TFG จับมือ CooperL สร้างฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์ กว่า 500 ลบ.เสร็จกลางปี 64

TFG จับมือ CooperL สร้างฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์ กว่า 500 ลบ.เสร็จกลางปี 64

นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) บริษัทลงนามความร่วมมือกับบริษัท CooperL ผู้ผลิตสุกรครบวงจรใหญ่อันดับ 1 ของประเทศฝรั่งเศส จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท ไทยฟู้ดส์ นิวเคลียส จีเนติกส์ จำกัด เพื่อสร้างฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์ในไทย มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จกลางปี 2564 ซึ่งการลงทุนครั้งนี้เป็นการสร้างความยั่งยืนในการทำธุรกิจการผลิตสุกรครบวงจร

ทั้งนี้ บริษัท CooperL ประกอบธุรกิจใน 6 ประเทศในทวีปยุโรป และ 3 ประเทศในทวีปเอเชีย นับตั้งแต่ปี 2561 บริษัทไทยฟู้ดส์ฯ ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท CooperL ทางด้านการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านโรงเรือนและอุปกรณ์ฟาร์ม ด้านสายพันธุ์สุกร การจัดการฟาร์มและระบบการป้องกันโรค การจัดการด้านอาหารสุกร การจัดการด้านโรงเชือดและแปรรูปสุกร จากความร่วมมือที่ดีที่ผ่านมา จึงได้พัฒนาความร่วมมือดังกล่าวในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อสร้างฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์(GGP: Great grandparent farm) ขึ้นในประเทศไทย

ฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์นี้ ประกอบด้วย 3 สายพันธุ์ ได้แก่ Piertain, Large white/Yorkshier และ landrace สามารถผลิตสุกรปู่ย่าพันธุ์ (GP: grandparent) สำหรับการใช้ภายในบริษัทไทยฟู้ดส์ฯ และส่งออกสู่ตลาดทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยเสริมแผนการขยายธุรกิจสุกรของบริษัทไทยฟู้ดส์ฯ ในอนาคต

“วัตถุประสงค์ของการร่วมทุนกับบริษัทสายพันธุ์สุกรชั้นนำของโลกอย่างบริษัท CooperL จะช่วยนำเทคโนโลยีการผลิตสุกร โดยใช้ big data มาช่วยในการจัดการด้านพันธุกรรม, การพัฒนาสายพันธุ์สุกร โดยใช้เทคโนโลยีระดับโมเลกุล, การใช้เทคโนโลยีมาตรฐานฟาร์มในการป้องกันโรคขั้นสูงให้อยู่ในระดับเดียวกับฟาร์มมาตรฐานยุโรป ตลอดจนเทคโนโลยีด้านการจัดการโปรแกรมการให้อาหารที่แม่นยำ และการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร การปรับปรุงสายพันธุ์สุกรเป็นต้นทางที่มีความสำคัญมากที่สุดให้การขับเคลื่อนการผลิตสุกร และการควบคุมต้นทุนการผลิต และก้าวสู่ขีดความสามารถในการผลิตสุกรระดับโลก”นายวินัย กล่าว

นายวินัย กล่าวอีกว่า จากการร่วมทุนสร้างฟาร์มสุกรปู่ทวดพันธุ์ของบริษัทไทยฟู้ดส์ฯ และบริษัท CooperL จะทำให้บริษัทไทยฟู้ดส์ฯ มีความยั่งยืนทางธุรกิจการผลิตสุกรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง ลดการนำเข้าพันธุกรรมสุกรจากบริษัทสายพันธุ์สุกรที่อยู่ต่างประเทศ

นอกจากนี้ TFG ตกลงเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายสายพันธุ์สุกรจากบริษัท Nucleus ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือของบริษัท CooperL อีกด้วย โดยตั้งแต่ปี 61 ถึงปัจจุบันได้มีการนำเข้าสายพันธุ์สุกร Piertain ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเนื้อแดงสูงขึ้นและประสิทธิภาพการเติบโตที่ดีขึ้น และสายพันธุ์ Large white/Yorkshire, Landrace ซึ่งช่วยเพิ่มจำนวนเต้านมสุกรที่ส่งผลต่ออัตราการรอดชีวิตลูกสุกรและสุขภาพลูกสุกรได้ดีกว่าสายพันธุ์อื่นๆ อย่างไรก็ตาม สุกรทั้ง 2 สายพันธุ์ได้นำเข้ามาใช้ในการปรับปรุงสายพันธุ์สุกรของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

ฟุตซี่ปิดลบ 34.93 จุด วิตกล็อกดาวน์,ปอนด์แข็งกดดันตลาด

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดลบ 34.93 จุด วิตกล็อกดาวน์,ปอนด์แข็งกดดันตลาด

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (19 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่ทั่วประเทศเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ การแข็งค่าของเงินปอนด์ส่งผลกดดันหุ้นกลุ่มส่งออกด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,884.65 จุด ลดลง 34.93 จุด หรือ -0.59%

สัญญาณความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรปทำให้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบกดดันหุ้นกลุ่มส่งออก

อังกฤษและสหภาพยุโรปได้ตกลงกันในวันจันทร์ที่จะเร่งการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงการค้าหลังการแยกตัว (Brexit) รวมทั้งหารือเกี่ยวกับข้อกฎหมายต่างๆ

เวลส์จะกำหนดมาตรการล็อกดาวน์เป็นเวลา 2 สัปดาห์โดยเริ่มในวันศุกร์นี้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่บรรดาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษแนะนำให้มีการกำหนดมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศเป็นเวลา 3 สัปดาห์

ตลาดยังถูกกดดันจากการที่มูดี้ส์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของอังกฤษในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่นายแอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษเตือนเกี่ยวกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง

หุ้นเชลล์ ลบ 0.37% และหุ้นบีพี ลดลง 0.79%

 

นิกเกอิเปิดลบ 83.26 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 83.26 จุด ตามทิศทางดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ โดยปรับตัวลงตามทิศทางของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงกว่า 400 จุดเมื่อคืนนี้ (19 ต.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ได้ก่อนวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.นี้

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ระดับ 23,587.87 จุด ลดลง 83.26 จุด หรือ -0.35%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มเหมืองแร่, กลุ่มขนส่งทางบก รวมถึงกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ

 

นิกเกอิเปิดบวก 133.06 จุด รับดาวโจนส์พุ่ง,เยนอ่อนหนุนหุ้นส่งออก

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดบวก 133.06 จุด รับดาวโจนส์พุ่ง,เยนอ่อนหนุนหุ้นส่งออก

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดบวกในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นเมื่อวันศุกร์ รวมทั้งหุ้นกลุ่มส่งออกที่ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ หลังจากเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดวันนี้ที่ 23,543.69 จุด เพิ่มขึ้น 133.06 จุด หรือ +0.57%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น 112.11 จุด หรือ +0.39% ปิดที่ 28,606.31 จุดเมื่อวันศุกร์ หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 1.9% ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 5 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 0.7%

ส่วนในช่วงเช้าวันนี้ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด หลังจากนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ “This Week” ของสถานีโทรทัศน์ ABC ว่า แม้ขณะนี้พรรคเดโมแครตและคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีความเห็นที่ขัดแย้งกันในหลายประเด็นเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาผลกระทบโควิด-19 แต่เธอมีมุมมองเป็นบวกว่า มาตรการดังกล่าวจะได้รับการผลักดันให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.นี้ นางเพโลซียืนยันว่า เธอเองนั้นต้องการให้ร่างมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย. แต่การที่จะมีผลบังคับใช้ได้นั้น พรรคเดโมแครตและคณะบริหารของปธน.ทรัมป์จะต้องบรรลุข้อตกลงกันให้ได้ภายในเวลา 48 ชั่วโมงก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง

แนวโน้มดัชนีเช้าปรับตัวลดลง วิตกการเมืองกดดัน แม้คืบหน้าแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้า ปรับตัวลดลง วิตกการเมืองกดดัน แม้คืบหน้าแผนกระตุ้นศก.สหรัฐ

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) คาดว่าดัชนีหุ้นไทยเช้านี้น่าจะเปิด ปรับตัวลดลง สะท้อนความกังวลต่อเหตุสลายการชุมนุมทางการเมืองในประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งหากปรับลงลึกดัชนีก็น่าจะมีโอกาสรีบาวด์กลับ ทำให้ภาพรวมการปรับลดลงอาจจะไม่มาก เนื่องจาก Sentiment ต่างประเทศเป็นบวก ทั้งตลาดหุ้นเอเชียที่ส่วนใหญ่เปิดบวก และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่พุ่งขึ้นกว่า 100 จุด ตอบรับความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ที่นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะได้รับการผลักดันให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.นี้

นอกจากนี้การที่กองทุนในประเทศทยอยขายหุ้นออกมาค่อนข้างมากในสัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ มีแรงขายออกมารวมกว่า 4.1 พันล้านบาท ก็น่าจะทำให้กลับมาซื้อในสัปดาห์นี้จากปัจจัยบวกต่างประเทศที่เข้ามา ประกอบกับการชุมนุมแม้จะมีความยืดเยื้อและอาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ แต่ก็น่าจะเป็นภาพที่ตลาดรับรู้ไประดับหนึ่งแล้ว

ขณะที่สัปดาห์นี้จะนักลงทุนยังจับตาดูการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของกลุ่มแบงก์ที่จะออกมา หลังจากที่บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) และบมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ประกาศออกมาแล้วดีกว่าคาด โดยเฉพาะด้านคุณภาพสินทรัพย์ แต่ยังต้องจับตาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ระยะต่อไปหลังจากที่หมดมาตรการพักชำระหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ และผลการจัดทำประมาณการฐานะและการดำเนินงานภายใต้ภาวะวิกฤติ (Stress Test) ของธนาคารพาณิชย์ที่จะออกมาในเดือนต.ค.นี้ด้วย ซึ่งหากผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของกลุ่มแบงก์และคุณภาพสินทรัพย์ไม่แย่กว่าคาด หุ้นกลุ่มแบงก์ก็พร้อมที่จะรีบาวด์ขึ้นหลังจากที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงมามากแล้ว นอกจากนี้หากผล Stress Test ออกมาทุกแบงก์น่าจะผ่านเกณฑ์หมด ก็อาจจะกลับมาจ่ายปันผลได้หากธปท.อนุญาต ก็ยังจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มแบงก์ด้วย

พร้อมให้แนวรับที่ 1,220 และ 1,200 จุด ส่วนแนวต้าน อยู่ที่ 1,240 และ 1,247 จุด

หุ้นยุโรปปิดบวก 1.26% ขานรับความหวังวัคซีนโควิด-ผลประกอบการแกร่ง

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดบวก 1.26% ขานรับความหวังวัคซีนโควิด-ผลประกอบการแกร่ง

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่าสหรัฐจะมีวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ก่อนสิ้นปีนี้ ขณะที่การเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3/2563 ที่สดใส ได้ช่วยหนุนบรรยากาศการซื้อขายในตลาดด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 1.26% ปิดที่ 367.48 จุด

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 12,908.99 จุด เพิ่มขึ้น 205.24 จุด หรือ +1.62%, ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,935.86 จุด เพิ่มขึ้น 98.44 จุด หรือ +2.03% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,919.58 จุด เพิ่มขึ้น 87.06 จุด หรือ +1.49%

ตลาดหุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ของสหรัฐอาจยื่นขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ภายในเดือนหน้า ขณะที่ในเมืองใหญ่หลายแห่งของยุโรปต้องกลับไปดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ธุรกิจและการเดินทางอีกครั้ง เนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาดเพิ่มขึ้น

ไฟเซอร์แถลงในวันศุกร์ว่า บริษัทจะยื่นจดทะเบียนวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กับทางสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ และระบุว่า การยื่นจดทะเบียนวัคซีนจะเกิดขึ้น ทันทีที่มีข้อมูลยืนยันผลการทดลองว่ามีความปลอดภัย โดยอาจมีการยื่นจดทะเบียนในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.

แม้ว่าไฟเซอร์ไม่สามารถวางจำหน่ายวัคซีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. แต่การยื่นจดทะเบียนดังกล่าวจะทำให้สหรัฐมีวัคซีนต้านโควิด-19 ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดการแพร่ระบาดในสหรัฐ ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 8,200,000 ราย เสียชีวิตมากกว่า 222,000 ราย

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ นักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่คาดว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าหลังอังกฤษแยกตัวออกจากอียู (Brexit)

หุ้นธิสเซนครุบบ์ พุ่ง 10.8% หลังบริษัทลิเบอร์ตี สตีล เสนอซื้อกิจการของธิสเซนครุบบ์

หุ้นหลุยส์วิตตอง พุ่ง 7.3% หลังยอดขายกระเป๋าถือฟื้นตัวขึ้น ซึ่งช่วยลดผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ระบาดในไตรมาส 3

หุ้นกลุ่มสินค้าหรูหราอื่นๆ ปรับตัวขึ้นด้วย โดยหุ้นมงแคลร์ และหุ้นเบอร์เบอรี พุ่งขึ้นมากกว่า 3%

หุ้นกลุ่มรถยนต์ปรับตัวขึ้น โดยหุ้นเดมเลอร์ พุ่ง 5.5% และหุ้นวอลโว่ พุ่ง 3.3% หลังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่งเกินคาด

ฟุตซี่ปิดบวก 87.06 จุด ขานรับวัคซีนโควิด,ข้อตกลงการค้าอังกฤษ-อียู

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดบวก 87.06 จุด ขานรับวัคซีนโควิด,ข้อตกลงการค้าอังกฤษ-อียู

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (16 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการอนุมัติใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐ และแนวโน้มที่อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) จะยังคงสามารถทำข้อตกลงการค้าระหว่างกันได้

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,919.58 จุด เพิ่มขึ้น 87.06 จุด หรือ +1.49%

ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้น หลังมีรายงานข่าวว่า บริษัทไฟเซอร์ อิงค์ของสหรัฐอาจยื่นขออนุมัติการใช้วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ภายในเดือนหน้า ขณะที่ในเมืองใหญ่หลายแห่งของยุโรปต้องกลับไปดำเนินมาตรการล็อกดาวน์ธุรกิจและการเดินทางอีกครั้ง เนื่องจากโรคโควิด-19 ระบาดเพิ่มขึ้น

ไฟเซอร์แถลงในวันศุกร์ว่า บริษัทจะยื่นจดทะเบียนวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กับทางสำนักงานอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ และระบุว่า การยื่นจดทะเบียนวัคซีนจะเกิดขึ้น ทันทีที่มีข้อมูลยืนยันผลการทดลองว่ามีความปลอดภัย โดยอาจมีการยื่นจดทะเบียนในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพ.ย.

แม้ว่าไฟเซอร์ไม่สามารถวางจำหน่ายวัคซีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. แต่การยื่นจดทะเบียนดังกล่าวจะทำให้สหรัฐมีวัคซีนต้านโควิด-19 ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสกัดการแพร่ระบาดในสหรัฐ ซึ่งในขณะนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมากกว่า 8,200,000 ราย เสียชีวิตมากกว่า 222,000 ราย

ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่ นักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่คาดว่า อังกฤษและสหภาพยุโรปจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างกันได้หลังจากอังกฤษแยกตัวออกจากอียู (Brexit)

หุ้นกลุ่มเวชภัณฑ์, กลุ่มการบิน, กลุ่มธนาคาร และกลุ่มประกัน นำตลาดปรับตัวขึ้น โดยหุ้นบีพี บวก 1.4%, หุ้นเชลล์ เพิ่มขึ้น 2.03%, หุ้นเอชเอสบีซี ปรับตัวขึ้น 2.37% และหุ้นเบอเบอร์รี พุ่งขึ้น 3.2%

เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 2.28 จุด ท่ามกลางความผันผวนในภูมิภาค

ภาวะตลาดหุ้นจีน : เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดบวก 2.28 จุด ท่ามกลางความผันผวนในภูมิภาค

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดบวกวันนี้ ขณะที่ตลาดอื่นในเอเชียมีความผันผวน หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขคนว่างงานที่สูงกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ รวมทั้งการที่หลายประเทศในยุโรปประกาศมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหม่เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดวันนี้ที่ 3,334.46 จุด เพิ่มขึ้น 2.28 จุด หรือ 0.07%

นิกเกอิปิดเช้าบวก 16.14 จุด หุ้นฟาสต์ รีเทลลิ่งพุ่งหนุนตลาด

ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดเช้าบวก 16.14 จุด หุ้นฟาสต์ รีเทลลิ่งพุ่งหนุนตลาด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นฟาสต์ รีเทลลิ่งซึ่งเป็นบริษัทแม่ของยูนิโคล่ แต่ตลาดปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อยเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นของโรคโควิด-19 ในบางประเทศแถบยุโรป

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิปิดเช้าที่ระดับ 23,523.37 จุด เพิ่มขึ้น 16.14 จุด หรือ +0.07%

หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเช้านี้นำโดยหุ้นกลุ่มขนส่งทางทะเลและกลุ่มโบรกเกอร์หลักทรัพย์ ขณะที่หุ้นลบนำโดยกลุ่มเวชภัณฑ์ และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

เงินดอลล์อ่อนลดลง 0.16% กังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่คืบ

ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก : เงินดอลล์อ่อนลดลง 0.16% กังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่คืบ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ หลังจากนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐยอมรับว่า ทำเนียบขาวและพรรคเดโมแครตอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่ได้ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.16% แตะที่ 93.3865 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 105.10 เยน จากระดับ 105.49 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9131 ฟรังก์ จากระดับ 0.9145 ฟรังก์ แต่เมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ร่ะดับ 1.3145 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3140 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1750 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1744 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.3023 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2933 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.7166 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7153 ดอลลาร์สหรัฐ

นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ ยอมรับว่า การบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย. ถือเป็นเรื่องที่ยาก โดยพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันยังคงมีความขัดแย้งกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงประเด็นวงเงินของมาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ นางเพโลซีได้ปฏิเสธข้อเสนอวงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของทำเนียบขาว โดยระบุว่า วงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอต่อการเยียวยาผลกระทบของโควิด-19 ขณะที่พรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ดีดตัว 0.4% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค. โดยดัชนี PPI ได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาที่พักในโรงแรม

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนก.ย., ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนต.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, ดัชนีการผลิตเดือนต.ค.จากเฟดฟิลาเดลเฟีย, ยอดค้าปลีกเดือนก.ย., การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.ย., สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือนต.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน