หุ้นยุโรปปิดพุ่ง 368.92 จุด ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเร็วกว่าคาด

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดพุ่ง 368.92 จุด ขานรับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวเร็วกว่าคาด

ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 มิ.ย.) แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลทั่วโลกที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วกว่าคาดหลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

ดัชนี Stoxx Europe 600 พุ่งขึ้น 2.54% ปิดที่ 368.92 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,022.38 จุด เพิ่มขึ้น 163.41 จุด หรือ +3.36%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,487.36 จุด เพิ่มขึ้น 466.08 จุด หรือ +3.88% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,382.41 จุด เพิ่มขึ้น 162.27 จุด หรือ +2.61%

ตลาดหุ้นยุโรปปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค. เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นท่ามกลางความหวังเกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วกว่าคาด โดยประเทศต่างๆ ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดลงแล้ว หลังสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลายลง  อ่านเพิ่มเติม

ฟุตซี่ปิดพุ่ง 162.27 จุด หลังสหรัฐและจีนเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาด

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดพุ่ง 162.27 จุด ขานรับความหวังเศรษฐกิจฟื้นตัว

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 มิ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐและจีนซึ่งเป็นสองประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ดีเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องหลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,382.41 จุด พุ่งขึ้น 162.27 จุด หรือ +2.61%

ตลาดหุ้นลอนดอนได้รับปัจจัยหนุนหลังจากสหรัฐและจีนเปิดเผยข้อมูลดัชนีภาคบริการเพิ่มขึ้นเกินคาด ซึ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจได้ฟื้นตัวขึ้นแล้วจากผลกระทบของโรคโควิด-19 โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 45.4 ในเดือนพ.ค. หลังจากดิ่งลงแตะ 41.8 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นการหดตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2552 และเป็นการหดตัวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2552 โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีภาคบริการของสหรัฐอาจดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 44.0 ในเดือนพ.ค.

ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีนซึ่งมาร์กิตจัดทำร่วมกับไฉซิน อยู่ที่ระดับ 55 ในเดือนพ.ค. พุ่งขึ้นจากระดับ 44.4 ในเดือนเม.ย. โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่ฟื้นตัวขึ้นหลังจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีนเริ่มลดน้อยลง อ่านเพิ่มเติม

โรลส์-รอยซ์ เสนอภาพยนตร์ชุด‘Inspiring Greatness’ กับ คอรี ริชาร์ดส์

โรลส์-รอยซ์ เสนอภาพยนตร์ชุด‘Inspiring Greatness’ กับ คอรี ริชาร์ดส์

ในภาพยนตร์ตอนล่าสุดของซีรีย์ ‘Inspiring Greatness’ (การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อความยิ่งใหญ่) ที่อำนวยการผลิตโดย โรลส์-รอยซ์ เราได้พูดคุยกับคอรี ริชาร์ดส์ (Cory Richards) นักสำรวจและช่างภาพยอดฝีมือจากนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟิก (National Geographic) การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อความยิ่งใหญ่คือหัวใจของโรลส์-รอยซ์ เริ่มตั้งแต่การรังสรรค์ยนตรกรรมแต่ละคันด้วยฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ ณ ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศในการผลิตยนตรกรรมลักซ์ชัวรีระดับโลก (Global Centre of Luxury Manufacturing Excellence) ไปจนถึงการสร้างแอปพลิเคชัน ‘วิสเปอร์ส’ (Whispers) เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจสู่ความยิ่งใหญ่ให้กับลูกค้าทั่วโลก

ภาพยนตร์ตอนล่าสุดนี้จะพาเราไปสำรวจแนวคิดของริชาร์ดส์ เกี่ยวกับความกล้าที่จะเสี่ยง และการเพียรพยายามสู่ความสมบูรณ์แบบที่เขารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดึงดูดตัวเขาและโรลส์-รอยซ์ เข้าหากัน ตั้งแต่ชีวิตวัยเด็กที่ยากลำบาก ไปจนถึงการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์โดยไม่ใช้ออกซิเจน ริชาร์ดส์เลือกทางเดินชีวิตที่ต่างจากคนทั่วไป ฝีมือการถ่ายภาพของเขาทำให้ได้ท่องไปทั่วโลก ตั้งแต่ยอดเขาที่ยังไม่เคยมีผู้ใดเคยปีนถึงในแอนตาร์กติกา เทือกเขาหิมาลัยของเนปาล ไปจนถึงพื้นที่สงครามที่ถูกลืมเลือนของแองโกลา ยูกันดา และปากีสถาน ช่วงปี 2554 เขาได้ปีนเขาแกเชอร์บรูม 2 (Gasherbrum II) ในปากีสถาน และกลายเป็นชาวอเมริกันคนเดียว และหนึ่งในมนุษย์ไม่กี่คนที่ปีนเขาสูง 8,000 เมตรในฤดูหนาว ในการปีนครั้งนี้ เขารอดชีวิตจากการถูกหิมะถล่มใส่ในช่วงขาลง และได้ถ่ายภาพตนเองหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาได้ไม่นานจนกลายเป็นที่กล่าวขานในเวลาต่อมา

ช่วงปี 2561 ริชาร์ดส์ได้เข้าร่วมโครงการ ‘The Final Challenge’ ที่ติดตามการเดินทางของเขาไปยังพื้นที่ห่างไกลที่สุดของสกอตแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหรัฐอเมริกา ด้วยโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ลายพราง ที่ต้องเผชิญบททดสอบอย่างหนักหน่วง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นในท้ายที่สุดว่า คัลลิแนน มีสมรรถนะล้ำเลิศ สามารถบุกตะลุยภูมิประเทศได้ทุกรูปแบบ ริชาร์ดส์ได้บันทึกเรื่องราวการเดินทางสุดท้าทายนี้ไปพร้อมๆ กับ คัลลิแนน ที่เอาชนะบททดสอบครั้งสุดท้าย ก่อนการเปิดตัวบนเวทีโลกช่วงเดือนพฤษภาคม 2561  อ่านเพิ่มเติม

‘จอร์จ ดับเบิลยู บุช’กังวลเหตุจลาจลในสหรัฐ เพราะประชาชนพากันออกมาประท้วง

‘ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ’ กังวลเหตุจลาจลในสหรัฐ ชี้การปล้นสะดมไม่ได้แสดงออกถึงเสรีภาพ

นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับการประท้วงที่ลุกลามจนกลายเป็นเหตุการณ์จลาจลในสหรัฐ อันเนื่องมาจากประชาชนจำนวนมากพากันประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับนายจอร์จ ฟลอยด์ ชาวผิวสีที่ถูกตำรวจล็อกคอจนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต

นายบุช ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นใดๆหลังจากครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2552 กล่าวว่า เขาและนางลอรา บุช อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ รู้สึกไม่พอใจเกี่ยวกับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเหยียดเชื้อชาติ แต่การประท้วงที่ลุกลามจนกลายเป็นเหตุการณ์จลาจลและการปล้มสะดมในขณะนี้ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเช่นกัน

“การปล้นสะดมไม่ใช่การแสดงออกถึงเสรีภาพ และการทำลายล้างก็ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่มันกำลังทำให้ทุกอย่างกลายเป็นโศกนาฎกรรม”  อ่านเพิ่มเติม

Wing Shing Vincent LEUNG เข้าซื้อหุ้น NINE ราว 16.40%

Wing Shing Vincent LEUNG เข้าซื้อหุ้น NINE ราว 16.40%

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบรายงานการได้มาหุ้นของ บมจ.เนชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็ดดูเทนเมนท์ (NINE) โดย นาย Wing Shing Vincent LEUNG ซึ่งเป็นการได้มา เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2563 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มา คิดเป็น 16.4022% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มา คิดเป็น 16.4022% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ อ่านเพิ่มเติม

บลจ.บัวหลวง เก็บหุ้น SPA เข้าพอร์ตอีก 0.1898% ส่งผลถือเพิ่มเป็น 10.1076%

บลจ.บัวหลวง เก็บหุ้น SPA เข้าพอร์ตอีก 0.1898% ส่งผลถือเพิ่มเป็น 10.1076%

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแบบรายงานการได้มาหุ้นของ บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป (SPA) โดย บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง จำกัด ซึ่งเป็นการได้มา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 จำนวนหลักทรัพย์ที่ได้มา คิดเป็น 0.1898% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มา คิดเป็น 10.1076% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ  อ่านเพิ่มเติม

VGI หนุนกำไรสุทธิในปี 62/63 ของกลุ่มบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 35.6%

VGI ผลงานปี 62/63 นิวไฮรับธุรกิจ VGI Digital Lab มองโควิดยังกระทบปี 63/64

นายเนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.วีจีไอ (VGI) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 62/63 (เม.ย.62-มี.ค.63) บริษัทมีรายได้รวม 4,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิสูงที่สุดในประวัติการณ์ที่ 1,424 ล้านบาท โดยธุรกิจใหม่VGI Digital Lab สร้างผลงานโดดเด่นเกินเป้าหมาย ผลักดันการเติบโตในส่วนบริการด้านดิจิทัลสูงถึง 117.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน หนุนให้อัตรากำไรสุทธิในปี 62/63 ของกลุ่มบริษัท เพิ่มขึ้นเป็น 35.6%

ปีนี้ผลการดำเนินงานของบริษัท จะคำนวณจากการเปลี่ยนแปลงประเภทการลงทุนในบมจ.มาสเตอร์ แอด (MACO) จากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2563 ดังนั้น รายได้จากสื่อโฆษณากลางแจ้งที่ MACO ทำการบริหารโดยตรง และรายได้จากกลุ่มทรานซ์.แอด ที่บันทึกภายใต้ธุรกิจบริการด้านดิจิทัลในปี 61/62 จะถูกปรับปรุงออกจากงบกำไรขาดทุน โดยในอนาคตบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไร (ขาดทุน) จากการลงทุนจาก MACO เท่านั้น

สำหรับผลการดำเนินงานของ ธุรกิจสื่อโฆษณา มีรายได้ลดลง 7.6% จากปีก่อน คิดเป็น 71.2% ของรายได้รวมหรือ 2,848 ล้านบาท ปัจจัยลดลงส่วนใหญ่มาจากการปรับปรุงสื่อโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นแบบดิจิทัล และอัตราการใช้สื่อที่น้อยลง นอกจากนี้การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่ต้นปี 63 ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณาจากการที่หลาย ๆ บริษัทหันมาพิจารณาชะลอการใช้งบโฆษณามากขึ้น

ส่วนธุรกิจบริการด้านดิจิทัล ทำรายได้ 28.8% ของรายได้ทั้งหมด หรือคิดเป็น 1,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาพรวมการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้จากโฆษณาออนไลน์ที่บริหารโดยVGI Digital Lab ซึ่งเป็นผู้ให้บริการออนไลน์เอเจนซี่ มุ่งเน้นในการสร้างแคมเปญการตลาดออนไลน์และดิจิทัลผ่าน Data Management Platform (DMP) ของกลุ่มบริษัท ในช่วงปีแรกของการดำเนินงานนี้จึงนับว่าVGI Digital Lab ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 150 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการเติบโตจากการเติบโตแบบ organic growth ภายใต้การบริหารงานของ Rabbit Group ด้วย

ด้านทิศทางดำเนินงานและพัฒนาการสำคัญของกลุ่มบริษัทธุรกิจสื่อโฆษณา บริษัทได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ ‘VGI Digital Lab’ เพื่อส่งมอบบริการด้านการตลาดออนไลน์ และร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ให้บริการการตลาดแบบออนไลน์และผู้นำด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในประเทศจีน เพื่อช่วยผลักดันให้แบรนด์ในภูมิภาคสามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนผ่านการสร้างแคมเปญทางการตลาดแบบออนไลน์ดิจิทัล

นอกจากนี้ภายหลังจากการเข้าลงทุนในบมจ.แพลน บี มีเดีย (PLANB) ในปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกันเปิดตัวแพ็คเกจสื่อโฆษณาใหม่ ที่ได้รวมหน้าจอสื่อโฆษณาดิจิทัลของทั้งVGI PLANB และ MACO รวมถึงการตลาดที่เข้าถึงผู้บริโภค และ O2O โซลูชั่นส์ ช่วยยกระดับการทำงานของสื่อนอกบ้านให้น่าดึงดูดและวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น

ทางด้านธุรกิจบริการชำระเงิน ได้จับมือกับกลุ่มสหพัฒน์ ผู้นำด้านการจัดหาสินค้าอุปโภคและบริโภค เปิดให้บริการร้านค้าลอว์สัน 108 บน 12 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมเปิดช่องทางการชำระเงินผ่านบัตรแรบบิท และแรบบิท ไลน์ เพย์ ซึ่งปัจจุบันมีการเติบโตของผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง โดยบัตรแรบบิทมีผู้ใช้จำนวนทั้งสิ้น 13 ล้านใบ และผู้ใช้บริการแรบบิท ไลน์ เพย์ อยู่ที่ 7.3 ล้านราย

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ จากความร่วมมือกับ Kerry ในการสร้างสรรค์ synergy ใหม่ๆ เพื่อส่งมอบประสบกาณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง อาทิ การให้บริการส่งสินค้าตัวอย่างและการให้บริการโฆษณาผ่าน Parcel Sticker กว่า 5 – 6 แสนชิ้น และบริการโฆษณาบนรถขนส่งพัสดุของ Kerry จำนวนกว่า 400 คัน รวมถึงขยายจุดให้บริการจัดส่งพัสดุบน 4 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่านเพิ่มเติม

ทรีนีตี้ แนะมิ.ย.เลี่ยงหุ้นวัฎจักร-เน้นหุ้นหลบภัย ลดเสี่ยงขัดแย้งจีน-สหรัฐ

ทรีนีตี้ แนะมิ.ย.เลี่ยงหุ้นวัฎจักร-เน้นหุ้นหลบภัย ลดเสี่ยงขัดแย้งจีน-สหรัฐ

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยมุมมองการลงทุนเดือน มิ.ย.63 ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐฯที่มีโอกาสพัฒนาไปสู่สงครามการค้ารอบสอง เป็นปัจจัยที่จะมีน้ำหนักต่อการลงทุนของตลาดหุ้นมากขึ้น หลังสภาประชาชนแห่งชาติของจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง ทำให้เกิดการตอบโต้กันไปมาระหว่างสองประเทศ ทั้งสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำกับบริษัทจีนบางแห่ง และจีนตอบโต้ด้วยการกำหนดค่ากลางเงินหยวนให้อ่อนค่ามากขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แนะจับตาค่ากลางเงินหยวนนี้อย่างใกล้ชิด หากอ่อนค่ามากขึ้นจะเป็นสัญญาณไม่ดีถึงโอกาสที่สหรัฐฯ จะกลับมาขึ้นบัญชีดำจีนกรณีบิดเบือนค่าเงิน และออกมาตรการตอบโต้ทางการค้าต่างๆ ได้

ในภาวะเช่นนี้ แนะนำหลีกเลี่ยงหุ้นในกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) เช่น พลังงาน ปิโตรเคมี อิเล็กทรอนิกส์ และหลบเข้าลงทุนหุ้นกลุ่มปลอดภัยจากปัจจัยภายนอก ซึ่งได้แก่ 1. กลุ่มโรงไฟฟ้า แนะนำ BGRIM, GPSC, GULF, RATCH, EGCO 2. กลุ่มสื่อสาร แนะนำ ADVANC, INTUCH 3. กลุ่มขนส่งมวลชน แนะนำ BTS, BEM 4. กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร แนะนำ CPF สำหรับหุ้นใหญ่ และ TFG, GFPT, ASIAN, CFRESH, CHOTI, APURE, SUN, RBF, XO, MALEE สำหรับหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 5. กลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ แนะนำ JMT 6. กลุ่มเหมาะเก็งกำไรบนธีมย้ายฐานการผลิตจากสงครามการค้า เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แนะนำ AMATA

สำหรับดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบันนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่แพงแล้ว เพราะซื้อขายด้วยระดับ Forward P/E สูงถึง 20 เท่า สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ นั่นหมายความว่าดัชนีในปัจจุบันนั้นเป็นการซื้อขายที่อิงกำไรตลาดในปีหน้าไปแล้ว จึงต้องลงทุนด้วยความระวังและถือเงินสดไว้ส่วนหนึ่ง ส่วนกรอบดัชนีเดือนนี้ มองกรณีดีสุดที่ 1,420 จุด กรณีฐาน 1,330 จุด และกรณีแย่สุดที่ 1,240 จุด อิงระดับประมาณการ EPS ปีหน้าที่ 84.3 บาท อ่านเพิ่มเติม