในวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2544 และมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ดอลล์อ่อนลดลง 0.40% นลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยรับความหวังสหรัฐกระตุ้นศก.

เงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนลดลง 0.40% นลท.ขายสกุลเงินปลอดภัยรับความหวังสหรัฐกระตุ้นศก.

เงินนิวยอร์ก

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) โดยนักลงทุนเทขายดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะเร่งออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน หลังจากตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานยังคงอยู่ในระดับที่สูงมาก

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.40% แตะที่ 90.1200 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 103.51 เยน จากระดับ 103.53 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8852 ฟรังก์ จากระดับ 0.8898 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2628 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2643 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2159 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2107 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3725 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3645 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 0.7761 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7744 ดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนคาดการณ์ว่า ข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอของสหรัฐจะผลักดันให้คณะบริหารของปธน.ไบเดนเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกอยู่ที่ระดับ 900,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 16 ม.ค. ซึ่งแม้ว่าลดลง 26,000 รายจากสัปดาห์ก่อนหน้า แต่ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าระดับ 665,000 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ทำไว้ในช่วงปี 2550-2552 ซึ่งขณะนั้นเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่

ทั้งนี้ ปธน.โจ ไบเดนได้นำเสนอมาตรการ “American Rescue Plan” วงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมถึงการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากระดับ 7.25 ดอลลาร์/ชั่วโมงในปัจจุบัน สู่ระดับ 15 ดอลลาร์, การเพิ่มวงเงินในการส่งเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันเป็นคนละ 2,000 ดอลลาร์ จากเดิมที่ได้คนละ 600 ดอลลาร์ และเพิ่มวงเงินช่วยเหลือคนตกงานเป็น 400 ดอลลาร์/สัปดาห์ โดยจะขยายโครงการช่วยเหลือดังกล่าวไปจนถึงสิ้นเดือนก.ย.

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านพุ่งขึ้น 5.8% ในเดือนธ.ค. สู่ระดับ 1.669 ล้านยูนิต สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.560 ล้านยูนิต จากระดับ 1.547 ล้านยูนิตในเดือนพ.ย.

ส่วนในคืนนี้ ทางการสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. และมาร์กิตเตรียมเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนม.ค.ของสหรัฐ ufa

ดอลลาร์สหรัฐ (อังกฤษ: United States dollar; ในเอกสารเก่าอาจพบการใช้ เหรียญสหรัฐ) เป็นสกุลเงินของประเทศสหรัฐอเมริกา และยังใช้เป็นสกุลเงินสำรองในหลายประเทศทั่วโลก[1] รหัสสากลคือ ISO 4217 ใช้ตัวย่อว่า USD และสัญลักษณ์ $ โดย 1 ดอลลาร์สหรัฐมีค่าเท่ากับ 31.19 บาท (อัตราแลก-เปลี่ยน ณ วันที่ 13 ส.ค. 15:00 UTC)

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งที่ใช้หน่วยเงิน ดอลลาร์ เป็นสกุลเงินประจำชาติ และยังมีประเทศอื่นที่มีเงินดอลลาร์เช่นกัน แต่ใช้ชื่อเรียกอื่น เช่น ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์ฮ่องกง ดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐ ยังเป็นสกุลเงินหลักในหลายประเทศ[2] และในบางประเทศถึงแม้ว่าดอลลาร์สหรัฐไม่ใช่สกุลเงินหลัก แต่ยังมีการยอมรับในการใช้จ่ายสินค้าทั่วไป

ชื่อเล่นที่ชาวอเมริกันเรียก 1 เซนต์ ว่า “เพนนี” (penny), 5 เซนต์ ว่า “นิกเกิล” (nickel), 10 เซนต์ ว่า “ไดม์” (dime), 25 เซนต์ ว่า “ควอเตอร์” (quarter), 1 ดอลลาร์สหรัฐ ว่า “บั๊ก (ภาษาสแลง, ภาษาพูด)” (buck) และเรียก หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ ว่า แกรนด์ (grand)

ฮ่องกง – ไทย ร่วมลงนามข้อตกลง โครงการ HK-TH MRF

ฮ่องกง – ไทย ร่วมลงนามข้อตกลงเปิดการเสนอขายกองทุนรวมระหว่างกันภายใต้กรอบ HK-TH MRF

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ Securities and Futures Commission (SFC) ฮ่องกง ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 เพื่อเตรียมเปิดการเสนอขายกองทุนรวมระหว่างฮ่องกงและไทยแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ในช่วงไตรมาสสองของปี 2564

โครงการจัดการลงทุนระหว่างเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและไทย (Mutual Recognition of Funds between Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China and Thailand : HK-TH MRF) เป็นความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในการเสนอขายหน่วยลงทุนระหว่างฮ่องกงและไทย รวมทั้งช่วยเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจไทยในเวทีสากล และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนไทย โดยเป็นโครงการที่ใช้แนวทางการยอมรับมาตรฐานหน่วยลงทุนซึ่งกันและกัน (Mutual Recognition) ด้านกองทุนรวมเป็นโครงการแรกของไทยด้วย

นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า “โครงการ HK-TH MRF เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือแบบทวิภาคีระหว่างฮ่องกงและไทย ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางความร่วมมือด้านตลาดทุนตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้ร่วมลงนามไปเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 รวมถึงเป็นผลสืบเนื่องจากการหารือระหว่างผู้บริหารระดับสูงของ ก.ล.ต. และ SFC เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2562 โดยโครงการ HK-TH MRF จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงด้านตลาดทุนที่ทั้งสองหน่วยงานมีข้อตกลงร่วมกันที่จะลดระยะเวลาการพิจารณาคำขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมฟีดเดอร์ที่เสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปภายในประเทศทันที โดยต้องลงทุนในกองทุนรวมที่มีลักษณะเป็นไปตามข้อตกลงภายใต้โครงการ HK-TH MRF (MRF-eligible master fund) ซึ่งถือว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์การลงทุนที่แต่ละหน่วยงานกำหนด ทั้งนี้ กองทุนรวมดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาคำขออนุมัติจัดตั้งโดยเร็ว (expedited review)” ufa

ดาวโจนส์ปิดบวก 116.26 จุด ขานรับเยลเลนหนุนมาตรการกระตุ้นศก.

หุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 116.26 จุด ขานรับเยลเลนหนุนมาตรการกระตุ้นศก.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (19 ม.ค.) หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ว่าที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ที่นำเสนอโดยนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมกับเรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสผลักดันให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงโกลด์แมน แซคส์

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 30,930.52 จุด เพิ่มขึ้น 116.26 จุด หรือ + 0.38% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,798.91 จุด เพิ่มขึ้น 30.66 จุด หรือ +0.81% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,197.18 จุด เพิ่มขึ้น 198.68 จุด หรือ +1.53%

นางเยลเลนได้แถลงต่อคณะกรรมการด้านการเงินของวุฒิสภาสหรัฐเมื่อคืนนี้ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่นำเสนอโดยนายไบเดนนั้น จะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าที่จะทำให้เศรษฐกิจเผชิญกับความเสี่ยงด้านหนี้สิน พร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสดำเนินการเพิ่มขึ้นอีก มิฉะนั้นเศรษฐกิจสหรัฐจะเผชิญกับการถดถอยที่ยาวนานและรุนแรงกว่า และอาจได้รับความเสียหายในระยะยาว

นักวิเคราะห์จากบริษัทสปาร์ทัน แคปิตอล ซิเคียวริตีส์ในนิวยอร์ก กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่านางเยลเลนสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของนายไบเดน และการที่เธอเรียกร้องให้สภาคองเกรสดำเนินการมากขึ้นนั้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มอีก อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะต้องจับตาคือภาระหนี้สินที่รัฐบาลต้องแบกรับในอนาคต รวมทั้งปัญหาการขาดดุลงบประมาณ

หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้น นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 2.08% หลังจากราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นขานรับความหวังในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 2.65% หุ้นเอ็กซอน โมบิล พุ่งขึ้น 1.98% หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ บวก 1.95%

นักลงทุนขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยโกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยกำไรในไตรมาส 4/2563 ที่ระดับ 12.08 ดอลลาร์/หุ้น ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.47 ดอลลาร์/หุ้น ขณะที่แบงก์ ออฟ อเมริกา เปิดเผยกำไร 59 เซนต์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 55 เซนต์/หุ้น ufa

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 0.14 จุด  ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนขยายตัว

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 0.14 จุด  ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนขยายตัว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกเล็กน้อยเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดตลาดที่ระดับ 3,596.36 จุด เพิ่มขึ้น 0.14 จุด หรือ +0.003%

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานวานนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน ขยายตัว 2.3% ในปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดว่า GDP จีนจะขยายตัวเกินหลัก 2% โดยแม้ว่าจะขยายตัวไม่มากนัก แต่คาดว่าจีนจะเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศเดียวที่มีการขยายตัวในปี 2563 ในขณะที่ประเทศมหาอำนาจรายอื่นๆ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ufa

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 0.38 จุด ตามหุ้นเอเชียขานรับแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวกเล็กน้อยเพิ่มขึ้น 0.38 จุด ตามหุ้นเอเชียขานรับแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกในวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นขานรับการที่นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,566.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.38 จุด หรือ +0.01% ufa

แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นขึ้นทดสอบ 1,550 ครั้งที่ 3 หากไม่ผ่านระวังปรับฐาน

หุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าลุ้นขึ้นทดสอบ 1,550 ครั้งที่ 3 หากไม่ผ่านระวังปรับฐาน

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวขึ้นได้ในกรอบจำกัดหลังจากที่ขึ้นทดสอบแนว 1,550 จุดถึง 2 รอบแล้วยังไม่ผ่าน หากขึ้นทดสอบ ครั้งที่ 3 แล้วยังไม่ผ่านก็มีโอกาสปรับฐาน จึงต้องระวัง

ภาพโดยรวมของตลาดฯวันนี้ก็คงจะเป็นลักษณะของการแกว่งไซด์เวย์ทั้งในแดนบวก-ลบ คล้ายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้เคลื่อนไหวไซด์เวย์ทั้งในแดนบวก-ลบ ขณะที่ดาวโจนส์แกว่งแคบ ต่างจับตาการเมืองในสหรัฐฯหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แล้ว และจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯโดยนายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่ เตรียมประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในวันนี้เพื่อเยียวยาชาวสหรัฐและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ กล่าวเตือนว่า ตลาดหุ้นและพันธบัตรของสหรัฐอาจปรับฐานอย่างรุนแรงในไม่ช้าหลังขึ้นไปมาก และสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ยังมีอยู่ โดยทางฝ่ายวิจัย CGS-CIMB มองว่าสัปดาห์หน้าตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับฐาน หลังจากที่ดัชนีฯได้ขึ้นเกินเป้าหมายปีนี้ที่มองไว้ 1,520 จุด และยังเกินกว่าที่สมาคมนักวิเคราะห์ฯได้มองเป้าดัชนีฯปีนี้ไว้ที่ 1,559 จุด แม้สภาพคล่องยังมีอยู่มากแต่ก็เริ่มเห็นการสลับขายออกมาบ้างแล้วจากกองทุน ufa

ฟิล์มกรองแสง 3เอ็ม รุ่น ไพรเวซี่ พลัซ ฟิล์มดำเข้มสวย ไร้เงาสะท้อน

ฟิล์มกรองแสง 3เอ็ม รุ่น ไพรเวซี่ พลัซ

ฟิล์มดำเข้มสวย ไร้เงาสะท้อน เข้มนอกสว่างในตัวจริง

ฟิล์มกรองแสง 3เอ็ม รุ่น ไพรเวซี่ พลัส ฟิล์มดำเข้มสวยหรูที่พัฒนาด้วย นาโนเทคโนโลยีจาก 3เอ็มเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยุคใหม่ ที่ต้องการสร้างพื้นที่ส่วนตัวภายในรถยนต์ อัพเกรดความเข้มที่เหนือกว่า ด้วยนาโนแบล็คคาร์บอน ที่ใช้เทคนิคการลงโมเลกลเม็ดสีดำพิเศษ ให้ความเป้นส่วนตัวด้วยสีดำสนิทที่เป็นสีดำธรรมชาติ ให้ลุคที่สวยเข้มเคลียร์ ไม่หลอกตาช่วยลดเงาสะท้อนทั้งภายนอกภายใน มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ในการขับขี่ทั้งกลางวันกลางคืน ซึ่งนอกจากจะให้ความเป็นส่วนตัวแล้ว ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีและลดความร้อนจากแสงสว่าง ที่ส่องเข้ามาได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ไม่มีส่วนผสมของไอโลหะ จึงไม่รบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ฟิล์มติดรถยนต์เชียงใหม่