เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 13.53 จุด ตามทิศทางหุ้นเอเชียเช้านี้

หุ้นจีน

หุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดลบ 13.53 จุด ตามทิศทางหุ้นเอเชียเช้านี้

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบวันนี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวลงตามกันเช้านี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,503.78 จุด ลดลง 13.53 จุด หรือ -0.38% ufa

หุ้นจีน A-Shares คืออะไร ทำไมนักลงทุนต้องสนใจ

เวลาที่พูดถึงหุ้นจีน นักลงทุนอาจจะได้ยินคำว่า A-Shares H-Shares รวมถึง ADR หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร

สำหรับ หุ้น A-Shares จะหมายถึง บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ อันประกอบด้วย ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ และตลาดหุ้นเซินเจิ้น ส่วน H-Shares คือบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง และ ADR คือ บริษทจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งในเวลานี้หุ้น A-Shares เป็นกลุ่มที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้น

อลิอันซ์ โกลบอล อินเวสเตอร์ (Allianz Global Investors หรือ AGI) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการบริหารหุ้นจีน และเป็นพันธมิตรที่กองทุนบัวหลวงมอบหมายให้เป็นผู้รับดำเนินงานการลงทุนในต่างประเทศ (Outsourced fund manager) ของกองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน (B-CHINE-EQ) นำเสนอข้อมูลตลาดไว้อย่างน่าสนใจ ว่า สาเหตุที่ควรให้ความสำคัญกับ A-Shares ก็เพราะเวลานี้ จีนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของโลกก็จริง แต่คาดว่าภายในปี 2030 เศรษฐกิจจีนจะขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าสหรัฐฯ ได้ในที่สุด และตลาดหุ้น A-Shares จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากโอกาสทางเศรษฐกิจนี้

ขณะที่ หุ้น A-Shares มีอยู่ประมาณ 3,800 บริษัท มีมูลค่าตลาดรวมกันประมาณ 8.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 70% ของมูลค่าตามราคาตลาดของหุ้นจีนทั้งหมด และ MSCI ก็มีการเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-Shares ในดัชนี MSCI Emerging Market อย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของจีนที่มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้กองทุนต่างชาติมีแนวโน้มเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นจีนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นจีน A-Shares กับตลาดหุ้นอื่นก็มีน้อยมาก เรียกง่ายๆ ก็คือ ผลตอบแทนของหุ้นจีน มีความสัมพันธ์กับตลาดหุ้นอื่นน้อยมาก อันเป็นผลจากการได้รับอิทธิพลจากนโยบายเศรษฐกิจ การเมือง และการเงินในประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนก็มีรายได้หลักจากในประเทศ ดังนั้นจึงได้รับผลข้างเคียงจากความขัดแย้งทางการค้าที่จีนมีกับสหรัฐฯ น้อย ด้วยเหตุนี้เอง หากมีหุ้นจีน A-Shares อยู่ในพอร์ตลงทุนก็จะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ และยังทำให้นักลงทุนมีโอกาสเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมที่เติบโตรวดเร็วเนื่องจากดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจใหม่ของจีนด้วย

เศรษฐกิจใหม่ที่ว่านี้ ก็คือ การเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการบริโภคในประเทศมากขึ้น การเน้นเรื่องเพิ่มมูลค่าในกลุ่มธุรกิจต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว บันเทิง อุปกรณ์ด้านสุขภาพ ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ยานพาหนะพลังงานทางเลือกใหม่ ไบโอเทค ซอฟต์แวร์ และวัตถุดิบใหม่ๆ ดังนั้น การลงทุนใน A-Shares จึงเป็นโอกาสที่ทำให้นักลงทุนเข้าถึงหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตของเศรษฐกิจจีน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี นวัตกรรม หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชนชั้นกลางในจีนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อหุ้น A-Shares มีความน่าสนใจ หากผู้ลงทุนสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น รวมถึงความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการลงทุนในต่างประเทศได้ ก็สามารถพิจารณาจัดสรรสินทรัพย์ Asset Allocation โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ได้

3 ข้อต้องรู้ก่อนลงทุน “หุ้นจีน”

หลายคนมักบอกว่า รู้จัก “ประเทศจีน” และเข้าใจเรื่องการลงทุนในประเทศนี้อย่างดีแล้ว แต่เชื่อหรือไม่? การลงทุนในหุ้นแดนมังกร ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด หากต้องการสร้างผลตอบแทนที่ดีจากตลาดหุ้นจีนในตอนนี้ มีเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องรู้อย่างยิ่ง 3 ข้อ

คนที่คุ้นเคยกับการลงทุนต่างประเทศ อาจจะพอเข้าใจดีอยู่แล้วว่า “หุ้นจีน” ที่กองทุนไทยส่วนใหญ่นิยมเข้าไปลงทุนอยู่นั้น มีอยู่ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ “A-Shares” หรือ หุ้นที่ทำการค้าในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ และ “H Share” ซึ่งก็คือ บริษัทที่ทำธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่ แต่มาจดทะเบียนซื้อขาย (Listed) ในฮ่องกง แต่รู้หรือไม่ว่า ทั้งสองตลาดมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างมาก

“H-Share” ตลาดหุ้นกลุ่มการเงิน

ความโดดเด่นของ “H-Share” ที่ชัดเจน คงต้องยกให้กับเรื่องของความเป็นที่สุดใน “ธุรกิจด้านการเงิน”เห็นได้จากแชมป์ของกลุ่ม ซึ่งก็คือ “กลุ่มไฟแนนซ์” นั้น ครองสัดส่วนมูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงถึง 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 63.5% ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 23 บริษัท

อันดับที่สอง ได้แก่ “กลุ่มพลังงาน” มาร์เก็ตแคป 4.30 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.1 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 4 บริษัท และอันดับที่ 3 “กลุ่มไอที” มาร์เก็ตแคป 4.19 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 3.8 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 1 บริษัท ซึ่งก็คือ Tencent ผู้ประกอบธุรกิจด้านไอที ให้บริการด้านเว็บไซต์, แอพลิเคชัน เกมออนไลน์ นั่นเอง

“A-Share” ศูนย์รวมธุรกิจคลื่นลูกใหม่

การลงทุนกลุ่มหุ้น A-Share คือ โอกาสในเข้าถึงการลงทุนใน “เศรษฐกิจยุคใหม่” (New Economy) ของจีนอย่างแท้จริง โดยในแต่ละปีกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็น “เศรษฐกิจยุคใหม่” นั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เห็นได้จากมาร์เก็ตแคปของธุรกิจกลุ่มนี้ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา (2549–2560)

นอกจกนี้ A-Share ยังมีความหลากหลายของบริษัทจดทะเบียนมากกว่าเมื่อเทียบกับ H-Share โดย 3 อันดับแรกของธุรกิจที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุด ได้แก่ 1.กลุ่มไฟแนนซ์ มาร์เก็ตแคป 12.52 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 33.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 58 บริษัท 2.กลุ่มอุตสาหกรรม มาร์เก็ตแคป 3.65 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 13.7 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 62 บริษัท 3.กลุ่มพลังงาน มาร์เก็ตแคป 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.5 % ของมูลค่าตลาดทั้งหมด โดยในกลุ่มดังกล่าว มีบริษัทจำนวน 12 บริษัท

2.ทำไมลงทุนจีนคือจังหวะที่ “ใช่” ในตอนนี้

คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ระบุว่า ปัจจุบันหากจะลงทุนหุ้นจีนถือว่าเป็นจังหวะค่อนข้างเหมาะสม เนื่องจากพื้นฐานราคาหุ้น (Valuation) ค่อนข้างต่ำ ซึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ที่จีนมีความพยายามในการชะลอเศรษฐกิจ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ในประเทศด้วยการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อเนื่อง จึงส่งผลกดดันต่อการลงทุน และทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลดลงจนค่อนข้างถูก

อย่างไรก็ตามคาดว่ารัฐบาลจีนจะกลับมาผ่อนคลาย นโยบายต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังของปี เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการเพิ่มสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อบ้านของธนาคารพาณิชย์ การลดความเข้มงวดในนโยบายการคลังโดยการให้เงินสนับสนุนช่วยเหลือเมืองที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำ และคาดว่าธนาคารกลางจีน (PBoC) จะปรับลดอัตราส่วนเงินกันสำรองขั้นต่ำ (Reserve Requirement Ratio: RRR) ลงอีกหนึ่งครั้งในปีนี้เพื่อหนุนเศรษฐกิจ

3.ลงทุนแบบไหนตอบโจทย์เก็งกำไรสั้น-ยาว

ด้วยภาพรวมของราคาหุ้นจีนที่น่าสนใจตอนนี้ หากจะลงทุนเพื่อ “เก็งกำไรระยะสั้น” คุณคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนTISCO ESU แนะนำให้ลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงกับหุ้นในกลุ่ม H-Share ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐฯ เช่น การลดความเข้มงวดในนโยบายภาคอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ส่วนผู้ที่คาดหวังการลงทุนระยะยาว แนะนำลงทุนในกองทุนที่อ้างอิงหุ้นในกลุ่ม A-Share ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ “เศรษฐกิจยุคใหม่” ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *