ดาวโจนส์ปิดบวก 46.50 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานเพิ่มเกินคาด

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดบวก 46.50 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานเพิ่มเกินคาด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 6 ติดต่อกันเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) และดัชนี S&P500 ปิดขยับขึ้นเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.ค. แต่ดัชนี Nasdaq ปิดลดลงโดยถูกกดดันจากการเจรจาที่ยังคงชะงักงันเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจสหรัฐรอบใหม่

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 27,433.48 จุด เพิ่มขึ้น 46.50 จุด หรือ +0.17% และดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,351.28 จุด เพิ่มขึ้น 2.12 จุด หรือ +0.06% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 11,010.98 จุด ลดลง 97.09 จุด หรือ -0.87%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 3.8% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq บวก 2.5%

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้น หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 1.763 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.48 ล้านตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 10.2% จากระดับ 11.1% ในเดือนมิ.ย. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.6%

บรรดานักลงทุนยังคงจับตาการเจรจาเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ของสหรัฐ แต่สมาชิกสภาสหรัฐก็ยังคงไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับขนาดและขอบเขตของมาตรการเยียวยาดังกล่าว

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมุ่งความสนใจไปที่ความขัดแย้งรอบใหม่ของสหรัฐและจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อแบนแอปพลิเคชันติ๊กต็อกและวีแชทของจีน ขณะที่จีนออกมาระบุว่าจะดำเนินมาตรการตอบโต้

หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดบวก โดยกลุ่มการเงิน พุ่งขึ้นมากที่สุด 2.18% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี ร่วง 1.56% โดยเป็นกลุ่มที่ร่วงลงมากที่สุด

หุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มสาธารณูปโภคและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงมากที่สุด และฉุดดัชนี Nasdaq ปิดตลาดปรับตัวลง

หุ้นที-โมบาย ยูเอส อิงค์ พุ่งขึ้น 6.47% หลังเปิดเผยยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายเดือนสูงกว่าคาด และแซงหน้าคู่แข่งอย่างเอทีแอนด์ทีขึ้นเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของสหรัฐ

หุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวขึ้น 1.19% หลังจากเปิดตัว Reels ซึ่งเป็นบริการใหม่ของอินสตาแกรมในสหรัฐ โดยเป็นฟีเจอร์ใหม่ที่มีขึ้นเพื่อแข่งกับแอปพลิเคชันแชร์คลิปวิดีโอสัญชาติจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

หุ้นยูพีเอส พุ่ง 7.9% หลังประกาศเก็บค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้นสำหรับช่วงฤดูกาลวันหยุดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตอกย้ำว่าบริษัทได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น

หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ปรับตัวขึ้น 1.6% หลังเปิดเผยว่า บริษัทจะยังคงรายงานผลประกอบการที่เป็นกำไรได้ในไตรมาส 2 หลังยุติคดีกับรัฐบาลมาเลเซียเกี่ยวกับกองทุน 1MDB

ส่วนหุ้นเทนเซ็นต์ มิวสิก เอ็นเทอร์เทนเมนต์ กรุ๊ป ร่วง 3.32% หลังปธน.ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อแบนวีแชท (WeChat) ของเทนเซ็นต์ในข้อหาเป็นภัยคุกคามข้อมูลส่วนบุคคล

หุ้นไมโครซอฟท์ คอร์ป ร่วง 1.79% ขณะที่กำลังเจรจาเพื่อซื้อกิจการของติ๊กต็อก (TikTok) ในสหรัฐ

หุ้นบริษัทจีนในสหรัฐปรับตัวลง อาทิ ไป่ตู้ ลบ 0.46%, อาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ร่วง 5.11% และเจดี.คอม อิงค์ ร่วง 4.39%

หุ้นอูเบอร์ ร่วง 5.21% หลังเปิดเผยยอดขาดทุนรายไตรมาสที่ 5.2 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *