ดาวโจนส์ปิดลบ 205.49 จุด วิตกมาตรการกระตุ้นศก.ไม่คืบหน้า

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 205.49 จุด วิตกมาตรการกระตุ้นศก.ไม่คืบหน้า

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในประเด็นการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐที่ปรับตัวลงในเดือนก.ค. รวมทั้งผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดตลาดร่วงลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,379.28 จุด ลดลง 205.49 จุด หรือ -0.77% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,218.44 จุด ลดลง 20.97 จุด หรือ -0.65% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,402.09 จุด ลดลง 134.18 จุด หรือ -1.27%

ตลาดได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐ โดยนายมิตช์ แมคคอนเนล ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยระบุว่า มาตรการฉบับใหม่นี้จะมุ่งเน้นในการช่วยเหลือเด็กๆให้กลับเข้าเรียนในโรงเรียนอีกครั้ง และช่วยเหลือพนักงานให้สามารถกลับเข้าทำงาน อีกทั้งปกป้องบริษัทเอกชนไม่ให้ถูกฟ้องร้องทางกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สิน

อย่างไรก็ดี พรรคเดโมแครตได้คัดค้านข้อเสนอการปกป้องบริษัทเอกชนไม่ให้ถูกฟ้องร้องทางกฎหมายเกี่ยวกับหนี้สิน ในขณะที่นายแมคคอนเนลยืนกรานว่า เขาจะไม่ยื่นร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับนี้ต่อวุฒิสภาหากไม่รวมข้อเสนอดังกล่าวเอาไว้ด้วย นอกจากนี้ ทั้งสองพรรคยังมีความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับวงเงินช่วยเหลือผู้ว่างงาน โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้รักษาวงเงินดังกล่าวเอาไว้ที่ระดับ 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ แต่พรรครีพับลิกันต้องการให้ปรับลดลงมาอยู่ที่ 200 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ สภาคองเกรสสหรัฐมีเวลาอีกไม่นานก่อนที่โครงการช่วยเหลือคนว่างงานจำนวน 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ก.ค.นี้

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบหลังจากคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 92.6 ในเดือนก.ค. จากระดับ 98.3 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.5 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รวมถึงสถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดบวก 367.68 จุด นลท.คาดหวังสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 367.68 จุด นลท.คาดหวังสหรัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่าสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นเพื่อจำกัดความเสียหายจากผลกระทบของโรคโควิด-19 และนักลงทุนรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ ซึ่งคาดว่าผู้กำหนดนโยบายของเฟดจะยังคงแสดงท่าทีในการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.42% ปิดที่ 367.68 จุด

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,129.26 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด หรือ +0.40% ขณะที่ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,835.28 จุด ลดลง 3.38 จุด หรือ -0.03% และดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,928.94 จุด ลดลง 10.68 จุด หรือ -0.22%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังว่า สหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในไม่ช้านี้ ก่อนที่โครงการช่วยเหลือคนว่างงานจำนวน 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ก.ค.นี้

นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้แรงหนุนจากการทำข้อตกลงของสหภาพยุโรป (EU) ที่จะออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนในการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากโรคโควิด-19 และความหวังเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคดังกล่าว อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดบวก 24.38 จุด ขานรับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 24.38 จุด ขานรับความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่า สหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ในเร็วๆ นี้ และรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพุธนี้ ซึ่งคาดว่าเฟดจะยังคงส่งสัญญาณสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,129.26 จุด เพิ่มขึ้น 24.38 จุด หรือ +0.40%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้น เนื่องจากบรรดานักลงทุนมีความหวังว่าสหรัฐจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่วงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเร็วๆ นี้ ก่อนที่โครงการช่วยเหลือคนว่างงานจำนวน 600 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ก.ค.นี้

นอกจากนี้ นักลงทุนคาดว่า เฟดจะยังคงแสดงจุดยืนในการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐด้วยการดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินต่อไปในการประชุมวันอังคารและพุธนี้

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั่วโลก และความหวังเกี่ยวกับการพัฒนาวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ได้ช่วยหนุนตลาดด้วย อ่านเพิ่มเติม

ดอลลาร์ปรับตัวผันผวนเพิ่มขึ้น 0.02% ขณะนักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลลาร์ปรับตัวผันผวนเพิ่มขึ้น 0.02% ขณะนักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด

ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวผันผวนในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 ก.ค.) โดยดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับยูโร แต่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ตามเวลาไทย

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.09 เยน จากระดับ 105.38 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9174 ฟรังก์ จากระดับ 0.9203 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์ทรงตัวเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3360 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1721 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1749 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2943 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2870 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7161 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7141ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.02% สู่ระดับ 93.6955

นักลงทุนจับตาผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธที่ 29 ก.ค.ตามเวลาสหรัฐ หรือในช่วงเช้าตรู่ของวันพฤหัสบดีที่ 30 ก.ค.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมครั้งนี้ และคาดว่าเฟดจะยืนยันการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวในช่วงหลายปีข้างหน้า

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ คอนเฟอเรนซ์ บอร์ด ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 92.6 ในเดือนก.ค. จากระดับ 98.3 ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 94.5 โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและในช่วง 6 เดือนข้างหน้า รวมถึงสถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน อ่านเพิ่มเติม

นิกเกอิเปิดลบ 113.49 จุด เหตุผลประกอบการอ่อนแอ

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 113.49 จุด เหตุผลประกอบการอ่อนแอ,เยนแข็งถ่วงตลาด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังกับการเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอของบริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่น และเงินเยนที่แข็งค่ากดดันหุ้นกลุ่มส่งออก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ 22,543.89 จุด ลดลง 113.49 จุด หรือ -0.50%

หุ้นลบเช้านี้นำโดยกลุ่มขนส่งทางอากาศ, กลุ่มเหล็กและเหล็กกล้า และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อ่านเพิ่มเติม

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาเฟด , โควิด

บอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวไร้ทิศทาง นักลงทุนจับตาเฟด , โควิด , ความสัมพันธ์สหรัฐ – จีน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวไร้ทิศทางในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างสหรัฐและจีน รวมทั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ณ เวลา 00.09 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 0.594% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวลงสู่ระดับ 1.228%

ราคาพันธบัตร และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะปรับตัวในทิศทางตรงกันข้ามกัน

กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงในวันนี้ว่า จีนได้เข้ายึดสถานกงสุลสหรัฐในเมืองเฉิงตูแล้ว หลังจากที่ได้สั่งให้สหรัฐปิดสถานกงสุลดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐสั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน พร้อมกับกล่าวหาว่าจีนได้ทำการจารกรรมข้อมูลลับของสหรัฐ

นอกจากนี้ สหรัฐและจีนยังมีความขัดแย้งในหลากหลายประเด็น ได้แก่ การค้า สถานการณ์ในฮ่องกงและทะเลจีนใต้ รวมทั้งที่มาของไวรัสโควิด-19 อ่านเพิ่มเติม

ดาวโจนส์ปิดบวก 114.88 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 114.88 จุด รับแรงซื้อหุ้นเทคโนฯ , จับตาสหรัฐออกมาตรการหนุนศก.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่ในกลุ่ม FAANG (เฟซบุ๊ก,แอปเปิล,อเมซอน,เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล) ขณะที่นักลงทุนจับตาการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ของสหรัฐ รวมทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,584.77 จุด เพิ่มขึ้น 114.88 จุด หรือ +0.43% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,239.41 จุด เพิ่มขึ้น 23.78 จุด หรือ +0.74% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 10,536.27 จุด เพิ่มขึ้น 173.09 จุด หรือ +1.67%

นักวิเคราะห์จากบริษัทคอนนิง ในรัฐคอนเน็กติกัต กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอย่างคึกคัก และคาดว่าหุ้นกลุ่มดังกล่าวจะปรับตัวสูงขึ้นอีก เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะเติบได้มากกว่าบริษัทกลุ่มอื่นๆ ในช่วงเวลาที่สหรัฐยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีในกลุ่ม FAANG ดีดตัวขึ้นถ้วนหน้า โดยหุ้นเฟซบุ๊ก เพิ่มขึ้น 1.21% หุ้นแอปเปิล พุ่งขึ้น 2.37% หุ้นอเมซอน ดีดขึ้น 1.54% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ทะยานขึ้น 3.16% หุ้นอัลฟาเบท เพิ่มขึ้น 1.41% ส่วนหุ้นตัวอื่นๆในกลุ่มเทคโนโลยีนั้น หุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ เพิ่มขึ้น 1.7% หุ้น Nvidia พุ่งขึ้น 2.23%

หุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวขึ้น โดยหุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอร์แรน พุ่งขึ้น 3.35% หุ้นอัลโค คอร์ป พุ่งขึ้น 3.84% หุ้นวัลแคน มาเทเรียลส์ บวก 0.75%

หุ้นบริษัท Moderna ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐ พุ่งขึ้น 9.15% หลังจากทางบริษัทได้รับเงินทุนจากรัฐบาลสหรัฐเพิ่มเติมอีก 472 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยสนับสนุน Moderna ในการดำเนินโครงการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในเฟส 3 ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวานนี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้รับเงินทุนจากรัฐบาลจำนวน 483 ล้านดอลลาร์ในเดือนเม.ย.

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มธุรกิจเรือสำราญร่วงลงเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยหุ้นคาร์นิวัล คอร์ป ร่วงลง 7.1% หุ้นนอร์วีเจียน ครูซ ไลน์ โฮลดิ้งส์ ดิ่งลง 7%, และหุ้นรอยัล แคริบเบียน ร่วงลง 3%

นักลงทุนจับตาการเจรจาระหว่างทำเนียบขาวและสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ โดยคาดว่าจะมีวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่โครงการช่วยเหลือคนว่างงานจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ก.ค.นี้ อ่านเพิ่มเติม

หุ้นยุโรปปิดลบที่ 366.15 จุด  วิตกผลกระทบโควิด , ข้อพิพาทสหรัฐ-จีน

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบที่ 366.15 จุด  วิตกผลกระทบโควิด , ข้อพิพาทสหรัฐ-จีน

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการแพร่ระบาดอย่างหนักของไวรัสโควิด-19 และข้อพิพาทระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเดินทางร่วงลง หลังจากรัฐบาลอังกฤษประกาศมาตรการกักตัวประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศสเปน หลังจากยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสเปนเพิ่มขึ้น

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 1.14% ปิดที่ 366.15 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดที่ 4,939.62 จุด ลดลง 16.81 จุด หรือ -0.34% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,104.88 จุด ลดลง 18.94 จุด หรือ -0.31% ส่วนดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,838.66 จุด เพิ่มขึ้น 0.60 จุด หรือ +0.00%

หุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเดินทางร่วงลง โดยหุ้นอินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ร่วงลง 8% หุ้นลุฟต์ฮันซา ร่วงลง 5% หุ้นไรอันแอร์ ดิ่งลง 3.8% หุ้นอีซี่เจ็ท ร่วงลง 7.9% หุ้น TUI ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติเยอรมนี ดิ่งลงกว่า 11%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเหมืองแร่พุ่งขึ้นหลังจากราคาทองคำและโลหะเงินทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้นเฟรสนิลโล พุ่งขึ้นกว่า 7% หุ้นอันโตฟากัสตา ทะยานขึ้นกว่า 3% หุ้นโพลีเมทัล อินเตอร์เนชันแนล พุ่งขึ้นกว่า 7%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีดีดตัวสู่ระดับ 90.5 ในเดือนก.ค. จากระดับ 86.3 ในเดือนมิ.ย. โดยดัชนีดังกล่าวปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์  อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดลบ 18.94 จุด หลังหุ้นกลุ่มสายการบินร่วงหนัก

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดลบ 18.94 จุด หลังหุ้นกลุ่มสายการบินร่วงหนัก

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มธุรกิจเดินทาง หลังจากรัฐบาลอังกฤษประกาศมาตรการกักตัวประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศสเปน หลังจากยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสเปนเพิ่มขึ้น

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,104.88 จุด ลดลง 18.94 จุด หรือ -0.31%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นยุโรปที่ร่วงลงเมื่อคืนนี้ เนื่องจากหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการที่รัฐบาลอังกฤษมีคำสั่งให้ตัวประชาชนที่เดินทางกลับจากประเทศสเปนเป็นเวลา 14 วัน หลังจากยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสเปนเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ หุ้นอินเตอร์เนชันแนล แอร์ไลน์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสายการบินบริติช แอร์เวย์ส ร่วงลง 8% หุ้นไรอันแอร์ ดิ่งลง 3.8% หุ้นอีซี่เจ็ท ร่วงลง 7.9% หุ้น TUI ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติเยอรมนี ดิ่งลงกว่า 11%

อย่างไรก็ดี หุ้นกลุ่มเหมืองแร่พุ่งขึ้นหลังจากราคาทองคำและโลหะเงินทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้นเฟรสนิลโล พุ่งขึ้นกว่า 7% หุ้นอันโตฟากัสตา ทะยานขึ้นกว่า 3% หุ้นโพลีเมทัล อินเตอร์เนชันแนล พุ่งขึ้นกว่า 7% อ่านเพิ่มเติม

ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.82% วิตกโควิดกระทบศก.

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนเทียบสกุลเงินหลักลดลง 0.82% วิตกโควิดกระทบศก. – จับตาประชุมเฟด

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ก.ค.) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.82% สู่ระดับ 93.6738

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.38 เยน จากระดับ 106.01 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9203 ฟรังก์ จากระดับ 0.9222 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3360 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3422 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1749 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1635 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2870 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2788 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7141 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7094 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐเป็นไปอย่างล่าช้า โดยข้อมูลล่าสุดจาก Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า สหรัฐติดอันดับ 1 ของโลกทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และผู้เสียชีวิต โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 4,370,000 ราย เสียชีวิตเกือบ 150,000 ราย

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้ใกล้แตะระดับ 16.5 ล้านราย และยอดผู้เสียชีวิตเกินกว่า 650,000 ราย

สกุลเงินยูโรได้รับแรงหนุนหลังจาก Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีดีดตัวสู่ระดับ 90.5 ในเดือนก.ค. จากระดับ 86.3 ในเดือนมิ.ย. โดยดัชนีดังกล่าวปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ อ่านเพิ่มเติม